จากรายงาน IDC’s Asia/Pacific Quarterly PC Tracker พบว่าตลาดเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (พีซี) ในประเทศไทยนั้นได้หดตัวลงเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน โดยในปี 2557 ที่ผ่านมานั้นตลาดมียอดจัดส่งเครื่องพีซีรวมกันแค่ 2.5 ล้านเครื่องเท่านั้น คิดเป็นการลดลง 16.7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

1.ตลาดพีซีในไทยนั้นได้ขยายตัวอย่างต่อเนื่องจนถึงจุดอิ่มตัวในปี 2555 ก่อนที่อุปกรณ์เกิดใหม่อย่างแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟนจะก้าวขึ้นมาแย่งส่วนแบ่งตลาดไปตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นมาและในปีที่แล้วนั้น ปัญหาด้านการเมืองที่นำไปสู่การทำรัฐประหาร และปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศได้ทำให้ตลาดปรับตัวต่ำลงอย่างต่อเนื่องอีก

2. จากการประท้วงต่อต้านรัฐบาลครั้งใหญ่ต้นปี 2557 ส่งผลกระทบทำให้การใช้จ่ายของผู้บริโภคและการลงทุนภาคเอกชนชะงักไป และความไม่แน่นอนทางการเมืองยังส่งผลต่อการเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐอีกด้วย นั่นทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด

3.รัฐประหารในช่วงกลางปีอาจจะสร้างเสถียรภาพทางการเมืองในระยะสั้นได้ก็จริง แต่เมื่อถึงตอนนั้นปัญหาที่สะสมมาตั้งแต่ต้นปีก็ได้ส่งผลลบต่อสภาพเศรษฐกิจโดยรวมแล้ว โดยมีหลายต่อหลายปัจจัยที่ทำให้การใช้จ่ายและการลงทุนลดลง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาหนี้ภาคครัวเรือน การปรับตัวลงของการส่งออก หรือภาคการท่องเที่ยวที่ซบเซาลงหลังจากการประกาศกฏอัยการศึก

4. 2557 ผู้บริโภคในประเทศไทยลดการซื้อคอมพิวเตอร์เดสก์ท๊อปลง 13% เมื่อเทียบกับปี 2556 ส่วนคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คหดตัวลงรุนแรงกว่าที่ระดับ 17% ถึงแม้ผู้ขายจะพยายามผลักดันสินค้าประเภทโน๊ตบุ๊คแบบบางเบาออกมากระตุ้นตลาดก็ตาม องค์กรภาครัฐนั้นปรับลดการลงทุนซื้อคอมพิวเตอร์ลงเกือบ 45% แต่ภาคเอกชนนั้นปรับลดการลงทุนลง 11% เนื่องจากบริษัทใหญ่ๆ ทั้งในภาคการเงิน การผลิตและสาธารณะสุขยังคงลงทุนซื้อพีซีในระดับสูงอยู่ ซึ่งช่วยชดเชยการลดลงของการลงทุนจากบริษัทขนาดเล็กได้บางส่วน

5.ยอดขายพีซีในปี 2557 ถือได้ว่าต่ำที่สุดในรอบ 7 ปี และคาดการณ์ปี 2558 นี้ตลาดจะยังคงซบเซาอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าจะมีสัญญาณในแง่บวกจากภาคธุรกิจและภาครัฐเล็กน้อย แต่สำหรับผู้บริโภคนั้น โอกาสที่การจับจ่ายซื้อพีซีจะฟื้นตัวขึ้นในปีนี้นั้นคงเป็นไปได้ยาก

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน