ขณะนี้ชื่อของ JAS กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวางจากข่าวลือที่ว่าพวกเขาอาจเป็นตัวเต็งในการคว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก
 
โดยบทวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทยเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 ได้ประเมินสถานการณ์นี้ไว้อย่างน่าสนใจ
 
เริ่มจากข้อมูลฐานลูกค้าของ Monomax ณ วันที่ 1 เมษายน ที่ระบุว่ามีสมาชิกแพ็กเกจพรีเมียร์ลีก (EPL) อยู่ถึง 1.73 ล้านราย ซึ่งส่วนใหญ่ใช้แพ็กเกจมาตรฐานแบบรายเดือนราคา 199 บาท
 
ความท้าทายของ JAS ในตอนนี้คือรอยต่อของช่วงปิดฤดูกาล เนื่องจากฤดูกาล 2025/26 เพิ่งสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม และฤดูกาลใหม่ 2026/27 จะกลับมาเตะอีกครั้งในวันที่ 15 สิงหาคม ทำให้เกิดช่องว่างเกือบ 3 เดือน
 
ซึ่งเสี่ยงมากที่ลูกค้าจะตัดสินใจยกเลิกสมาชิกในช่วงนี้ และอาจเป็นเรื่องยากที่จะดึงดูดให้กลับมาสมัครใหม่เมื่อฤดูกาลหน้าเปิดฉาก
 
การมาถึงของทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลกที่จะแข่งขันระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน ถึง 19 กรกฎาคม จึงถือเป็นมหกรรมกีฬาที่ลงตัวพอดีในการนำมาอุดช่องว่าง 3 เดือนดังกล่าว
 
ทาง บล.กสิกรไทย จึงมองว่า JAS จะเป็นผู้ได้รับประโยชน์สูงสุดหากสามารถคว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดจาก FIFA มาได้สำเร็จ แล้วนำมาจัดรวมกับการสมัครรับชม EPL ในฤดูกาลถัดไป
 
ในทางกลับกัน JAS ก็จะเป็นผู้เสียประโยชน์มากที่สุดอย่างชัดเจนหากแฟนบอลชาวไทยหันไปเลือกดูฟุตบอลโลกผ่านช่องทางละเมิดลิขสิทธิ์ เพราะผลกระทบระยะยาวคือผู้บริโภคอาจติดนิสัยและหันกลับไปรับชม EPL ผ่านช่องทางเถื่อนเช่นกัน ซึ่งจะไปลดมูลค่าของโครงการ EPL ในอนาคตลงได้
สำหรับการประเมินความคุ้มค่า ทาง บล.กสิกรไทย ได้คำนวณภายใต้สมมติฐานที่ว่า หากสมาชิก EPL เดิมทั้ง 1.73 ล้านรายยังคงสมัครแพ็กเกจต่อเพื่อดูฟุตบอลโลก ความสามารถในการจ่ายค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกของ JAS จะอยู่ที่ระดับจุดคุ้มทุนประมาณ 688.5 ล้านบาท
 
โดยตัวเลขนี้มาจากการนำฐานสมาชิก 1.73 ล้านคน คูณด้วยค่าบริการ 199 บาท เป็นระยะเวลา 2 เดือน (1.73 ล้าน x 199 x 2)
 
หากบริษัทจ่ายค่าลิขสิทธิ์สูงกว่านี้ก็จะทำให้การซื้อลิขสิทธิ์มาฉายขาดทุน แต่ในอีกมุมหนึ่ง หากฟุตบอลโลกสามารถดึงดูดแฟนบอลให้เข้ามาสมัครสมาชิกเพิ่มได้ ตัวเลขจุดคุ้มทุนก็จะขยับสูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งอาจมองได้ว่าเม็ดเงินส่วนนี้เป็นค่าใช้จ่ายเชิงกลยุทธ์ เพื่อดึงลูกค้าเก่าให้อยู่ในระบบและเป็นการหาสมาชิกใหม่ไปในตัว
 
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลทั้งหมดนี้ยังเป็นเพียงสมมติฐานเท่านั้น รายละเอียดที่แน่ชัดจะเป็นอย่างไร JAS จะซื้อลิขสิทธิ์จริงๆ หรือเปล่า และจะซื้อที่ราคาเท่าไหร่ ยังคงต้องรอติดตามข่าวสารจากทางบริษัทต่อไป