เป็นช่วงที่ลีกฟุตบอลส่วนใหญ่ในยุโรปปิดฤดูกาล ที่แฟนบอลไม่ต้องเหงา หลังการเริ่มฟาดแข้งกันของทัวร์นาเมนต์ ‘FIFA Club World Cup 2025’ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการแข่งขันในรอบแบ่งกลุ่ม

| FIFA Club World Cup 2025 บิ๊กทัวร์นาเมนต์ใหม่
ติดโผรายการแข่งฟุตบอล เงินรางวัลมหาศาล |
|||
| 5 อันดับแรก รายการแข่งขันฟุตบอล ที่มีมูลค่าเงินรางวัลรวมสูงสุดในโลก | ภูมิภาคของทีมที่เข้าร่วมการแข่งขัน | จำนวนทีมที่เข้าร่วมการแข่งขัน | มูลค่าเงินรางวัลรวมตลอดการแข่งขัน / ล้านบาท |
| UEFA Champions League 2024-2025 | ยุโรป | 36 | 89,500 |
| Premier League 2024-2025 | อังกฤษ | 20 | 82,600 |
| Bundesliga 2024-2025 | เยอรมนี | 18 | 39,600 |
| FIFA Club World Cup 2025 | นานาชาติ | 32 | 33,000 |
| FIFA World Cup 2026 | นานาชาติ | 48 | 29,600 |
| อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 33.02 บาท | |||
| ที่มา: Marketeer รวบรวมจาก FIFA, UEFA, Premier League, Bundesliga, Statista / มิ.ย. 2025 | |||
แชมป์สโมสรโลก
ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก (FIFA Club World Cup) เป็นการแข่งขันฟุตบอลระดับสโมสรนานาชาติที่จัดโดย สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) เพื่อตัดสินหาแชมป์สโมสรโลกอย่างเป็นทางการ
ก่อนที่ FIFA Club World Cup จะกำเนิดขึ้น การแข่งขันที่ถือเป็น ‘แชมป์สโมสรโลก’ อย่างไม่เป็นทางการคือ Intercontinental Cup ซึ่งเป็นการพบกันระหว่างแชมป์สโมสรยุโรป (UEFA Champions League) และแชมป์สโมสรอเมริกาใต้ (Copa Libertadores) เริ่มจัดขึ้นครั้งแรกในปี 1960
ต่อมา FIFA ต้องการจัดการแข่งขันที่เป็นตัวแทนของสโมสรจากทุกทวีปทั่วโลกอย่างแท้จริง จึงได้ริเริ่มรายการ FIFA Club World Championship ขึ้นในปี 2000 จัดขึ้นครั้งแรกที่ประเทศบราซิล
หลังจากนั้นก็พัฒนามาเป็น FIFA Club World Cup จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยปกติแล้วจะแข่งกันในช่วงเดือนธันวาคม ใช้เวลาสั้น ๆ ประมาณ 1-2 สัปดาห์ รูปแบบการแข่งขันแบบแพ้คัดออก
โดยมี 7 ทีมเข้าร่วม ได้แก่ แชมป์สโมสรของแต่ละทวีป (ยุโรป, อเมริกาใต้, เอเชีย, แอฟริกา, อเมริกาเหนือ / กลาง / แคริบเบียน, โอเชียเนีย) และทีมจากประเทศเจ้าภาพ
จากทัวร์นาเมนต์ระยะสั้น สู่มหกรรมกีฬาฟุตบอลรายการใหม่
ในช่วงปลายปี 2022 ทาง FIFA ได้ประกาศอนุมัติการแข่งขันรูปแบบใหม่ของ FIFA Club World Cup เปลี่ยนจากเดิมที่จัดทุกปี เป็นจัดทุก ๆ 4 ปี
เริ่มใช้การแข่งขันรูปแบบใหม่ครั้งแรกในปี 2025 โดย สหรัฐอเมริกา ได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ฟาดแข้งกันระหว่างวันที่ 14 มิ.ย. – 13 ก.ค. 2025
รายละเอียดการแข่งขันแบบใหม่
เพิ่มจำนวนทีมเป็น 32 ทีม: จากเดิมที่มี 7 ทีม ขยายเป็น 32 ทีม โดยมีโควต้าจากแต่ละสมาพันธ์ฟุตบอลทั่วโลก
FIFA Club World Cup 2025 จะมี 32 ทีมเข้าร่วม ดังนี้ ยุโรป 12 ทีม, อเมริกาใต้ 6 ทีม, เอเชีย 4 ทีม, แอฟริกา 4 ทีม, คอนคาเคฟ 4 ทีม, โอเชียเนีย 1 ทีม และเจ้าภาพ 1 ทีม
รูปแบบการแข่งขัน: คล้ายกับฟุตบอลโลกทีมชาติ คือมีการแบ่งกลุ่ม 8 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ทีม แข่งแบบพบกันหมดในรอบแบ่งกลุ่ม จากนั้นทีมอันดับ 1 และ 2 ของแต่ละกลุ่มจะผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย และแข่งขันแบบน็อกเอาต์จนถึงรอบชิงชนะเลิศ
สนามใหม่ในการหารายได้ของ FIFA
การปรับรูปแบบการแข่งขันของ FIFA Club World Cup ให้กลายเป็นทัวร์นาเมนต์ระดับโลก สะท้อนชัดเจนถึงเป้าหมายทางการค้าของ FIFA เพราะรายการนี้จะเข้ามาส่งเสริมลิขสิทธิ์สื่อและแบรนดิ้ง ทั้งเข้ามาช่วยขยายเศรษฐกิจฟุตบอลในช่วงปิดฤดูกาลของฟุตบอลลีก
นอกจากนั้น ยังเป็นการเคลื่นไหวต่อเนื่องหลังจาก UEFA Champions League ที่จัดการแข่งขันโดย UEFA องค์กรกำกับดูแลกีฬาฟุตบอลในระดับทวีปยุโรป และเป็นหนึ่งใน 6 สหพันธ์ย่อยที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ FIFA ได้เริ่มนำระบบการแข่งขันในรูปแบบลีกมาใช้ในรอบแบ่งกลุ่ม สำหรับฤดูกาล 2024-2025 ซึ่งส่งผลให้มีจำนวนแมตช์และบิ๊กแมตช์มากขึ้น นำมาสู่การสร้างรายได้ที่มากขึ้นให้สหพันธ์
การผลักดันกีฬาฟุตบอลของเจ้าภาพ
FIFA Club World Cup 2025 นับเป็นรายการสำคัญสำหรับเจ้าภาพอย่างสหรัฐอเมริกาในการส่งเสริมการแสดงศักยภาพของ Major League Soccer (MLS) ลีกฟุตบอลอาชีพสูงสุดในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา
ทั้งการแข่งขัน FIFA Club World Cup 2025 ที่ได้จัดขึ้นใน 12 สนามใน 11 เมืองทั่วสหรัฐอเมริกา ก็ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬาให้ประเทศไปในตัว และเป็นการต่อยอดปรากฏการณ์ เมสซี่ฟีเวอร์ หลังสโมสรต้นสังกัดของ ‘ลิโอเนล เมสซี่’ อย่าง อินเตอร์ ไมอามี ทีมดังจาก MLS ก็เข้าร่วมในฐานะสโมสรตัวแทนจากประเทศเจ้าภาพ
โดยการผลักดักกีฬาฟุตบอล ซึ่งถือว่าอยู่ภายใต้เงากลุ่มอเมริกันเกมส์อย่างอเมริกันฟุตบอล, บาสเกตบอล, เบสบอล โดยกีฬาที่ได้รับความนิยมที่สุดในโลกอย่างฟุตบอล ในสหรัฐฯ จะถูกเรียกว่าซอกเกอร์
มองได้ว่าการที่ทางสหรัฐฯ ต้องการให้ฟุตบอลกลายมาเป็นหนึ่งในกลุ่มกีฬาสำคัญสำหรับเผยแพร่วัฒนธรรมกีฬาของประเทศ ส่วนสำคัญมาจากการที่สหรัฐฯ เตรียมเป็นเจ้าภาพจัด ฟุตบอลโลก 2026 (2026 FIFA World Cup) ร่วมกับแคนาดาและเม็กซิโก
ความท้าทายจากการจัดการแข่งขัน
ปฏิเสธไม่ได้ว่ารูปแบบการแข่งขันใหม่ของ FIFA Club World Cup เข้ามาส่งเสริมการลงทุนที่เพิ่มขึ้นในโครงสร้างพื้นฐานด้านกีฬา และการท่องเที่ยวเชิงกีฬาในภูมิภาคของประเทศเจ้าภาพ
ทั้งถึงจะเป็นรายการที่สโมสรจากยุโรปครองแชมป์ส่วนใหญ่ในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากนับเป็นทวีปศูนย์กลางของฟุตบอลอาชีพที่มีลีกแข็งแกร่ง และมีรายได้มหาศาล แต่การแข่งขันนี้ก็เปิดโอกาสให้ทีมจากทวีปอื่น ๆ ได้แสดงศักยภาพ และยกระดับมาตรฐานฟุตบอลของตนเอง
แต่ในอีกด้านหนึ่ง FIFA Club World Cup รูปแบบใหม่ ซึ่งแข่งขันในช่วงปิดฤดูกาลของฟุตบอลลีกส่วนใหญ่ในยุโรป และการมาจัดในช่วงฤดูร้อนของซีกโลกเหนือ ได้ก่อให้เกิดความกังวลอย่างมากในหมู่ผู้เล่น โค้ช สหภาพผู้เล่น ตลอดจนผู้เข้าชมเกมในสนาม
เพราะมองว่าทัวร์นาเมนต์ที่กินระยะเวลาร่วมเดือน และต่อเนื่องหลังจากการแข่งขันฟุตบอลลีกในประเทศ การแข่งขันระดับทวีป รายการทีมชาติ ที่หนักหน่วงอยู่แล้ว อาจนำไปสู่ความเหนื่อยล้า การบาดเจ็บทางกาย ปัญหาสุขภาพจิต ตลอดจนประสิทธิภาพที่ลดลงสำหรับนักฟุตบอล
ทั้งการเริ่มต้นของ FIFA Club World Cup 2025 ซึ่งผลตอบรับในรอบแบ่งกลุ่มยังไม่ดีเท่าที่ควร เมื่อประเมินจากจำนวนผู้เข้าชมเกมในสนาม แม้แต่ในเกมบิ๊กแมตช์ เนื่องจากสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย ราคาตั๋วที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ การเดินทางในพื้นที่ประเทศขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ
สะท้อนถึงวิธีการนำสโมสรฟุตบอลชั้นนำมาเพียงอย่างเดียว ไม่เพียงพอที่จะรับประกันความสำเร็จในการจัดรายการนี้ และเป็นบทเรียนที่ท้าทายสำหรับ FIFA และสหรัฐฯ เจ้าภาพ ก่อนฟุตบอลโลก 2026 จะมาถึง
บัลลังก์แชมป์ FIFA Club World Cup
เรอัล มาดริด เป็นสโมสรที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์การแข่งขัน FIFA Club World Cup โดยคว้าแชมป์ได้ 5 สมัย (2014, 2016, 2017, 2018, 2022)
สโมสรอื่น ๆ ที่คว้าแชมป์ได้มากกว่า 1 สมัย ได้แก่ บาร์เซโลนา 3 สมัย (2009, 2011, 2015), คอรินเทียนส์ 2 สมัย (2000, 2012), บาเยิร์น มิวนิค 2 สมัย (2013, 2020)
แชมป์ FIFA Club World Cup ย้อนหลัง 5 ปี โดยปี 2024 ไม่มีการแข่งขัน เนื่องจากเว้นช่วงเพื่อเตรียมการปรับเปลี่ยนการแข่งขันมาเป็นรูปแบบใหม่
ปี 2023: แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (อังกฤษ)
ปี 2022: เรอัล มาดริด (สเปน)
ปี 2021: เชลซี (อังกฤษ)
ปี 2020: บาเยิร์น มิวนิก (เยอรมนี)
ปี 2019: ลิเวอร์พูล (อังกฤษ)
Marketeer FYI
สำหรับการถ่ายทอดสด FIFA Club World Cup 2025 ทาง FIFA ได้ทำข้อตกลงให้ DAZN แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งกีฬาระดับโลก เป็นผู้ถ่ายทอดสดหลักของการแข่งขันทุกแมตช์ตลอดทัวร์นาเมนต์ ซึ่งหลายประเทศรวมถึงไทยสามารถรับชมการถ่ายทอดสดฟรี (Free-to-view) ผ่านแพลตฟอร์มเว็บไซต์ของ DAZN
