บริษัท เอดิสัน อีวี จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ DFSK แต่เพียงผู้เดียวในไทย ภายใต้การแต่งตั้งของ เซเรส กรุ๊ป (Seres Group) ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำของจีน เจ้าของแบรนด์ ประกาศปรับราคาเอสยูวีขนาดกลาง ไฟฟ้า 100% “DFSK Seres 3” สู้ศึกอีวีจีนช่วงมอเตอร์เอ็กซ์โป
คุณธันย์จิรา ภูริชพุฒิพันธ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอดิสัน อีวี จำกัด กล่าวว่า ราคาเดิมของ “DFSK Seres 3” ที่เปิดตัวในไทยครั้งแรกเมื่อเดือนพฤษภาคม 2025 มี 2 รุ่น คือ 670,000 บาท สำหรับรุ่นมาตรฐาน และ 690,000 บาท สำหรับรุ่นหลังคาแก้ว โดยมาพร้อมพละกำลังสูงสุด 163 แรงม้า แบตเตอรี่ขนาดความจุ 54 kWh วิ่งระยะทางไกลสูงสุด 420 กม. ต่อรอบการชาร์จเต็ม
แต่ล่าสุดบริษัทได้ปรับราคาใหม่ของ DFSK Seres 3 เหลือ 599,200 บาท สำหรับทั้ง 2 รุ่น เฉพาะลูกค้าที่จองในงานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2025 ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2025 ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี บูธ B08
โดยถึงแม้บริษัทจะยังคงเน้นการทำธุรกิจในระยะยาว มองการเติบโตไปพร้อมกับพาร์ทเนอร์และลูกค้า แต่ต้องยอมรับว่าการแข่งขันด้านราคาในตลาดรถยนต์อีวีไทย ยังเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
บริษัทยังตระหนักถึงความกังวลของลูกค้าเกี่ยวกับแบตเตอรี่และบริการหลังการขาย จึงเตรียมแผนการบริหารจัดการและมีซัพพอร์ตในส่วนดังกล่าวไว้แล้ว โดยมีการรับประกันตัวรถ 7 ปี การรับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร ทั้งอะไหล่สำรองที่จำเป็นได้ถูกจัดเตรียมเรียบร้อย ส่วนอะไหล่ตัวถังคาดว่าจะพร้อมภายในไตรมาสแรกของปี 2026
เรื่องประกันภัย ปัจจุบันบริษัทมีพาร์ทเนอร์ประกันภัยสัญชาติไทยแล้ว และยังเปิดโอกาสให้กลุ่มอื่น ๆ เข้ามาพูดคุยเพื่อเพิ่มทางเลือกและความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า ซึ่งลูกค้าที่ซื้อรถจะได้รับประกันภัยฟรี 1 ปี
อย่างไรก็ตาม ด้วยข้อจำกัดของโครงสร้างพื้นฐานในปัจจุบัน ทำให้ตลาดรถยนต์อีวีในไทย ฐานผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังอยู่ในกรุงเทพฯ การจะขยายไปยังตลาดต่างจังหวัด ค่ายยานยนต์ไฟฟ้าจึงยังจำเป็นต้องมีพอร์ตรถยนต์กลุ่มไฮบริดซึ่งตอบโจทย์กว่า
ในงานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2025 บริษัทจึงจะนำรถเรือธงรุ่นต่อไปที่เตรียมเอาเข้ามาจำหน่ายต่อจาก DFSK Seres 3 อย่างรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด “DFSK E5 Plus” ซึ่งเป็นรถเอสยูวีขนาด 7 ที่นั่ง ตอบโจทย์ความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าอเนกประสงค์ที่เหมาะกับกลุ่มครอบครัว มาจัดแสดงพร้อมเปิดลงทะเบียนจองสิทธิ์เพื่อรับราคาพิเศษในงาน
ด้านภาพรวมการดำเนินงานของบริษัท คำถามที่บริษัทได้รับบ่อยคือ ทำไมไม่เร่งเปิดดีลเลอร์ให้เร็ว ซึ่งบริษัทยอมรับว่าต้องใช้เวลาวางแผนและสร้างฐานธุรกิจให้มั่นคง เนื่องจากสภาวะตลาดโดยรวมเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้แผนธุรกิจและการลงทุนถูกปรับเปลี่ยน
บริษัทกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านความเชื่อมั่นในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทย เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับแบรนด์จีนใหม่ที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและดีลเลอร์ที่กำลังเจรจาร่วมธุรกิจกับบริษัทซึ่งอยู่ในฐานะแบรนด์จีนใหม่เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม บริษัทก็ยังเดินหน้าลงทุนกว่า 100 ล้านบาท สำหรับการจัดตั้งโชว์รูมหลัก และสำหรับปี 2025 บริษัทก็มองหาตัวแทนพันธมิตรจำหน่ายรถไว้ราว 30 แห่งทั่วประเทศ
ส่วนการส่งมอบรถ ยอมรับว่าตอนนี้มีข้อมูลการจดทะเบียนจากกรมการขนส่งทางบกอยู่เพียง 1 คัน แต่รถที่ส่งมอบไปแล้ว ซึ่งอยู่ระหว่างการรอจดทะเบียน บริษัทยืนยันว่าจะสามารถจดทะเบียนได้เรียบร้อยแน่นอน
ทั้งยืนยันว่าบริษัทมองการเติบโตในระยะยาว ไม่ใช่กำไรระยะสั้น บริษัทต้องการดีลเลอร์ที่เข้าใจธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า มีวิสัยทัศน์ ให้บริการอย่างมืออาชีพ มีศูนย์บริการมาตรฐาน และพร้อมลงทุนพัฒนาบุคลากร ไม่ใช่แค่กระแสขายแรง ๆ แล้วหายไป
โดยบริษัทและเซเรส กรุ๊ป จะสนับสนุนเต็มที่ทั้งการตลาด การฝึกอบรม ระบบ CRM และเทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อให้ดีลเลอร์บริการลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่แค่ขายแล้วจบ แต่สามารถดูแลลูกค้าตลอดอายุการใช้งาน
ทั้งด้วยผลงาน ชื่อเสียง และคุณภาพของเซเรส กรุ๊ป ในการผลิตและพัฒนาเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1986 ปัจจุบันมีพนักงานกว่า 16,000 คน ติดอันดับ Top 500 องค์กรจีน ส่งออกไปกว่า 70 ประเทศทั่วโลก ยอดผลิตและจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าสะสมกว่า 500,000 คัน และติดอันดับเป็นหนึ่งในสี่ผู้นำของบริษัทรถยนต์ไฟฟ้าทำกำไรได้ทั่วโลก ก็จะเป็นคุณภาพที่นำเสนอให้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทยต่อไปอย่างมั่นคงแน่นอนหลังจากนี้
