หากพูดถึงร้านสะดวกซื้อในปั๊มน้ำมันของปตท. ภาพจำของคนไทยส่วนใหญ่อาจเปลี่ยนไปเป็น 7-Eleven เกือบทั้งหมดแล้ว
แต่ปัจจุบันยังมีบางปั๊มที่มีร้าน Jiffy เปิดให้บริการอยู่ แถมยังมีฐานแฟนคลับที่ “เหนียวแน่น” ชนิดที่ว่าถ้าเห็นป้าย Jiffy ต้องเลี้ยวเข้าปั๊มทันที
จุดเริ่มต้นคือ ConocoPhillips บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่จากสหรัฐฯ เข้ามาลงทุนในไทยเมื่อปี พ.ศ. 2534 สร้างปั๊มน้ำมัน Jet พร้อมกับร้านสะดวกซื้อในชื่อ Jiffy
จนกระทั่งปี 2550 ปตท. เข้ามาซื้อกิจการต่อจาก ConocoPhillips โดยเปลี่ยนจากปั๊ม Jet ให้เป็นของปตท. ทั้งหมด
แต่ร้าน Jiffy ยังคงเก็บไว้ต่อ ไม่ได้ปิดไปพร้อมกับปั๊ม Jet
หลังจากนั้นก็มีการปรับโครงสร้างในเครือให้ Jiffy เป็นส่วนหนึ่งของบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จํากัด (มหาชน) หรือ OR
ขณะเดียวกัน ปตท. ก็ยังมีร้าน 7-Eleven เปิดอยู่ในปั๊มด้วย เป็นส่วนหนึ่งของสัญญาร่วมกันระหว่าง OR และ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL
เพื่อให้ปตท. มีเชนร้านสะดวกซื้อขนาดใหญ่ที่สุดของไทยเข้ามาอยู่ในปั๊ม เรียกลูกค้าเข้าปั๊มและเพิ่มรายได้ให้กับธุรกิจ
แต่ก็มีเงื่อนไขสำคัญคือ
OR จะเปิดร้านได้แค่ 7-Eleven และ Jiffy (ที่เป็นของตัวเอง) อยู่ในปั๊มปตท. จะเปิดร้านสะดวกซื้อแบรนด์อื่นไม่ได้
CPALL ก็จะเปิดร้านของตัวเองแค่ในปั๊มของปตท. เท่านั้น จะไปเปิดในปั๊มอื่นไม่ได้เช่นกัน
ปั๊มปตท. ที่เห็นอยู่ทั่วประเทศไทย จึงมีทั้งปั๊มที่มีร้าน 7-Eleven และ Jiffy ซึ่งจะติดป้ายไว้ชัดเจนเห็นได้แต่ไกลเลยว่าปั๊มนี้มีร้านไหนอยู่
แต่ถ้าแบ่งจำนวนปั๊มที่มี 7-Eleven และ Jiffy ก็ต้องบอกว่าแตกต่างกันลิบลับ
เพราะจากสาขาของปตท. ที่มีร้านสะดวกซื้อทั้งหมดราว 2,300 แห่ง แต่ Jiffy มีสาขาอยู่เพียง 150 แห่งเท่านั้น เท่ากับว่าส่วนที่เหลือราว 2,150 เป็น 7-Eleven
แต่ OR ก็ยังมีต้องมีร้านสะดวกซื้อของตัวเองอยู่ในปั๊มของตัวเองก็เป็นหนึ่งในช่องทางการทำรายได้ให้บริษัท
เพราะถ้าปล่อยให้ 7-Eleven เช่าเพียงอย่างเดียว ก็จะกินได้แค่ค่าเช่าพื้นที่ ปล่อยให้รายได้ออกไปหา CPALL ทั้งหมด
หากดูเรื่องการวางตำแหน่งของแบรนด์ Jiffy ก็แตกต่างจาก 7-Eleven อย่างสิ้นเชิง
เพราะวางมาให้เป็น “เพื่อนนักเดินทาง” จากการเป็นร้านที่อยู่ในปั๊มน้ำมันตั้งแต่แรก
ทำเลของ Jiffy จะตั้งอยู่เส้นทางหลักออกนอกเมืองหรือต่างจังหวัดที่มีนักเดินทางหนาแน่น และมีพื้นที่กว้าง เพื่อเอื้อต่อพื้นที่จัดร้าน
ทำให้คนที่กำลังจะออกเดินทางไกล หรือไปต่างจังหวัด สามารถเข้าร้าน Jiffy เพื่อซื้ออาหารและของจำเป็นสำหรับการเดินทาง
หรือแม้แต่ “บรรยากาศ” ภายในตัวร้าน ก็ต่างกัน เพราะที่มาของ Jiffy คือการเป็นของบริษัทจากสหรัฐฯ จึงได้รับอิทธิพลการตกแต่งร้านแบบอเมริกัน ซึ่งยังคงเป็นกลิ่นอายมาจนถึงปัจจุบัน
นอกจากนี้ยังมีจุดขายอย่าง “ของกิน” เช่น ไก่ทอด ตู้อบพาย และข้าวเกรียบให้คนไปตักเองจากตู้ เป็นไอเทมคลาสสิกที่อยู่คู่ Jiffy มานานหลายทศวรรษ
ทำให้แบรนด์ Jiffy ยังคงมีภาพจำที่คนจำได้ และมีฐานแฟนคลับอยู่จนถึงทุกวันนี้ แม้จะมีอยู่เพียง 150 สาขา
นอกจากนี้ ธุรกิจปัจจุบันของ Jiffy ยังมีบริการ “จัดเลี้ยงอาหาร” เป็นอีกช่องทางในการทำรายได้
ธุรกิจจัดเลี้ยงก็มีทั้งแบบรับไปจัดงานเลี้ยงตามสถานที่ต่างๆ และรับจัดอาหารชุด สำหรับลูกค้างานเลี้ยง ประชุม สัมมนา หรือโอกาสสำคัญ
ของที่อยู่ในจัดอาหารชุดก็รวมถึงร้านในเครือเดียวกัน อยู่ในปั๊มปตท. เหมือนกัน เช่น ไก่ย่างจีระพันธ์, Pearly Tea และ Amazon
ทำให้เป็นการส่งเสริมยอดขายของร้านอื่นๆ ที่อยู่กับ OR ไปในตัวด้วย
Jiffy จึงยังคงเป็นร้านสะดวกซื้อที่อยู่ในปั๊มปตท. แม้ว่าจะปิดตำนานปั๊ม Jet ไปแล้วถึง 19 ปี
