ยอดขายเถ้าแก่น้อย 2 ปีที่ตลาดจีนหาย แค่ “เจ็บ” แต่ “ไม่สาหัส” (วิเคราะห์)

“ต๊อบ” อิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์ CEO บมจ. เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด เคยตั้งเป้าหมายไว้ว่า หลังเข้าตลาดหลักทรัพย์ในปี 2558

ภายใน 10 ปี สาหร่ายแบรนด์ เถ้าแก่น้อย ต้องดังระดับโลก ด้วยยอดขายที่สูงกว่า 10,000 ล้านบาท

นั่นหมายถึงปี 2568 เขาจะเป็นเถ้าแก่หมื่นล้านในวัย 40 กว่าปี หลังจากเคยเป็นเถ้าแก่พันล้านในวัย 23-24 ปีมาแล้ว

แต่จากมรสุมของวิกฤตโควิด-19

ทำให้ในปีที่ผ่านมาเขาต้องประกาศปรับเป้าหมายใหม่ เป็นรายได้ 6,000 ล้านบาท กำไร 700 ล้านบาท ภายในปี 2568 แทน

ตลอดระยะเวลาเกือบ 18 ปี ตลาดหลักของสาหร่ายเถ้าแก่น้อยทั้งในประเทศและต่างประเทศ คือผู้บริโภคจากประเทศจีน

แต่ในช่วง 2 ปีกว่าที่ผ่านมากำลังซื้อจากกลุ่มทัวร์จีนในประเทศหายไปเกือบหมด เช่นเดียวกับ ยอดขายเถ้าแก่น้อย ที่ส่งไปในประเทศจีนลดลงอย่างต่อเนื่อง  

ถึงแม้ยอดรายได้ “ลด” กำไร “ร่วง” แต่ต้องยอมรับว่า 2-3 ปีที่ผ่านมา เถ้าแก่น้อยไม่เคยขาดทุน 

แต่ก็ยังมีข่าวลือว่าเขาจะขายกิจการหลังจากเขาปิดสาขาเถ้าแก่น้อยแลนด์เพื่อลดต้นทุน รวมทั้งการขายหุ้นแบบบิ๊กล็อตในช่วงต้นปีที่ผ่านมาเพื่อบริหารสภาพคล่องทางการเงิน

“ต๊อบ” เจ็บ มาเยอะในธุรกิจนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสงครามราคา การถูกทำสินค้าเลียนแบบในจีน ปัญหาขัดแย้งกับ Distributor การขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ในช่วงวิกฤตโควิด 

จนวันนี้สถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลาย 6 เดือนแรกปี 2565 ที่ผ่านมาทำรายได้ 1,944 ล้าน เพิ่มขึ้น  13% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มีกำไรสุทธิ  134 ล้านบาท เพิ่มขึ้น  70% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน  

โดยมียอดขายในประเทศจีนเพิ่มขึ้นมาถึง 24% หลังจากปีที่ผ่านมาตัวเลขการขายในประเทศจีนทั้งปีมีเพียง 27% เท่านั้น

นอกจากนั้น ในครึ่งปีแรกนี้เขายังมีรายได้จากประเทศอื่น ๆ เข้ามาสมทบ เช่น จาก สหรัฐฯ, อินโดฯ, มาเลย์, เวียดนาม ฯลฯ เพิ่มขึ้นเป็น 38%  

ที่ผ่านมาการบริหารความเสี่ยงของ “ต๊อบ” อิทธิพัทธ์ ในการทำธุรกิจสาหร่ายที่คาดเดาพฤติกรรมผู้บริโภคได้ยาก ในขณะเดียวกันก็มีผู้เล่นในตลาดมากมายที่พร้อมที่จะ “สู้”  กันในเรื่องราคา คือพยายามส่งขายไปในตลาดต่างประเทศให้มากที่สุด

โดยมีแบรนด์ Nora สำหรับช่องทางตลาดหลัก (Mainstream) ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา

Taokaenoi สำหรับกลุ่มเอเชีย-อเมริกัน โดยปลายปีนี้วางแผนสื่อสารให้ผู้บริโภคเข้าใจว่าผลิตภัณฑ์สาหร่ายเป็นหนึ่งในเฮลตี้ สแน็ก ที่อยู่ในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคได้ โดยเตรียมวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ่านร้านค้าชั้นนำอย่าง เทรดเดอร์โจส์ (Trader Joe’s) ที่มีสาขากว่า 500 แห่งในสหรัฐอเมริกา 

ส่วนในอินโดนีเซีย ปีที่ผ่านมา เถ้าแก่น้อย ออกสินค้ากลุ่ม สาหร่ายอบสไตล์เกาหลี กระจายในตลาด ผ่านช่องทางหลัก คือร้านสะดวกซื้อที่มีมากกว่า 20,000 สาขา

ดังนั้นแม้ปีนี้ตลาดจีนยังไม่สามารถเดินเครื่องเต็มร้อย แต่ในอเมริกาและประเทศอื่น ๆ มีแนวโน้มดีขึ้น ตลาดในเมืองไทยก็เริ่มฟื้นตัว

ถ้าไม่มีเหตุการณ์ที่ไม่คาดการณ์เกิดขึ้นมาอีก เป้าหมายที่ปรับลดลงมาใหม่ก็คงไม่น่าผิดพลาด

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน