ย้อนกลับไปในปี 2017 ช่วงเวลาที่ Nintendo กำลังเผชิญความท้าทายครั้งใหญ่หลังความล้มเหลวของ Wii U
ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าเครื่องเกมถัดไปของบริษัทญี่ปุ่นรายนี้จะพลิกสถานการณ์ได้แค่ไหน

แต่แล้ว Nintendo Switch ก็เปิดตัว
เครื่องเกมลูกผสมที่ไม่เหมือนใครในตลาด
และกว่า 8 ปีให้หลัง มันกลายเป็นเครื่องเล่นเกมที่ขายดีที่สุดตลอดกาลของ Nintendo
ด้วยยอดขายกว่า 150 ล้านเครื่องทั่วโลก

Switch ไม่ได้เป็นแค่ผลิตภัณฑ์ที่ “ขายดี”
แต่มันเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ Nintendo กลับมายืนในจุดสูงสุดของวงการอีกครั้ง
นี่คือเรื่องราวของ “ความสำเร็จ” ที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากโชค แต่เกิดจากการตัดสินใจหลายจุดที่ค่อยๆ สร้างผลลัพธ์อันใหญ่ในระยะยาว

.

การออกแบบที่ไม่ตามใคร แต่เจาะผู้ใช้ทุกกลุ่ม

Switch คือการผสมผสานจุดแข็งของสองโลกเข้าด้วยกัน ทั้งเครื่องคอนโซลแบบต่อทีวีและเครื่องเกมพกพา
ดีไซน์แบบ “Hybrid” ที่ให้ผู้เล่นสามารถต่อทีวีเล่นที่บ้าน แล้วหยิบไปเล่นต่อระหว่างเดินทางได้ในเครื่องเดียว

ความเรียบง่ายแต่ยืดหยุ่นของ Switch กลายเป็นจุดเด่นที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคหลากหลายประเภท
ไม่ว่าจะเป็นเกมเมอร์ที่ต้องการความจริงจัง
ผู้เล่นที่อยากได้อะไรเบาๆ เล่นสนุกกับเพื่อนในครอบครัว
หรือแม้แต่คนที่ไม่ได้เล่นเกมมาเป็นสิบปี ก็ยังสามารถ “หวนคืนสู่วงการ” ได้อย่างง่ายดาย

การที่ Nintendo เลือกเดินในเส้นทางนี้ คือการมองเห็น “โอกาส” ที่ค่ายอื่นมองข้าม
แทนที่จะเน้นกราฟิกหรือประสิทธิภาพที่สูงที่สุด
พวกเขาเลือกโฟกัสที่ “ประสบการณ์การเล่น” และ “การเข้าถึง” มากกว่า
และผลลัพธ์ก็ชัดเจนว่า มันได้ผล

.

ความบันเทิงสำหรับทุกคนในครอบครัว

Nintendo ไม่ได้มองว่า Switch เป็นแค่เครื่องเกมสำหรับ “เกมเมอร์”
แต่เห็นว่าเครื่องนี้สามารถเป็นสื่อกลางของความบันเทิงสำหรับทุกคนในครอบครัว

เกมที่วางจำหน่ายบน Switch จึงมีหลากหลายแนว
ตั้งแต่เกมระดับ AAA อย่าง Zelda: Breath of the Wild ไปจนถึงเกมเบา ๆ สำหรับเด็กและผู้ใหญ่
รวมถึงเกม Multiplayer ที่เหมาะกับการเล่นในบ้านหรือปาร์ตี้กับเพื่อน

นอกจากนี้ Nintendo ยังใช้ประโยชน์จากความผูกพันของแฟนเกมเก่าๆ
เกมเมอร์ที่เติบโตมากับยุค Super Nintendo หรือ Game Boy
กลับมาเลือก Switch เพราะมันมีทั้งเกมใหม่ที่น่าสนใจ
และเกมเก่าที่ถูกรีเมกหรือนำเสมอใหม่ให้หายคิดถึง

นี่คือวิธีที่ Nintendo “ขยายฐานลูกค้า” โดยไม่ทิ้งรากเหง้าเดิม

.

Exclusive Game ที่แข็งแกร่ง

Nintendo มีจุดแข็งที่ชัดเจนมากในวงการนี้ นั่นคือตัวละครและแฟรนไชส์ในสังกัดที่ทรงพลัง
Mario, Zelda, Animal Crossing, Pokémon ล้วนเป็นชื่อที่มีแฟนติดตามทั่วโลก

เกม Exclusive เหล่านี้ไม่เพียงสร้างยอดขายที่มั่นคง
แต่ยังช่วยให้ Switch มีความแตกต่างจากคู่แข่งอย่าง PlayStation และ Xbox อย่างชัดเจน

ซึ่งเกม Exclusive ที่ขายดีที่สุดของ Nintendo มียอดขายสูงถึง

  1. Mario Kart 8 Deluxe – 68.20 million
  2. Animal Crossing: New Horizons – 47.82 million
  3. Super Smash Bros. Ultimate – 36.24 million
  4. The Legend of Zelda: Breath of the Wild – 32.81 million
  5. Super Mario Odyssey – 29.28 million

ในขณะเดียวกัน Nintendo ก็เปิดประตูรับเกมจากค่ายภายนอกมากขึ้น
ตั้งแต่เกมอินดี้ไปจนถึงเกมจากค่ายยักษ์ใหญ่
ส่งผลให้คลังเกมของ Switch มีความหลากหลายมากพอ
ที่ผู้เล่นเกือบทุกประเภทจะหาเกมที่ “เหมาะกับตัวเอง” ได้ในเครื่องเดียว

.

ทยอยออกรุ่นใหม่เพื่อตอบโจทย์ตลาด

Switch เปิดตัวด้วยราคาที่ไม่สูงจนเกินไป
อยู่ในระดับที่จับต้องได้เมื่อเทียบกับคอนโซลอื่นในตลาด
แต่ที่น่าสนใจคือ Nintendo ยังทยอยออกรุ่นใหม่ๆ มาตอบโจทย์ความต้องการลูกค้า

ตลอดช่วงชีวิตของ Switch มีทั้งรุ่นอัปเกรด (เช่น OLED Model)
และรุ่นราคาย่อมเยาอย่าง Switch Lite ตอบโจทย์ผู้เล่นที่มีงบประมาณหรือความต้องการแตกต่างกันไป

นอกจากนี้ Nintendo ยังรักษามูลค่าทางแบรนด์ไว้ได้อย่างเหนียวแน่น
Switch ไม่เคยถูกลดคุณค่าให้เป็นแค่ “เครื่องเกมราคาถูก”
แต่ถูกนำเสนอในฐานะ “ของขวัญ” และ “สื่อกลางของความทรงจำ”
ซึ่งเป็นตำแหน่งทางการตลาดที่คู่แข่งหลายรายไม่สามารถแทรกเข้าไปได้ง่ายๆ

.

โอกาสที่มาในวันที่พร้อม

ในช่วงการระบาดของ COVID-19
หลายคนต้องอยู่บ้าน เว้นระยะห่าง หลีกเลี่ยงการพบปะสังสรรค์
กิจกรรมบันเทิงภายในบ้านจึงกลายเป็นสิ่งจำเป็นยิ่งกว่าของฟุ่มเฟือย

Nintendo Switch ซึ่งมีเกมเล่นคนเดียว เล่นกับเพื่อน หรือเล่นออนไลน์ให้เลือกมากมาย
กลายเป็นหนึ่งในสินค้าที่ขายดีจนขาดตลาดในหลายประเทศ
โดยเฉพาะเกม Animal Crossing: New Horizons ที่กลายเป็นปรากฏการณ์ในปี 2020

แม้จะเป็นปัจจัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของ Nintendo
แต่มันก็ยิ่งตอกย้ำว่า Switch คือผลิตภัณฑ์ที่ “พร้อมสำหรับช่วงเวลาแบบนี้” มากกว่าเครื่องเกมอื่นในตลาด

.

Nintendo Switch 2

Nintendo เปิดตัว Switch 2 อย่างเป็นทางการแล้ว
ภาคต่อของเครื่องเล่นเกมที่แฟน ๆ ทั่วโลกรอคอย
นับตั้งแต่ Switch รุ่นแรกเปิดตัวในปี 2017

Switch 2 ยังคงยืนพื้นบนแนวคิดดั้งเดิมที่พิสูจน์แล้วว่าประสบความสำเร็จ
นั่นคือการผสมผสานระหว่างเครื่องคอนโซลและพกพาในเครื่องเดียว
แต่ในครั้งนี้ มีการปรับปรุงหลายจุดเพื่อให้ทันสมัยและตอบโจทย์การใช้งานในปี 2025 และอนาคตข้างหน้า

แทนที่จะเปลี่ยนแนวทางแบบสุดขั้ว
Nintendo เลือกเดินหน้าต่อยอดจากสิ่งที่ผู้คนรัก
รักษาเอกลักษณ์ของ Switch ไว้
พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพ ความละเอียดของภาพ และฟีเจอร์ใหม่ที่สอดคล้องกับยุคสมัย

นี่คือการตอกย้ำว่า ความสำเร็จไม่จำเป็นต้องมาจากการเริ่มใหม่ทั้งหมด
แต่สามารถเกิดขึ้นได้จากการเข้าใจว่า “อะไรที่คนชอบ”
และทำให้สิ่งนั้นดียิ่งขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง

โดย Switch 2 ได้ทยอยวางจำหน่ายในบางประเทศแล้ว
และจะวางจำหน่ายในไทยวันที่ 26 มิถุนายน

.

แล้วบทเรียนจาก Nintendo Switch บอกอะไรกับธุรกิจอื่นได้บ้าง?

ความสำเร็จของ Switch แสดงให้เห็นว่า
การรู้จักตัวเอง เข้าใจลูกค้า และเลือกจุดยืนที่แตกต่าง
สามารถสร้างผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ได้ แม้ในตลาดที่มีการแข่งขันสูง

การออกแบบที่เข้าใจการใช้งานจริง
การไม่ยึดติดกับสิ่งที่เคยล้มเหลว
และการสร้างคุณค่าทางอารมณ์
คือสิ่งที่ทำให้ Switch ไม่ได้เป็นแค่ “เครื่องเกม”
แต่กลายเป็น “ประสบการณ์” ที่อยู่ในความทรงจำของผู้คนทั่วโลก


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer