กลายเป็นเรื่องจำเป็นไปแล้ว ที่เหล่าพนักงานในร้านชุดงานแต่งงานต้องถามเจ้าสาวว่า “ปักปากกาหรือเปล่า?” เพื่อให้แน่ใจว่า เจ้าสาวไม่ได้ใช้เข็มซ่อนปลายบรรจุยาอยู่ในหลอดทรงปากกา เป็นทางลัดเพื่อลดหุ่น 

เพราะปัจจุบัน ในหลายประเทศ เช่น สหรัฐฯ อนุญาตให้ใช้ยาลดความอ้วนในกลุ่ม จีแอลพี-วัน ได้ จนได้รับความนิยม 

โดยแม้ทำให้เจ้าสาวมีกลับมามีหุ่นเพรียวสวยสมใจ แต่ร้านชุดแต่งงานต้องรับผลกระทบไปเต็มๆ 

เนื่องจากเมื่อน้ำหนักของเจ้าสาวลดลงไปฮวบฮาบไม่ใช่เพียงเล็กน้อยเหมือนในอดีต ทางร้านก็จะไม่สามารถแก้ชุดได้ทัน จนที่สุดต้องขาดทุนและเมื่อมากๆ เข้า ร้านขนาดเล็กก็อาจต้องปิดกิจการ 

ผลสำรวจในสหรัฐฯ เมื่อไม่นานมานี้ระบุว่า กลุ่มตัวอย่างคู่บ่าวสาวถึง 10% ที่จะใช้ยากลุ่มนี้ และอีก 42% ยอมรับว่าความนิยมของยาตัวนี้ทำให้พวกเขารู้สึกกดดันว่าต้องหุ่นเป๊ะในวันแต่งงาน 

แม้ว่าเทรนด์นี้จะไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในกลุ่มผู้หญิง แต่กลุ่มดีไซเนอร์ชุดเจ้าสาวกลับเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด เพราะชุดแต่งงานแบบดั้งเดิมนั้นมีความซับซ้อนและราคาแพง 

เรเบกกา โชนเวลด์ ดีไซเนอร์ชุดแต่งงานในสหรัฐฯ ที่มีประสบการณ์กว่า 16 ปี และทำธุรกิจชุดแต่งงานที่เน้นความหลากหลายของไซส์ เล่าว่า ในอดีตเจ้าสาวหลายคนมักจะพูดว่า “ลองชุดตอนนี้ก่อนนะ แต่ก็หวังว่าวันจริงน้ำหนักจะลดลงอีก” 

แต่ในความเป็นจริงแล้วน้ำหนักพวกเธอแทบไม่เปลี่ยน หรือลดลงไปแค่ 1-3 นิ้วเท่านั้น ทว่าในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมานี้ สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ น้ำหนักของเจ้าสาวลดลงอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ 

เคลลี คุก ซีอีโอของ เดวิดส์ ไบรดัล เชนร้านชุดแต่งงานใหญ่ที่มีสาขาราว 200 แห่งในสหรัฐฯ เผยว่า แต่ก่อนระยะเวลาการเตรียมงานแต่งจะอยู่ที่ประมาณ 18 เดือน โดยเจ้าสาวจะมาเลือกชุดในช่วงเดือนที่ 4-6 

แต่เมื่อปลายปี 2025 เขาสังเกตเห็น “ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่” โดยเจ้าสาวหลายคนรีบมาลองชุดตั้งแต่เนิ่นๆ พร้อมถามด้วยความกังวลเรื่องการลดน้ำหนักและการแก้ทรงชุด

แต่กลับไม่กล้าตัดสินใจซื้อและปล่อยเวลาล่วงเลยไปหลายเดือนกว่าจะยอมสั่งซื้อ 

ทาง เดวิดส์ ไบรดัล จึงแก้เกมด้วยการออกแคมเปญการันตีความพอดีของชุดเพื่อรับประกันว่าไม่ว่าน้ำหนักจะเปลี่ยนไปแค่ไหน ชุดจะต้องใส่ได้พอดีจนถึงวันงาน และหากจำเป็นต้องเปลี่ยนเป็นชุดไซส์อื่นก็พร้อมจัดการให้ 

ซีอีโอ เดวิดส์ ไบรดัล กล่าวว่า โชคดีที่สายป่านของบริษัทยาวพอที่จะแบกรับค่าใช้จ่ายส่วนนี้ได้ 

แต่สำหรับร้านขนาดเล็กที่ทำชุดแฮนด์เมดตามสั่งทีละชุด การการันตีแบบนี้มีราคาที่ต้องจ่าย และถ้ามากๆ เข้าก็อาจต้องล้มละลาย 

ดังนั้นหลายร้านจึงปรับแผนด้วยการให้เจ้าสาวเซ็นสัญญาไว้เป็นหลักฐานแบบลายลักษณ์อักษรว่า ยินดีจะจ่ายเงินค่าชุดเต็มจำนวน ไม่ว่าวันงานจริงจะใส่ชุดนั้นได้หรือไม่ก็ตาม 

โดยแม้ว่าสัญญาในลักษณะนี้จะเคยมีมาบ้างแล้ว แต่ในปัจจุบันที่ยาลดอ้วนแบบปักปากกาใช้กันแพร่หลาย สัญญาลักษณะนี้จึงต้องมีการปรับให้เข้มงวดขึ้น

ดังนั้นแต่ละร้านจึงต้องถามก่อนว่าปักปากกาลดความอ้วน หรือมีแผนจะวิธีการดังกล่าวในการลดน้ำหนักหรือไม่ 

เมลิสสา ลินน์ ออดโด ผู้เชี่ยวชาญด้านการแก้ทรงชุดเจ้าสาว อธิบายว่า เมื่อชุดแต่งงานใหญ่หรือหลวมกว่าตัวเจ้าสาวหลายไซส์มันอาจจะไม่เหลือโครงเดิมให้แก้ได้อีกเลย 

ส่วนหากจะฝืนแก้ ค่าใช้จ่ายก็อาจสูงถึง 1,500 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 50,000 กว่าบาท) เพราะสิ่งที่ช่างต้องทำไม่ใช่แค่การเอาเข้า แต่คือการเลาะตะเข็บออกทั้งหมดเพื่อให้เข้ากับสัดส่วนใหม่ที่ลดลงมา

หรือพูดง่ายๆ ก็คือไม่ต่างจากการตัดชุดขึ้นมาใหม่ทั้งชุดเลยทีเดียว 

ซูซาน รัดดี เจ้าของร้าน เดอะ เวดดิ้ง เดรสเซอร์ ที่รับแก้ชุดเจ้าสาวเล่าว่า ในอดีตมักบอกเจ้าสาวว่าถ้าน้ำหนักลดนิดๆ หน่อยๆ ไม่มีปัญหาหรอก

แต่คำพูดนี้ใช้ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว โดยสิ่งที่ยืนยันเรื่องนี้คือล่าสุดเธอเจอเจ้าสาวรายหนึ่งที่ผอมลงมากจนช่างต้องเก็บชุดเข้าถึง 20 นิ้ว 

ขณะที่ร้านอื่นก็เจอสถานการณ์คล้ายกัน โดยเมื่อลูกค้าคนหนึ่งเปลี่ยนจากชุดไซส์ 16 กลายมาเป็นไซส์ 6 ภายในเวลาเพียง 6 เดือน

ส่วนเจ้าสาวอีกรายก็ที่ไม่ยอมรับว่าตนเองที่ปักปากกา แล้วโทษว่าเป็นความผิดของร้านที่ตัดชุดใหญ่เกินไป 

ซูซาน รัดดีเสริมว่า การปักปากกาไม่ได้เป็นปัญหาเดียวของธุรกิจร้านชุดแต่งงานยุคนี้ โดยอีกปัญหาที่พบเห็นกันคือ มีเจ้าสาวอีกจำนวนมากที่มาขอให้ปรับดีไซน์ชุดเพื่อซ่อนผิวหนังที่หย่อนคล้อยจากการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว 

ด้านพนักงานในร้านชุดเจ้าสาวอีกแห่งกล่าวว่า ห้องลองชุดเจ้าสาวกลายเป็นห้องบำบัดของจิตแพทย์ไปเลย

โดยจากประสบการณ์ที่ทำงานกับเจ้าสาวมาหลายปี ใน 100 คน จะมีแค่คนเดียวเท่านั้นที่ไม่มีความคิดลบๆ กับรูปร่างของตัวเอง 

แต่เธอก็สังเกตเห็นว่า ลูกค้าไซส์ใหญ่มักจะมีคิดบวกต่อร่างกายตัวเอง โดยพวกเธอยอมรับในสิ่งที่ตัวเองเป็น

ตรงข้ามในกับลูกค้าตัวเล็กที่มักจะเครียดและกดดันตัวเองตลอดเวลาว่า “ฉันดูเพอร์เฟกต์ทุกมุมแล้วหรือยัง” 

เจ้าสาวชาวอเมริกันรายหนึ่งเผยว่า เป็นหนึ่งในคนที่ได้รับใบสั่งยาลดความอ้วนแบบปักปากกามาด้วยเหตุผลทางการแพทย์เมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคม 2024 ซึ่งเป็นเพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่เธอจะถูกขอแต่งงาน 

เมื่อเธอไปเลือกซื้อชุดเจ้าสาวในเดือนธันวาคม เธอแจ้งกับทางร้านว่า ฉันไม่รู้เลยว่าหุ่นตัวเองจะเป็นยังไงในวันแต่งงาน 

ทางร้านจึงให้เธอเซ็นเอกสารยินยอมสละสิทธิ์ ซึ่งมีใจความสำคัญว่า “ทางร้านจะทำตามความต้องการของลูกค้า แม้ว่าจะเป็นสิ่งที่ร้านไม่แนะนำก็ตาม และลูกค้าต้องเซ็นเอกสารเพิ่มเติมเพื่อรับผิดชอบผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเอง” 

ปรากฏว่าน้ำหนักของเธอลดลงไปถึง 50 ปอนด์ (ประมาณ 22.6 กิโลกรัม) นับตั้งแต่เริ่มหาชุดจนถึงวันที่ได้ชุด ซึ่งลดลงมากกว่าที่เธอคาดไว้มาก

นี่ทำให้เธอต้องติดต่อดีไซเนอร์โดยตรงเพื่อขอเปลี่ยนเป็นไซส์ที่เล็กลง โดยโชคดีที่ชุดยังไม่ได้ตัดเย็บขึ้นมา เธอจึงได้ไซส์ที่เล็กลงหลังจากเซ็นเอกสารเพิ่มเติมอีกปึกใหญ่ 

เธอเปิดใจว่า คิดเรื่องนี้ตลอดเวลา เพราะชุดแต่งงานดีๆ ใช้เวลาตัดเย็บนานมาก และเจ้าสาวทุกคนต่างก็อยากได้ชุดที่ส่งให้ตัวเองดูสวยสุดๆ ในวันแต่งงาน 

ซึ่งคุณก็ไม่สามารถเดินดุ่มๆ ออกไปหาซื้อชุดใหม่แทนได้ทันที และมันเป็นการจ่ายเงินก้อนใหญ่ที่แพงมากด้วย 

ทั้งนี้ช่วง 3 ปีที่ผ่านมายาลดความอ้วนกลุ่ม จีแอลพี-1 ซึ่งแบรนด์อย่าง โอแซมบิก และวีโกวี เป็นแบรนด์ใหญ่ เติบโตขึ้นอย่างมาก 

มีการคาดการณ์ว่าในปี 2026 มูลค่าตลาดทั่วโลกของยากลุ่มนี้จะอยู่ที่ 68,600 ล้านดอลลาร์ (ประมาณเกือบ 2.4 ล้านล้านบาท) และเมื่อถึงปี 2035 อาจเพิ่มเป็น 195,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 6.5 ล้านล้านบาท) 

เรื่องนี้มีความน่าสนใจ โดยด้านหนึ่งเมื่อปี 2023 ทำให้มูลค่าบริษัท โนโว นอร์ดิสก์ ของเดนมาร์กที่ผลิตยาแบรนด์ โอแซมบิก และวีโกวี ขึ้นมาพุ่งจนแซง แอลวีเอ็มเอช เครือแบรนด์หรูฝรั่งเศส 

ทำให้ ณ เวลาดังกล่าว โนโว นอร์ดิสก์เป็นบริษัทมูลค่าสูงสุดของยุโรป ซึ่งแน่นอนว่าย่อมส่งผลดีต่อเศรษฐกิจเดนมาร์กด้วย 

ทว่าก็เกิดผลกระทบที่ตามมา โดยในอุตสาหกรรมแฟชั่น ทำให้ตลาดชุดไซส์ใหญ่หดตัว ผู้บริโภคเกิดความลังเลในการซื้อเสื้อผ้า และเสื้อผ้าที่ขายไม่ออกก็กลายเป็นขยะแฟชั่น

อีกหนึ่งธุรกิจที่กำลังได้รับผลกระทบ และนำมาสู่การปรับตัวคือ ร้านชุดแต่งงาน เพราะต้องแก้เกมเพื่อไม่ให้ต้องขาดทุนจากการที่เจ้าสาวรูปร่างผอมเพรียวลงอย่างมาก ต่างจากช่วงที่วัดตัวก่อนที่จะตัดชุด / theguardian