คาดการณ์เศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังดีกว่าปีแรก การบริโภคภาคครัวเรือนดีขึ้น บัตรเครดิตและสินเชื่อขยายตัว KTC ตั้งเป้ากำไร 7,079 ลบ.

ธนาคารโลกคาดการณ์เศรษฐกิจโลกปีนี้ จะเติบโตเพียง 2.1% ต่ำสุดในรอบ 3 ทศวรรษ และอัตราเงินเฟ้อทั่วโลกลดลงที่ 7% จากอยู่ที่ 8.7% ในปีก่อน อีกทั้งการปรับลดการผลิตของกลุ่มโอเปค+ อาจทำให้ราคาพลังงานคงอยู่ในระดับสูง  เเต่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ผ่านจุดสูงสุดมาแล้ว 

ดร.กิริฎา เภาพิจิตร ผู้อำนวยการ โครงการ TDRI Economic Intelligence Service(EIS) กล่าวในงานเสวนา KTC FIT Talks #9 ประเด็นเศรษฐกิจและธุรกิจสินเชื่อเพื่อผู้บริโภคครึ่งหลังปี 2566 ว่า  

ภาพรวมของเศรษฐกิจโลกยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอน  ทั้งปัญหาการถดถอยของเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาและยุโรป อีกทั้งความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงระหว่างจีนและสหรัฐฯ  ตลอดจนสงครามยูเครนที่ยังไม่สงบ 

  • เศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา

วิกฤตการณ์ธนาคารปิดตัวยังส่งผลกระทบให้เงินฝาก เเละสินเชื่อธนาคารพาณิชย์ลดลงอย่างต่อเนื่อง รวมถึงตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ มีแนวโน้มชะลอตัวลดลง หลายหน่วยงานคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะเข้าสู่ภาวะถดถอยในช่วงปลายปี2566 จากวิกฤตการณ์ภาคธนาคารและการชะลอของกำลังซื้อจากอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง

ในขณะที่ FED ส่งสัญญาณว่า วัฏจักรอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นปัจจุบันจะสิ้นสุดลงในเร็ววัน ด้านธนาคารโลกมองว่า ปี 2566 GDP สหรัฐฯ จะอยู่ที่ 1.1% เทียบกับปีก่อนหน้าอยู่ที่ 2.1% ส่วน GDP ของสหภาพยุโรป คาดว่าปีนี้จะขยายตัว 0.4% จากที่ปี 2565 อยู่ที่ 3.5% มีแนวโน้มจะคงดอกเบี้ยในอัตราที่สูง  จากภาวะแรงกดดันเงินเฟ้อที่ยังคงขยายวงกว้าง  แต่ความเสี่ยงในภาคการเงินและอสังหาริมทรัพย์ยังต่ำกว่าสหรัฐฯ 

  • เศรษฐกิจจีน

สภาพเศรษฐกิจจีน กำลังฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป จากการยกเลิกนโยบายปลอดโควิด และการทยอยเปิดประเทศตั้งแต่ต้นปีเป็นต้นมา อีกทั้งภาคการผลิตและบริการส่งสัญญาณฟื้นตัวในเชิงบวก    รวมถึงภาคอสังหาริมทรัพย์ที่เริ่มฟื้นตัวจากจุดต่ำสุด 

ประกอบกับอัตราเงินเฟ้อที่น้อยกว่า 1% และค่าเงินที่มีเสถียรภาพ คาดการณ์เศรษฐกิจจีนจะเติบโตได้มากกว่า 5% ในปีนี้ สอดคล้องกับเป้าหมายที่รัฐบาลตั้งไว้ที่ 5%  เป็นสัญญาณของนโยบายใหม่ของรัฐบาล ที่เน้นการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ซึ่งการจ้างงานที่ผ่านมา มีอัตราเพิ่มขึ้นและกระจายตัวมากขึ้น 

แต่นอกจากโฟกัสการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในประเทศ  จีนยังมุ่งขยายอิทธิพลไปในตะวันออกกลาง   เดินหน้าจับมือกับพันธมิตรใหม่ อาทิ รัสเซียที่เห็นได้ในช่วงสงคราม และกลุ่มประเทศในตะวันออกกลางอื่นๆตามมา 

  • เศรษฐกิจไทย ครึ่งปีหลังโตกว่าครึ่งปีเเรก

เศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังมีเเนวโน้มดีกว่าครึ่งปีแรก อัตราเงินเฟ้อจะชะลอตัวน้อยกว่า 2% จากราคาพลังงานที่ลดลง GDP อาจขยายตัวอยู่ที่ 3.5% จากอิทธิพลของภาคการท่องเที่ยว  ที่คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยว 29 ล้านคน และ 35.5 ล้านคนในปี 2567 

การฟื้นตัวของภาคธุรกิจท่องเที่ยว ส่งผลให้เกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมโรงแรมและภัตตาคาร การก่อสร้าง ค้าขายและการผลิต  การบริโภคภาคครัวเรือนจึงฟื้นตัวตาม   ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคกลับมาอยู่ในระดับสูงสุด นับตั้งแต่ Pre-Covid แต่การเพิ่มขึ้นของหนี้ครัวเรือนเกือบ 90% ของ GDP ยังเป็นข้อจำกัดการบริโภคอยู่

ด้านการส่งออก  แม้ไทยจะได้ประโยชน์จากการเปิดเศรษฐกิจจีน เเต่มูลค่าการส่งออกจะลดลงจากปีที่แล้ว เนื่องจากตลาดส่งออกหลักถดถอย  นักลงทุนยังมีความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนการผลิต ค่าไฟฟ้าที่ปรับเพิ่มขึ้น  การขึ้นค่าแรง  

นอกจากนี้สถานการณ์ทางการเมืองที่ยังไม่มีเสถียรภาพ อาจส่งผลให้งบประมาณปี 2567 ล่าช้า ทำให้การใช้จ่ายของภาครัฐในปี 2566 จะไม่เพิ่มขึ้นจากปี 2565 มากนัก

ชุติเดช  ชยุติ  รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส กลุ่มงานบริหารการเงิน “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า  ครึ่งปีหลังมีแนวโน้มขยายตัวของ TDRI ผลจากภาคการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น  ส่งผลดีต่อภาพรวมของอุตสาหกรรมบัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลให้ขยายตัวมากขึ้น 

ผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2566 พอร์ตสินเชื่อรวมของเคทีซี มีอัตราเติบโต เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อยู่ที่ 14.5%  มูลค่าเงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้และดอกเบี้ยค้างรับ รวม 103,312 ล้านบาท  คุณภาพสินเชื่อ NPL รวมอยู่ที่ 1.9% 

สัดส่วนลูกหนี้บัตรเครดิต เทียบกับอุตสาหกรรมเท่ากับ 14.8% อัตราการเติบโตของปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรอยู่ที่ 22.5% สูงกว่าอุตสาหกรรมที่มีอัตราการเติบโต 17.7% ส่วนแบ่งตลาดของปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรของบริษัทฯ เท่ากับ 12.2% และสัดส่วนของลูกหนี้สินเชื่อบุคคลเทียบกับอุตสาหกรรมเท่ากับ 3.8%

โดยเคทีซีตั้งเป้าการเติบโตของธุรกิจในปี 2566 กำไรสูงกว่า 7,079 ล้านบาท พอร์ตสินเชื่อรวมเติบโต 15% เกินแสนล้านบาท ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเติบโต 10% พอร์ตสินเชื่อบัตรกดเงินสด “เคทีซี พราว” เติบโต 7% ยอดอนุมัติสินเชื่อ “เคทีซี พี่เบิ้ม รถแลกเงิน” เพิ่ม 9,000 ล้านบาท และ NPL น้อยกว่า 1.8% ซึ่งเป็นอัตรา NPL ในปี 2022

 


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer