Baania.com  Start แบบ SME โตแบบ Startup

เป็นเพราะว่าการมีชื่อของบริษัทยักษ์ใหญ่ในเมืองไทยถึง 4 ราย คือกรุงศรี ฟินโนเวต , ปตท.,  แอดเวนเจอร์ ในเครือเอสซีจี และ 500 TukTuks

ที่เข้าไปร่วมลงทุนในแพลตฟอร์ม Baania.com  บริษัทเทคโนโลยีที่พัฒนาเกี่ยวกับ Big Data อสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบของ Marketplace และ Data Analytics

Marketeer จึงได้ตามไปล้วงลึกถึงวิธีคิดและที่มาที่ไปของ “บาเนีย” ว่ามีจุดแตกต่างจากเวปไซต์ซื้อขายบ้านและที่ดินอื่นๆอย่างไรทำไมทั้ง 4บริษัทถึงมั่นใจนัก   

เป็นการลงทุนในรอบ Series A  เพราะบาเนียเป็นบริษัทที่มีโมเดลธุรกิจชัดเจน  และเริ่มทำรายได้มาแล้วระดับหนึ่ง  ดังนั้นเม็ดเงินลงทุนรวมกันในรอบนี้ต้องเฉียดๆ 100 ล้านบาทแน่นอน

เปิดตัวบริษัทเพียง 2 ปีมีเงินทุนไหลเข้ามานับ100 ล้านบาท คงต้องทำความรู้จักกับบาเนียเพิ่มขึ้นแล้วล่ะ  

อัญชนา วัลลิภากร ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บาเนีย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวกับ Marketeer  ว่า ความเข้าใจพฤติกรรม Pain Point และ Customer Journey ของผู้ค้นหาที่อยู่อาศัยในไทย คือจุดเริ่มต้นของบาเนีย

แม้จะตั้งบริษัทมาเพียง 2 ปี  แต่ประสบการณ์ของเธอที่เคยเป็นเบื้องหลังของสื่อทางด้านอสังหาฯมานานกว่า 25 ปี และเป็นเจ้าของบริษัทโฮมบายเออร์ เชียงใหม่มาประมาณ 10 ปี ก่อนที่จะปรับตัวเข้าสู่โหมดดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชั่น อย่างเข้มข้นเมื่อปี 2016  ใน ปี 2017 เปิดแพลตฟอร์ม Baania.com  ที่เชียงใหม่ และในกลางปีที่แล้วก็มาเปิดตัวที่กรุงเทพฯ

นอกจากนั้นตัวเลขของมูลค่าการโอนอสังหาริมทรัพย์ในเมืองไทยประมาณปีละ 8 แสนกว่าล้านบาท เป็นเม็ดเงินต้นทุนที่ใช้เพื่อการสื่อสารประชาสัมพันธ์ ของบริษัทอสังหาฯประมาณ 1% – 3%   ถ้าบาเนียสามารถบิ้วท์แพลตฟอร์ม ขึ้นมาเป็นช่องทางหลักในการซื้อขายที่อยู่อาศัยได้จริงในอนาคตรายได้แค่ 1%  ของต้นทุนในการสื่อสารก็มหาศาลแล้ว  

ด้วย Passion ที่มาเต็ม โมเดลของบาเนีย ที่ตั้งต้นแบบเอสเอ็มอี  แต่เติบโตแบบสตาร์ทอัพ เข้าตา  เรืองโรจน์ “กระทิง” พูนผล Managing Partner, 500 TukTuks  เข้าอย่างจัง   และเป็น PropTech ตัวแรกที่เขาได้ลงทุนในรอบ seed round   ก่อนที่จะตามมาลงทุนในรอบใหม่นี้ด้วย

Baania.com

 

 

แล้วบาเนีย แตกต่างจากดอทคอมอื่นๆอย่างไร

อัญชนา กล่าวว่าการขาดแหล่งข้อมูลที่ครบถ้วนและเชื่อถือได้ คือ Pain Point  ที่สำคัญของการหาซื้อบ้านของคนไทย หน้าตาเราอาจจะเหมือนเวปไซต์ทั่วไป ที่ให้รายละเอียดเบื้องต้นในเรื่องที่อยู่อาศัย แต่ ไม่ใช่เพราะบาเนียคือแพลตฟอร์มที่ถูกเตรียมไว้เพื่อทำบิ๊กดาต้าเพราะฉะนั้นระบบหลังบ้าน จะใหญ่มาก  

สิ่งที่บาเนียทำเพิ่มในข้อมูลเชิงลึก เช่นบ้านหลังนี้ซื้อแล้วในอนาคตอีกกี่ปีราคาขึ้นกี่เปอร์เซนต์, วิเคราะห์ซัพพลายและดีมานด์ ซื้อมาแล้วควรซื้อหรือปล่อยเช่า วิเคราะห์ แบรนด์แวลู  ราคาเฉลี่ยของบ้านในแต่ละทำเล, ราคาเฉลี่ยต่อตารางเมตรของคอนโด  ความเคลื่อนไหวของราคาบ้านราคาที่ดินในแต่ละย่าน

“ปัญหาหลักของธุรกิจนี้ คือความยาก และการใช้เวลาในการอัพเดทข้อมูลต่างๆ เรา ได้ไปใช้รูปแบบการเก็บดาต้าของธุรกิจทางด้านรีเทลซึ่งเขาเก่งมาก แล้วเอามาปรับปรุงใช้กับธุรกิจอสังหาฯ เพื่อสร้างจุดเด่นให้กับ  Marketplace ของบาเนีย”

 อีกด้านหนึ่งของข้อมูลคือซัพพลายไซด์ ที่มีรายละเอียดของโครงการต่างๆ จำนวนมาก เมื่อคนที่ต้องการซื้อบ้านจำนวนมากเข้ามาพบกับโครงการและข้อมูลจำนวนมาก  บาเนียก็ได้เอาเทคโนโลยี พวก AI และ Machine Learning  ที่สามารถแทร็กข้อมูล 2 ก้อนนี้มาทำ เป็นตัวดาต้าอนาไลติกส์ สามารถใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล และรู้ถึงอินไซด์ผู้บริโภคในแง่มุมต่างๆ ซึ่งข้อมูลตัวนี้ดีเวลลอปเปอร์ต้องการเพราะจะช่วยให้เขามีข้อมูลในการตัดสินใจได้แม่นยำขึ้น  รู้ว่าควรทำโครงการแบบไหน ให้โดนใจลูกค้ามากที่สุด   

จากปัจจุบันมีโครงการครอบคลุม 15 จังหวัด ในกรุงเทพฯและปริมณฑล ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคตะวันออก มากกว่า 13,622 โครงการ มีบ้านอยู่ในระบบ 2,265,214 หลัง และแบบบ้าน 27,291 แบบ และมีผู้เข้าใช้งานในระบบกว่า 4,000,000 ราย ทำให้มีข้อมูลในการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคกว่า 700 ล้าน Data Point                                                                                                                                                                                                                                                                                                                             

Baania.com

 

มุ่งพัฒนา ดาต้า เทคโนโลยี และคน

เงินทุนก้อนใหญ่ที่ได้มาจะมุ่งเอาไปพัฒนาใน 3 เรื่องคือ

1.ทางด้านข้อมูลที่ตั้งเป้าขยายการพัฒนาฐานข้อมูลโครงการอสังหาริมทรัพย์ให้ครบ 26 จังหวัดหลักทั่วประเทศ เพิ่มพื้นที่การจัดเก็บข้อมูลในภาคใต้ ภาคตะวันตก และเพิ่มผู้ใช้บริการในระบบเป็น 7,000,000 คน

2.ทางด้านพัฒนาเทคโนโลยีใหม่เช่น Search by Lifestyle  ค้นหาที่อยู่อาศัย ตามพฤติกรรมการใช้ชีวิต  Bestimate ระบบประมาณราคาบ้านโดยใช้เทคโนโลยี และ Baania Pulse: Deep Social Listening   ระบบวิเคราะห์อสังหาริมทรัพย์ 

3.ทางด้านคนที่สำคัญมากเพราะถึงจะมี การลงทุนในเรื่องของดาต้าและเทคโนโลยี แต่ถ้าคนไม่มีความสามารถใช้เครื่องมือไม่เป็นก็ไม่มีประโยชน์  ปัจจุบันบาเนียมีทีมงานประมาณ 100 คน (ไม่รวมทีมงานเก็บข้อมูลที่จ้างบริษัทมืออาชีพข้างนอกทำ)  โดยเป็นคนทำเรื่อง ดาต้าประมาณ 50 คน เป็นนักวิเคราะห์ 20 คน

“รายได้หลักๆของเรามี 2 ทางคือ มาจากดีเวลลอปเปอร์ที่มาใช้บริการซื้อแบนเนอร์หน้าบ้าน   แต่ต่อไปจะมีรายได้จากหลังบ้านคือการเข้ามาซื้อข้อมูลที่เพิ่งเปิดบริการ เพิ่มมากขึ้น

เธอบอกว่า ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ คือลูกค้ารายแรกที่ให้ความสนใจอย่างมาก

ปกติผู้ประกอบการเวลาทำแต่ละโครงการเขาก็จะจ้างบริษัทข้างนอกหรือมีทีมงานสำรวจ  แพลตฟอร์มของเราทำให้เขาทำงานง่ายขึ้น และที่สำคัญในฐานข้อมูลของแต่ละบริษัทส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มลูกค้าของเขาเอง แต่ไม่มีกลุ่มอื่นๆทั่วไปเหมือนที่เรามี”

เป้าหมายอีกอย่างหนึ่งของ  อัญชนา และพันธมิตรทั้ง 4 คือต้องการเอาแพลตฟอร์มนี้ ขยายไปในต่างประเทศเพื่อนบ้านในเอเชีย  และ ต้องการเห็นบาเนียประสบความสำเร็จ   เช่นดียวกับ  Zillow ในสหรัฐอเมริกา  ที่มีโมเดลแบบเดียวกัน

สตาร์ทอัพ ทุกรายมีสิทธิ์ฝัน   บาเนียก็เช่นกันการได้เป็นยูนิคอร์นตัวแรกที่มีสัญชาติไทยคือความฝันที่ต้องมุ่งมั่น ไม่ให้เสียของระหว่างทาง และสร้างให้เกิดขึ้นจริงให้ได้

Baania.com

 


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline

 

 


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer