แม้สินค้ากลุ่มเทคโนโลยีโดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นหัวหอกในการพา “แบรนด์ญี่ปุ่น” บุกตลาดโลก ร่วมกับแบรนด์รถยนต์ แต่ช่วงกว่า 10 ปีนี้ เครื่องใช้ไฟฟ้าญี่ปุ่นประสบปัญหามากมาย นำมาสู่การขายทิ้งปีกธุรกิจนี้ของบริษัทแม่ ให้กับบริษัทต่างชาติ
มาปีนี้สถานการณ์ของแบรนด์ญี่ปุ่นในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าก็ยังไม่ดีขึ้น โดยเมื่อมกราคมที่ผ่านมา Sony ตัดสินใจตั้งบริษัทร่วมทุนกับ TCL ของจีน เพื่อให้สิทธิฝ่ายหลังในการผลิตโทรทัศน์แบรนด์ Bravia ให้ แต่ในทางปฏิบัติคือการขายปีกธุรกิจนี้ให้บริษัทจีนไป
ล่าสุดมีบริษัทญี่ปุ่นอีกแห่ง ที่ตัดสินใจขายทิ้งธุรกิจ นั่นคือ Hitachi ที่ขายปีกธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าให้บริษัทญี่ปุ่นด้วยกัน
โดยเรื่องนี้ยังมาพร้อมความน่าสนใจ เพราะนี่คือบริษัทญี่ปุ่นที่อยู่มาเกินร้อยปี และยุคหนึ่งเคยขึ้นสู่จุดสูงสุดพร้อมสโลแกนที่คนไทยยังจำได้ แต่ก็ได้ทยอยปรับโครงสร้างจนที่สุดต้องตัดทิ้งปีกธุรกิจสำคัญไป

Hitachi ก่อตั้งเมื่อปี 1910 โดย นามิเฮอิ โอไดระ วิศวกรไฟฟ้าชาวญี่ปุ่นในอุตสาหกรรมเหมืองทองแดง แม้ช่วงแรกเป็นงานซ่อมแซมอุปกรณ์ไฟฟ้าและเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ ของบริษัททำเหมือง แต่จากนั้นก็ขยับขยายจนสามารถผลิตมอเตอร์ปั่นไฟ และอุปกรณ์อื่นๆ
จุดเปลี่ยนของ Hitachi มาถึงปี 1932 หลังการผลิตตู้เย็นได้ ถือเป็นการเปิดตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ที่ต่อมามีบทบาทสำคัญกับทั้งบริษัทและแบรนด์ โดยเฉพาะการขยายไปตลาดต่างประเทศ ซึ่งเริ่มจากประเทศแถบเอเชีย
ข้ามมาในยุค 80 ถึง 90 แบรนด์ญี่ปุ่นเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ผ่านเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน ตั้งแต่ทีวี ตู้เย็น วิทยุ เครื่องซักผ้าและเครื่องปรับอากาศ ซึ่งแบรนด์ญี่ปุ่นที่สร้างชื่อในช่วงนี้คือ Hitachi

ในไทย Hitachi เคยใช้สโลแกน “เปิดปุ๊บ ติดปั๊บ” กับทีวี เครื่องปรับอากาศ และปั๊มน้ำ ในแคมเปญโฆษณา เพื่อสื่อถึงการใช้งานได้แทบจะทันทีหลังเปิดเครื่อง จนเป็นที่จดจำของคนรุ่นหนึ่ง
จากนั้น Hitachi ก็ขยับขยายกลายเป็นอาณาจักรเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ มีสินค้าในเครือมากมาย ตั้งแต่ เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน เทคโนโลยีทางการแพทย์ อุปกรณ์ก่อสร้าง หรือแม้กระทั่งรถไฟ และอุตสาหกรรมพลังงาน
ทว่า Hitachi ก็เผชิญมรสุมลูกใหญ่ โดยปี 2008 โลกเจอกับวิกฤตที่มีต้นเหตุมาจากปัญหาเศรษฐกิจในสหรัฐฯ ทำให้ต่อมาในปี 2009 กำลังซื้อของคนทั่วโลก และสภาพคล่องของบริษัทต่างๆ ลดลง

Hitachi ก็ได้รับผลกระทบจากวิกฤตครั้งนี้ไปด้วย โดยในปี 2009 ตัวเลขขาดทุนของ Hitachi สูงถึง 8,100 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1,955 ล้านบาทตามค่าเงินปัจจุบัน) มากเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์บริษัทญี่ปุ่น
วิกฤตดังกล่าวทำให้ต้องปลดพนักงานทั่วโลก 7,000 คน และปรับโครงสร้างที่ต่อเนื่องมาอีกนาน ต่อมาแม้สถานการณ์โดยรวมของ Hitachi ดีขึ้นมาบ้างแต่ปีกธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้ากลับมีแต่ทรงกับทรุด
นำมาสู่การขายปีกธุรกิจนี้เกือบทั้งหมดยกเว้นในญี่ปุ่นให้ Arcelik ของตุรกีที่เป็นบริษัทแม่ของ Beko ในปี 2020
ณ เวลานั้น ยอดขายเครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ญี่ปุ่นลดลงต่อเนื่องมาหลายปี หลังแพ้ให้กับแบรนด์เอเชียตะวันออกด้วยกัน จน Sanyo, Toshiba และ Sharp ต้องขายปีกธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าให้กับ Haier และ Midea ของจีน และ Foxconn ของไต้หวันตามลำดับ
ปี 2025 สถานการณ์ปีกธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าของ Hitachi ก็ยังไม่ดีขึ้นมาเลย จนมีข่าวว่าอาจต้องขายทั้งธุรกิจนี้ออกไป โดยบริษัทที่ให้ความสนใจ มีทั้ง LG และ Samsung ของเกาหลีใต้ และ Arcelik ของตุรกี

ที่สุด 22 เมษายนที่ผ่านมา Hitachi ก็ประกาศขายปีกธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมดให้ Nojima ห้างค้าปลีกเครื่องใช้ไฟฟ้าญี่ปุ่น โดยที่ฝ่ายหลังจะได้ธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้านอกญี่ปุ่นของ Hitachi ซึ่ง Arcelik ขายคืนมาให้ไปครองด้วย และรับพนักงานกว่า 5,100 คนไปอยู่ภายใต้การบริหาร
ดีลนี้ถือเป็นการถอนตัวจากธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าของ Hitachi หลังอยู่ในธุรกิจนี้มาเกือบ 100 ปี แต่ขณะเดียวกันก็ช่วยให้ไม่ต้องกังวลกับธุรกิจที่ขาดทุนอีกต่อไป
นอกจากนี้ยังสามารถหันไปทุ่มเทกับธุรกิจที่มีอนาคตอย่างการเดินรถระบบราง และพลังงาน รวมถึงเทคโนโลยีดิจิทัลได้มากขึ้น / japantoday ,sandiegouniontribune ,kedglobal ,wikipedia
