Arla ทำความรู้จักกับเครือแบรนด์นมร่วมชาติของประเทศสวีเดนและเดนมาร์ก

ใครที่เป็นชื่นชอบการดื่มนมอาจจะคุ้นเคยชื่อแบรนด์ Arla (อาร์ลา) กันแน่นอน เพราะแบรนด์นี้เป็นแบรนด์นมขึ้นชื่อที่เกิดจากการร่วมมือของชาวเดนมาร์ก-สวีเดน

ถือได้ว่าArlaเป็นสหกรณ์ข้ามชาติที่ตั้งอยู่ใน Viby (วิไบ) ประเทศเดนมาร์ก ซึ่งเป็นบริษัทนมที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลกและเป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์นมรายใหญ่ที่สุดในสแกนดิเนเวียและสหราชอาณาจักร

โดยArlaได้รายงานการเติบโตที่เพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2023 ว่ามีรายได้สูงถึง 270 ล้านยูโร ซึ่งรายได้เฉพาะในสหราชอาณาจักรก็ได้เพิ่มขึ้นถึง 2.4% นอกจากนี้ ยังสามารถทำกําไรได้มากถึง 167 ล้านยูโรในช่วงครึ่งแรกของปี 2024 และรายได้รวมเป็น 6.6 พันล้านยูโร

แล้วArlaเกิดขึ้นได้อย่างไร ทำไมถึงสองประเทศมาร่วมมือกันได้ มาทำความรู้จักArlaแบรนด์นมข้ามชาติกันเลยดีกว่า

ArlaFoods เกิดขึ้นจากการควบรวมกิจการระหว่างสหกรณ์นมสวีเดนArlaและบริษัทนมเดนมาร์ก MD Foods เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2000 ซึ่งชื่อArlaมาจากคําภาษาสวีเดนโบราณที่แปลว่าตั้งแต่เช้า ซึ่งสื่อถึงสัญลักษณ์การดื่มนมตอนเช้าของผู้บริโภค และในช่วงเช้าเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการผลิตสิ่งดี ๆ ออกมาในทุกวันนั่นเอง

เริ่มแรกในทศวรรษ 1880 เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในสวีเดนและเดนมาร์กได้จัดตั้งสหกรณ์ขนาดเล็ก เพื่อลงทุนในโรงงานผลิตนมทั่วไป ซึ่งสหกรณ์โคนมแห่งแรกก่อตั้งขึ้นในสวีเดนที่ StoraArla Gård ใน Västmanland ในปี 1881 ภายใต้ชื่อArla Mejeriförening และสหกรณ์โคนมแห่งแรกของเดนมาร์กก่อตั้งขึ้นใน Hjedding นอก Ølgod ทางตอนใต้ของ Jutland ในปี 1882

และในเวลาต่อมาๆ องค์กรสหกรณ์นมได้เติบโตมากขึ้นเรื่อย ๆ จนในปี 1927 ได้จดทะเบียนชื่อ Mjölkcentralen และตั้งแต่ปี 1950 โรงนมสหกรณ์จำนวนมากขึ้นในส่วนอื่น ๆ ของสวีเดนก็เริ่มเข้าร่วม Mjölkcentralen ก่อนที่สหกรณ์จะเปลี่ยนเป็นArla ในปี 1975

การเติบโตของArlaเป็นไปได้ด้วยดีซึ่งในตอนท้ายของศตวรรษที่ 20 สามารถครองส่วนแบ่งการตลาดได้มากถึง 65% ในสวีเดน

ในขณะที่ในปี 1970 เดนมาร์กได้ก่อตั้ง Mejeriselskabet Danmark ขึ้นโดยความร่วมมือของบริษัทนม 4 แห่งและโรงนม 3 แห่ง

และในปี 1992 Mejeriselskabet Danmark และ Kløver Mælk บริษัทนมที่ใหญ่เป็นอันดับสองของเดนมาร์กได้ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือทางการเงิน และในปี 1999 ทั้งสองบริษัทได้ควบรวมกิจการเป็น MD Foods โดยได้รับ 90% ของการผลิตนมของเดนมาร์ก

ก่อนที่จะตัดสินใจควบรวมกิจการกับ Swedish Arlaและก่อตั้งเป็นArla Foods ในเดือนเมษายน 2000 อย่างที่เรารู้จักกันดีในปัจจุบัน

ในปัจจุบันArla Foods เป็นบริษัทนมที่ใหญ่เป็นอันดับสี่ของโลกในแง่ของปริมาณนม อันดับที่เจ็ดในแง่มูลค่าการซื้อขาย โดยว่ากันว่าเจ้าของArla Foods คือเกษตรกรกว่า 8,492 คนทั่วเดนมาร์ก สวีเดน เยอรมนี สหราชอาณาจักร เบลเยียม เนเธอร์แลนด์ และลักเซมเบิร์ก

ซึ่งนอกเหนือจากนมแล้ว ArlaFoods ยังมีแบรนด์ย่อยหลายแบรนด์ อย่างแบรนด์ Lurpak, Puck และ Castello ที่วางจำหน่ายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับโคนมทั่วโลกอีกด้วย

แม้ว่าการดำเนินงานของArla Foods จะเติบโตไปได้ด้วยดี แต่ยอดขายเคยได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการคว่ำบาตรผลิตภัณฑ์เดนมาร์กในตะวันออกกลางเป็นเวลาสองเดือนในปี 2006 เนื่องจากความโกรธในหมู่ชาวมุสลิมเกี่ยวกับการ์ตูนเสียดสีของศาสดามูฮัมหมัดที่ตีพิมพ์ในเดนมาร์กเป็นสาเหตุเริ่มต้น

การคว่ำบาตรผลิตภัณฑ์ของเดนมาร์กนี้ได้เริ่มจากซาอุดีอาระเบียและแพร่กระจายไปทั่วตะวันออกกลาง ซึ่งตะวันออกกลางเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของArla นอกเหนือจากยุโรป ส่งผลให้ยอดขายในตะวันออกกลางลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้บริษัทต้องเสียค่าใช้จ่าย 2 ล้านดอลลาร์ต่อวัน ก่อนที่สถานการณ์จะคลี่คลายในเวลาต่อ ๆ มา

Arlafarm

ผลิตภัณฑ์นมของArla

เนื่องจากArlaเป็นแบรนด์ที่เกิดจากการร่วมมือกันของสหกรณ์จึงเชื่อได้เลยว่า ผลิตภัณฑ์นมจะเป็นนมคุณภาพดี สดใหม่จากฟาร์มทุกผลิตภัณฑ์

นอกจากนี้ Arlaยังให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพสัตว์ คุณภาพของผลิตภัณฑ์ และความปลอดภัยของอาหารอีกด้วย จึงได้มีการพัฒนาและวิจัยตลอดเวลา เพื่อจะได้ผลิตสินค้าที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภค


เรื่อง: ภริดา มุทิตาภรณ์


ที่มา:

https://en.wikipedia.org/wiki/Arla_Foods

https://www.arlafoods.co.uk/about-arla/who-we-are/

https://www.arla.com/company/farmer-owned/history/

https://news.arlafoods.co.uk/news/arla-foods-reports-strong-growth-in-second-half-of-2023

https://www.thegrocer.co.uk/news/arla-foods-uk-returns-to-branded-growth-as-price-inflation-eases/688488.article

Organic Herd increases October milk price by 2ppl

Arla Foods reports profit of €167 million in first half of 2024

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer