โลตัส เปิด ซัมเมอร์สงกรานต์ม่วนจอย ยกระดับประสบการณ์ช้อปให้ลูกค้า ครบจบในที่เดียว

“สงกรานต์” สำหรับใครหลายคน อาจไม่ใช่แค่เทศกาลเล่นน้ำอีกต่อไป แต่มันคือช่วงเวลาที่ชีวิตถูกรีเซ็ตใหม่ บางคนกลับบ้าน บางคนออกทริป บางคนแค่อยากอยู่บ้านเฉย ๆ แต่ขอให้มีอะไรดี ๆ กิน มีของพร้อมใช้ และมีโมเมนต์เล็ก ๆ ที่ทำให้รู้สึกว่า “นี่แหละวันหยุดจริง ๆ”

และนี่เองคือโจทย์ที่ยากขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับแบรนด์ค้าปลีก เพราะสิ่งที่ผู้บริโภคมองหา ไม่ใช่แค่ “ของถูก” แต่คือ “ประสบการณ์ที่ครบ”

Lotus’s เลยไม่ได้ทำแค่โปรโมชันรับหน้าร้อน แต่เลือกออกแบบทั้งแคมเปญ “ซัมเมอร์สงกรานต์ม่วนจอย” ให้กลายเป็นคำตอบของช่วงเวลานี้ ไม่ว่าจะอยู่บ้าน หรือออกไปเที่ยว ก็ “จบในที่เดียว” ผ่านแคมเปญ “ซัมเมอร์สงกรานต์ม่วนจอย”

ที่น่าสนใจคือ “ซัมเมอร์สงกรานต์ม่วนจอย” ออกแบบมาด้วยความเข้าใจอินไซต์ชีวิตจริงของคนไทยในช่วงเมษายน ที่พฤติกรรมไม่ได้มีแค่แบบเดียวอีกต่อไป

ฝั่งหนึ่งคือสาย stay-at-home ที่อยากมีของกิน ของใช้ครบ ๆ
อีกฝั่งคือสาย travel & outdoor ที่ต้องเตรียมตัวออกไปใช้ชีวิตข้างนอก

Lotus’s เลย “รวบทั้งหมดมาไว้ในที่เดียว” ตั้งแต่ผลไม้หน้าร้อนที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของฤดูกาล มะม่วงน้ำดอกไม้ มะพร้าวน้ำหอมบางคล้า แตงโม สับปะรด เมล่อน ไปจนถึงเครื่องดื่มคลายร้อน และไอเท็มที่ทำให้ซัมเมอร์ “ใช้ชีวิตง่ายขึ้น” ไม่ว่าจะเป็นแก้วเก็บความเย็น พัดลมพกพา หรือเก้าอี้พับ

และแน่นอน… สงกรานต์จะไม่ใช่สงกรานต์ ถ้าขาด “อุปกรณ์เล่นน้ำ” ตั้งแต่ปืนฉีดน้ำ เสื้อผ้าหน้าร้อน ไปจนถึงสระน้ำเป่าลม

ทั้งหมดนี้ทำให้ Lotus’s ไม่ได้ขายสินค้าเป็นชิ้น ๆ แต่กำลังขาย “ภาพของซัมเมอร์” แบบครบเซ็ต

เมื่อสงกรานต์ กลายเป็น Cultural Moment ที่แบรนด์ต้องเข้าไปอยู่ให้ได้

สิ่งที่น่าสนใจถัดมาคือ แคมเปญนี้ไม่ได้มาจากการ “จัดของตามฤดูกาล” แบบเดิม แต่มาจากการอ่านอินไซต์ที่กำลังเปลี่ยนไป

วันนี้ผู้บริโภคให้คุณค่ากับ “เทศกาล” มากขึ้น ไม่ใช่แค่เพราะหยุดยาว แต่เพราะมันคือช่วงเวลาที่มีความหมาย สงกรานต์กลายเป็น cultural moment ที่คนอยาก “มีส่วนร่วม” ไม่ว่าจะด้วยการเดินทาง เล่นน้ำ หรือใช้เวลากับครอบครัว

ขณะเดียวกัน อีกเทรนด์หนึ่งที่โตขึ้นชัดคือ “สินค้า IP หรือคาแรกเตอร์ลิขสิทธิ์” โดยเฉพาะในกลุ่มคนเมืองและคนรุ่นใหม่ ที่ไม่ได้มองว่านี่คือของน่ารักธรรมดา แต่คือสิ่งที่สะท้อนว่า “ฉันเป็นคนแบบไหน”

การซื้อแก้วน้ำลายการ์ตูน หรือหมอนลายคาแรกเตอร์ จึงไม่ใช่แค่เรื่องฟังก์ชัน แต่คือ emotional connection

สูตรของแคมเปญนี้ = เอา “ความเป็นไทย” x “คาแรกเตอร์ระดับโลก”

Lotus’s เลยเลือกใช้เกมที่เรียกว่า “Glocal Marketing” ฝั่ง Global คือการดึงคาแรกเตอร์ระดับโลก อย่าง Disney, Sanrio, Snoopy รวมถึง Cocoon จากศิลปินไทย มาทำเป็นสินค้า Exclusive Collection ไม่ว่าจะเป็นแก้วน้ำเก็บความเย็น ชุดหมอน-ผ้าห่มเย็น หรือเสื้อผ้า ที่มีขายเฉพาะใน Lotus’s เท่านั้น

สินค้าเหล่านี้ไม่ได้แค่ทำให้ “อยากซื้อ” แต่ทำให้คนรู้สึกว่า “อยากมี”

ในขณะที่ฝั่ง Local คือการหยิบ “วัฒนธรรมสงกรานต์” มาเล่นอย่างเข้าใจ หนึ่งในภาพที่คุ้นที่สุดของเทศกาลนี้คือ “รถแห่” Lotus’s เลยหยิบสิ่งนี้มาทำเป็น Songkran Roadshow ขบวนรถแห่ที่วิ่งผ่านถนนพญาไท และถนนบรรทัดทอง นำโดย “เอแคลร์” อินฟลูเอนเซอร์ที่แทบจะเป็นภาพจำของหน้าร้อน ก่อนจะไปจบที่ Lotus’s สาขาพระราม 1

แต่จุดสำคัญไม่ใช่ปลายทางของขบวน แต่อยู่ที่สิ่งที่เกิดขึ้น “หน้าร้าน” เพราะพื้นที่ตรงนั้นถูกเปลี่ยนให้กลายเป็น festive destination ด้วยคาแรกเตอร์ Disney ขนาดยักษ์ ที่ทำให้คนอยากแวะ อยากถ่ายรูป และอยากเข้าไปดูของจริง จาก “ห้าง” กลายเป็น “Destination ท่องเที่ยว” ไปโดยปริยาย

จาก “พวงมาลัย” สู่เครื่องมือสร้างทั้งความคุ้มและความสนุก

อีกหนึ่งดีเทลเล็กๆ ที่สะท้อนความครีเอท คือการหยิบ “พวงมาลัย” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการรดน้ำดำหัว มาตีความใหม่ กลายเป็น “พวงมาลัยม่วนคุ้ม” และ “พวงมาลัยม่วนคิ้วต์

โดยลูกค้าโลตัสที่มียอดใช้จ่ายครบตามกำหนดในช่วง 13-15 เมษายน 69 จะได้รับพวงมาลัยที่ไม่ได้มีแค่ความหมายเชิงวัฒนธรรม แต่ยังเป็นทั้งคูปอง และของสะสมในตัว นี่คือการเอา “วัฒนธรรม” มาแปลงเป็น “ประสบการณ์การช้อป” ได้อย่างเนียน

เมื่อ Retail ไม่ได้แข่งกันแค่ราคา แต่แข่งกันที่ “ใครเข้าใจโมเมนต์มากกว่า”

สุดท้ายแล้ว สิ่งที่ Lotus’s กำลังทำไม่ใช่แค่การดันยอดขายช่วงเทศกาลแต่คือการพยายามเข้าไปอยู่ใน “ช่วงเวลาสำคัญ” ของผู้บริโภค จากเดิมที่ห้างคือที่ซื้อของ วันนี้กำลังถูกเปลี่ยนให้เป็น “ส่วนหนึ่งของเทศกาล”

เพราะในยุคที่ทุกอย่างซื้อออนไลน์ได้ เหตุผลที่คนจะ “เดินเข้าร้าน” ไม่ใช่แค่เพราะของถูก แต่เพราะ “รู้สึกสนุก และคุ้มที่จะมา”

และนั่นอาจเป็นความหมายจริง ๆ ของคำว่า “ทั้งคุ้ม ทั้งสนุก ครบจบในที่เดียว” ของแคมเปญนี้ จาก โลตัส

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline