CMO เปิดตัว 4 ธุรกิจ เจาะ Generation Y

“ซีเอ็มโอ กรุ๊ป”  กางแผนยุทธศาสตร์ปี 58 เปิดตัวทีมผู้บริหารรุ่นใหม่ เดินหน้าสร้างรายได้ เปิด 4 ธุรกิจ “PM Fusion – Momentum S – MUSE Corporation –Imaginia” เกาะติดธุรกิจเทรนด์ยุคใหม่ หวังเจาะกลุ่มคน Gen Y ด้านผู้บริหาร ชี้ เพิ่มบริการใหม่ กระจายความเสี่ยงงานอีเว้นท์ มั่นใจสร้างรายได้มั่นคง พร้อมตั้งเป้ารายได้ปี 58 ที่ 1,400 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% จากปีก่อนและจะเติบโตสู่รายได้ 2,000 ล้านบาทภายในปี 2560   

 นายเสริมคุณ  คุณาวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีเอ็มโอ จำกัด (มหาชน) หรือ CMO ผู้นำธุรกิจสื่อสารการตลาดแบบครบวงจรแห่งอาเซียน เปิดเผยถึงแผนยุทธศาสตร์ในปี 2558 ว่า บริษัทฯ มีเป้าหมายที่จะรักษาความเป็นผู้นำธุรกิจอย่างมั่นคง ด้วยการรักษาฐานลูกค้าเดิมไว้ และพัฒนาธุรกิจใหม่ๆ ที่เข้ากับเทรนด์และตอบสนองไลฟสไตล์ของคนรุ่นใหม่ มากขึ้น โดยในปีนี้ บริษัทฯ จะเปิดตัวธุรกิจใหม่ ทั้งหมด 4 ธุรกิจ ซึ่งแต่ละธุรกิจจะให้บริการครอบคลุม ทั้งในกลุ่ม Music &Entertainment ,กลุ่มธุรกิจ Private Lifestyle, กลุ่มงานออกแบบและสร้างสรรค์ระบบแสง  เสียง ภาพ ครบวงจร ตลอดจนกลุ่มงานธุรกิจสวนสนุกเพื่อเสริมสร้างจินตนาการให้กับเด็กๆ โดยทั้งหมดจะบริหารงานภายใต้การทำงานของทีมผู้บริหารรุ่นใหม่ทั้ง 4 ท่าน ซึ่งนับว่าเป็นปีแห่งการปรับตัวครั้งสำคัญในรอบ 28 ปี ของ CMO เพื่อรองรับการขยายงานทั้งในและต่างประเทศ

บริษัทฯ ตั้งเป้าขยายงานเข้าถึงกลุ่มคน Gen Y มากขึ้น เพื่อให้บรรลุตามเป้าหมาย บริษัทจึงต้องหาบุคลากรที่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ มีแนวความคิดที่ทันสมัย เป็นไอคอนใหม่ๆ ในสังคม ทั้งในกลุ่มของงานด้านศิลปะ ,lifestyle,ดนตรี และด้านงานสร้างสรรค์อื่นๆ เข้ามาเสริมทัพการทำงาน บริษัทฯ เชื่อว่า ด้วยประสบการณ์ของผู้บริหารที่รวมพลังกัน จะช่วยผลักดันทำให้ CMO Group เติบโตได้อย่างยั่งยืนในธุรกิจสร้างสรรค์” นายเสริมคุณกล่าว 

สำหรับ 4 ธุรกิจใหม่ พร้อม 4 แม่ทัพ ที่จะเข้ามาบริหารธุรกิจสำคัญของ CMO Group ได้แก่
1. หน่วยธุรกิจ PM Fusion (พีเอ็ม ฟิวชั่น) บริหารงานโดย นางสาวเกณิกา วงศ์เกล็ดนาค ดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ โดย PM Fusion จะดำเนินธุรกิจงานออกแบบ และสร้างสรรค์ระบบแสง  เสียง ภาพ มัลติมีเดีย รวมถึงสื่อใหม่ๆ ประเภท digital media  ตลอดจนครอบคลุมถึงงานประเภท window display , product display ที่ต้องการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย ขอบเขตการให้บริการ จะเป็นในรูปแบบการให้บริการแบบ solution คือ ตั้งแต่การเสนอไอเดีย ออกแบบ ผลิต ติดตั้ง ตลอดจนการผลิต content เรียกว่าครบวงจรในที่เดียว ทั้งนี้กลุ่มเป้าหมายของธุรกิจ ได้แก่ กลุ่มที่มี Public space เช่น ศูนย์การค้า, โรงภาพยนตร์, สถานบันเทิง,โรงแรม, สนามบิน และกลุ่มออกแบบตกแต่งภายในต่างๆ เป็นต้น

ธุรกิจที่ 2 ได้แก่ บริษัท โมเมนตัม เอส จำกัด (Momentum S) บริหารงานโดย นางสาวพรรณธร
บุญมหิทธิสุทธิ์ ผู้ร่วมก่อตั้ง ซึ่ง
Momentum S ให้บริการจัดงานด้าน Private Lifestyle อาทิ จัดงานครบรอบวันเกิด,งานแต่งงาน, หรือ งานปาร์ตี้สังสรรค์ เป็นต้น โดยจุดเด่นของโมเมนตัมเอส คือ การนำสไตล์ของโลกแฟชั่นที่มีรสนิยมผสมผสานกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคลได้อย่างกลมกลืน อีกทั้งยังรวมเอามัลติมีเดียรูปแบบใหม่ไม่ว่าจะเป็นกราฟิกโมชั่นที่ปรากฏบนจอแอลอีดี หรือโปรเจ็กเตอร์ขนาดใหญ่ รวมทั้งไลต์ติ่งดีไซน์ที่สามารถสร้างแสงได้อย่างมหัศจรรย์ มาผสมผสานในการจัดงาน ที่สามารถสร้างเซอร์ไพรส์ให้กับเจ้าของงานได้อย่างคาดไม่ถึง โดยมีผลงาน ได้แก่ การจัดงานวันเกิดให้ คุณพลอย-ชวพร เลาหพงศ์ชนะ แฟชั่นนิสต้าชื่อดัง , งานวันเกิดและงานแต่งงานของ คุณมีมี่-มิลิน ยุวจรัสกุลดีไซเนอร์เจ้าของแบรนด์ มิลิน” (Milin) และ งานแต่งงานของ คุณซี ฉัตรปวีณ์” เจ้าหญิงไอทีของเมืองไทย เป็นต้น

ธุรกิจที่ 3 คือ การให้บริการงานด้าน Music Entertainment ครอบคลุมถึงการจัดปาร์ตี้คอนเสิร์ต
โชว์บิซทุกประเภททั้งในประเทศไทย และต่างประเทศ ภายใต้ชื่อ “
MUSE Corporation” (มิวส์ คอร์ปอเรชั่น) บริหารงานโดย นางสาวณัฐิกา สุนทรเจริญนนท์ ซึ่งนอกจากการจัดคอนเสิร์ต แล้ว ยังมีแผนงานร่วมกับคลื่นวิทยุชื่อดังในกลุ่ม iRadio จัดรายการเพลงแนว EDM  (Electronic Dance Music) เป็นครั้งแรกในประเทศ ภายใต้ชื่อรายการ “The Cave” นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะผลักดันงาน Fullmoon Party ให้เกิดขึ้นทั้งใน และกลุ่มประเทศอาเซียน

และธุรกิจที่ 4 คือ “Imaginia” (อิมเมจิเนีย) โครงการสวนสนุกแห่งจินตนาการและการเรียนรู้สำหรับเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 1.5 – 13 ปี เป็นพื้นที่ปลูกจินตนาการและช่วยเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย ด้วยพื้นที่กว่า 1,400 ตร.ม อยู่ที่ ศูนย์การค้าเอ็มโพเรียม บริหารงานโดย นางสาวเหมือนฝัน สิริกรณ์ คุณาวงศ์

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CMO กล่าวอีกว่า บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้ปี 58 อยู่ที่ 1,400 ล้านบาท โดยจะมาจากธุรกิจใหม่ประมาณ 200 ล้านบาท ทั้งนี้เป้าของปีนี้ เพิ่มขึ้น 30% จากรายได้ของปีที่แล้วที่มีรายได้ 1,074.71 ล้านบาท นอกจากนี้บริษัทมีงานในมือที่รอรับรู้เป็นรายได้ (Backlog) ภายในสิ้นปีนี้ มูลค่าประมาณ 411 ล้านบาท ทำให้มั่นใจว่าในปีนี้รายได้จะเป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้ได้แน่นอน นอกจากนี้ บริษัทฯ คาดว่าจะขยับรายได้เป็น 2,000 ล้านบาท ภายในปี 2 ปีข้างหน้า ซึ่งรายได้หลักมาจากธุรกิจอีเว้นท์ซึ่งเราเป็นผู้นำตลาดอยู่แล้ว บวกกับธุรกิจใหม่ที่พัฒนาขึ้นมา ก็จะสร้างรายได้ที่แน่นอนมั่นคงให้กับ CMO ต่อไป

ทั้งนี้ในส่วนของภาพรวมธุรกิจอีเว้นท์ในประเทศ ในปีนี้ คาดว่าจะมีการเติบโตเพิ่มขึ้น 5% จากมูลค่ารวมตลาดอีเว้นท์ในประเทศที่มีมูลค่าประมาณ 13,000 ล้านบาท โดยจะเห็นว่ามีการเติบโตไม่มากนัก ถึงแม้ว่าสถานการณ์ทางการเมืองจะสงบลงแล้ว แต่ภาคเอกชนยังไม่มั่นใจกับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ทำให้หลายๆ บริษัท ชะลอเรื่องการใช้งบประมาณทำกิจกรรมทางการตลาด ในขณะที่ภาครัฐ ก็ไม่ได้มีแผนงานที่จะใช้งบประมาณกับการจัดอีเว้นท์ เช่นกัน แต่จะผลักดันเรื่องของการพัฒนาศูนย์การเรียนรู้มากกกว่า ซึ่งก็จะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มนี้