สามชั่วโมงก่อนที่ฟุตบอลโลก 2026 นัดของวันที่ 14 มิถุนายนจะเริ่มขึ้น คาดว่าจะมีแฟนบอลราว 4,000 คนจะหลั่งไหลเข้าไปจนแน่นขนัดใน ‘มาสสิโล’ ไนท์คลับชื่อดังของเมืองรอตเทอร์ดามในเนเธอร์แลนด์ 

ทว่างานนี้จะไม่มีการสะบัดธงสีส้มของเนเธอร์แลนด์ให้เห็น เพราะพื้นที่แห่งนี้จะถูกแต่งแต้มไปด้วยสีน้ำเงิน อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของข้าวผัดถั่วดำ ‘อาร์รอส โมโร’ 

ท่ามกลางเสียงกลองคองก้าและจังหวะดนตรี ‘ริตโม คอมบีนา’ ที่ปลุกเร้าให้ห้องทั้งห้องสั่นสะเทือน สถานที่แห่งนี้ถูกจับจองเพื่อใช้เป็นพื้นที่จัดงานเชียร์สดของแฟนบอลกูราเซา ประเทศที่มีประชากรน้อยที่สุดที่ผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลกหนนี้

โดยแม้มีสถานะเป็นหนึ่งในประเทศปกครองตนเองแต่ก็ยังถือว่าอยู่ภายใต้การปกครองของเนเธอร์แลนด์ 

ที่น่าสนใจคือ แฟนบอลชาวดัตช์แท้ๆ จำนวนมากก็พร้อมจะส่งใจเชียร์พวกเขาเช่นกัน เนื่องจากผู้เล่นในทีมกูราเซาเกือบทุกคนเกิดในเนเธอร์แลนด์ โดยมีถึง 12 คนที่ค้าแข้งอยู่ใน อีเรดิวิซี ลีกสูงสุดของประเทศ 

ยิ่งไปกว่านั้น ทีมนี้ยังคุมทัพโดย ดิก อัดโวคาท กุนซือระดับตำนานชาวดัตช์ และมีรายงานว่ากษัตริย์และราชินีแห่งเนเธอร์แลนด์ทรงวางแผนที่จะเสด็จไปชมการแข่งขันในรอบแบ่งกลุ่มของทีมกูราเซาด้วย 

ซอนต์เจ ดาเวลาร์ ดีเจชาวกูราเซา กล่าวว่า นี่ไม่ใช่แค่ประวัติศาสตร์ของกูราเซา แต่มันคือประวัติศาสตร์ของเนเธอร์แลนด์ด้วย และกูราเซาก็เหมือนลูกชายของเนเธอร์แลนด์ รวมถึงนี่เป็นครั้งแรกที่เราจะได้ไปฟุตบอลโลกด้วยกันในฐานะครอบครัว 

เป็นที่รู้กันดีว่าแฟนบอลชาวดัตช์มักจะเปลี่ยนอัฒจันทร์และเมืองเจ้าภาพให้กลายเป็นทะเลสีส้มตามสีของประเทศ ซึ่งสืบเนื่องมาจากสีของราชวงศ์ ไม่ว่าจะเดินทางไปที่ใด 

แต่สำหรับรอตเทอร์ดาม เมืองที่ประชากร 1 ใน 3 เกิดในต่างแดน และกว่า 60% มีภูมิหลังที่ไม่ใช่ชาวดัตช์ ภาพที่ออกมาจึงมีความหลากหลายกว่านั้นมาก 

เคปเวิร์ด ประเทศหมู่เกาะทางชายฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของแอฟริกา เป็นอีกหนึ่งประเทศที่ได้ผ่านเข้ามาเตะในฟุตบอลโลกครั้งนี้เป็นครั้งแรก

และมีนักเตะในทีมถึง 6 คนที่เกิดในเมืองรอตเทอร์ดาม ซึ่งเป็นเมืองที่ชาวเคปเวิร์ดตั้งฉายาให้เป็น “เกาะที่ 11” เนื่องจากมีประชากรผู้พลัดถิ่นอาศัยอยู่หนาแน่นถึงราว 20,000 คน 

อเล็กซานเดอร์ โซอาเรส ซิลวา ผู้บริหารสโมสรฟุตบอลชุมชนเอฟซี มีนเซ่ ที่ก่อตั้งโดยชาวเคปเวิร์ดเมื่อ 48 ปีที่แล้วเชื่อว่า ที่นี่คนจะแน่นขนัดแน่นอน 

สำหรับชาวเคปเวิร์ดเริ่มอพยพเข้ามาในรอตเทอร์ดามตั้งแต่ทศวรรษ 1950 ช่วงที่บ้านเกิดกำลังต่อสู้เพื่อเอกราชจากโปรตุเกส โดยส่วนใหญ่เข้ามาทำงานในเรือสินค้าของเนเธอร์แลนด์ 

ซิลวาชาวเคปเวิร์ดวัย 43 ปีกล่าวว่า พวกเราถูกเรียกว่าเป็นกลุ่มผู้อพยพที่เงียบงัน เราอยู่ที่นี่มาสามรุ่นคนแล้ว แต่ชาวรอตเทอร์ดามส่วนใหญ่กลับไม่ค่อยรู้จักเรา 

จนกระทั่งตอนนี้ที่ผู้คนเห็นพวกเราบนช่องอีเอสพีเอ็น โลกถึงได้รู้ว่าพวกตนเป็นใคร และนั่นทำให้ช่วยสร้างความภาคภูมิใจในรากเหง้าของตัวเองได้อย่างเต็มภาคภูมิ 

นอกจากเนเธอร์แลนด์ กูราเซา และเคปเวิร์ด แล้ว ชาวเมืองรอตเทอร์ดามจะยังได้เชียร์อีก 2 ทีม นั่นคือโมร็อกโกและตุรกี เพราะมีคนแต่ละประเทศอาศัยอยู่ในเมืองรวมกันมากถึง 50,000 คน 

คาโรลา เชาเทน นายกเทศมนตรีเมืองรอตเทอร์ดามหวังว่า ฟุตบอลโลก 2026 จะช่วยหล่อหลอมชุมชนต่างๆ ในเมืองให้เป็นหนึ่งเดียวกัน

โดยทางสภาเมืองได้ขยายเวลาอนุญาตให้เปิดบริการของร้านค้าในช่วงฟุตบอลโลก เพื่อให้สามารถถ่ายทอดสดการแข่งขันบนจอยักษ์กลางแจ้งได้มากที่สุด

รวมถึงแมตช์ที่กูราเซาและเคปเวิร์ดต้องดวลแข้งกับยักษ์ใหญ่อย่างเยอรมนีและสเปนตามลำดับ ซึ่งนี่ถือเป็นเรื่องที่วิเศษมากที่มีสถานที่มากมายให้ผู้คนได้มานั่งดูการแข่งขันร่วมกันและยังช่วยให้ชมฟุตบอลโลกครั้งนี้สนุกขึ้น เพราะสามารถเชียร์ได้มากถึง 5 ทีม / theguardian