หากถามว่าจังหวัดไหนเก่าแก่ที่สุดของประเทศไทย หลายคนอาจนึกถึงจังหวัดทางภาคเหนือหรือเมืองโบราณที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน

แต่คำตอบคือ “นครปฐม” มีอายุยาวนานกว่า 2,000 ปี เป็นศูนย์กลางของอาณาจักรทวารวดี และเป็นแหล่งกำเนิดอารยธรรมและศาสนพุทธยุคแรกในดินแดนไทย

มีปูชนียสถานเก่าแก่ที่สำคัญคือ “พระปฐมเจดีย์” หรือที่คนท้องถิ่นเรียกกันว่า “องค์พระ”

ในอดีตกาล นครปฐมเคยเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคนี้มาก่อน

แต่ในปัจจุบัน เมื่อเทียบกับนนทบุรี ปทุมธานี หรือสมุทรปราการ ที่เมืองขยายตัวเชื่อมติดกับกรุงเทพฯ อย่างแทบแยกกันไม่ออก

นครปฐมยังดูเหมือน “เมืองรอง” ที่อยู่ไกลออกไปอีกขั้น

เส้นทางหลักที่สามารถเชื่อมกรุงเทพฯ ไปสู่นครปฐม มีสองสายหลัก

ถนนเพชรเกษม ที่มาจากบางแค ผ่านทางสามพราน หรือที่คนเรียกกันว่า “สายเก่า”

ถนนปิ่นเกล้า-นครชัยศรี หรือที่เรียกว่า “สายใหม่”

ทั้งสองสายคือเส้นเลือดหลักที่เชื่อมระหว่างกรุงเทพฯ และนครปฐมมานานหลายทศวรรษ

ความเจริญและการขยายตัวของเมืองจากกรุงเทพฯ สู่นครปฐม ส่วนใหญ่แล้วก็อยู่ตามแนวสองเส้นนี้เป็นหลัก

โซนหลักเริ่มตั้งแต่อำเภอพุทธมณฑล (ศาลายา และพุทธมณฑลสาย 4-8)

ขณะเดียวกันยังมีฝั่งอำเภอสามพราน (อ้อมใหญ่ และไร่ขิง)

อำเภอนครชัยศรี ที่อยู่ระหว่างทางไปตัวเมืองนครปฐม

แม้จะมีการขยายตัว แต่นครปฐมในยุคก่อนการเดินทางก็ยังไม่ได้สะดวกสบายมากนัก

การเชื่อมต่อเข้ากับ กทม. ยังไม่มีโครงสร้างพื้นฐานอะไรโดดเด่นนอกจากถนนสองเส้นหลัก และรถไฟ

หากคนกรุงเทพฯ คิดจะเดินทางไปองค์พระ หรือคนจากนครปฐมจะเข้ากรุงเทพฯ ต้องขับรถเป็นหลัก หรือถ้าจะไปรถสาธารณะก็มีแค่รถไฟและรถตู้ที่ต้องใช้เวลานาน

แต่ภาพของนครปฐมในวันนี้กำลังเปลี่ยนไป

กำลังเป็นเมืองที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว กลายเป็นทำเลที่มีศักยภาพสูง

หมู่บ้านจัดสรรและโครงการที่อยู่อาศัยเกิดขึ้นเป็นจำนวนมากในจังหวัดนครปฐมเพื่อรองรับคนจากกรุงเทพฯ ที่ขยับออกไปนอกเมือง

“ศาลายา” ก็เริ่มมีคนไปอยู่มากขึ้น มีธุรกิจและสถานประกอบการใหม่ๆ เข้าไปตั้งมากขึ้น

ขยายไปจนถึงนครชัยศรี และตัวเมืองนครปฐม ซึ่งไม่กี่ปีที่ผ่านมาก็มีห้างเซ็นทรัลไปเปิดใหม่

ตามมาด้วยถนนมอเตอร์เวย์สาย M81 สายใหม่ที่ตัดตรงมาจากบางใหญ่ มีด่านลงที่นครปฐม เข้ามาพลิกโฉมการเดินทางของนครปฐมให้สะดวกยิ่งขึ้น

จึงไม่แปลกที่นครปฐมจะกลายเป็นทำเลที่มีราคาที่ดินเปล่าปรับขึ้นสูงสุด

เป็นข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ที่สำรวจไว้ในปี 2567

ที่ดินย่านนครปฐม มีราคาปรับสูงขึ้น 59.6% สูงที่สุดเหนือทุกย่าน

รองลงมาเป็นย่านสมุทรสาคร ปรับขึ้น 44.2% และย่านเมืองปทุมธานี-ลาดหลุมแก้ว-สามโคก ปรับขึ้น 27.3%

หมายความว่า มีกลุ่มทุนเล็งเห็นศักยภาพของนครปฐม เข้ามาจับจองพื้นที่ และพร้อมจะเข้ามาพัฒนาโครงการต่างๆ ให้เกิดขึ้นในอนาคต

และล่าสุดนครปฐมกำลังจะมี “รถไฟฟ้า” เป็นของตัวเอง หลังจากจังหวัดปริมณฑลอย่างนนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ มีรถไฟฟ้าไปหมดแล้ว

เป็นโครงการ “รถไฟฟ้าสายสีแดง” ที่เป็นรถไฟชานเมือง สร้างอยู่บนที่ดินเดิมของการรถไฟ

เฟสแรกที่จะถึงนครปฐม คือ สายสีแดงอ่อนส่วนต่อขยาย จากตลิ่งชัน มาสุดที่สถานีศาลายา 

กำลังจะเริ่มก่อสร้างในปีนี้ และคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปี 2572

เฟสต่อไป คือ แผนในอนาคตที่จะต่อขยายจากศาลายาไปถึงสถานีนครปฐม

มีสถานีระหว่างทางผ่านชุมชน เช่น วัดงิ้วราย นครชัยศรี ท่าแฉลบ และต้นสำโรง

ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างกระบวนการศึกษาทบทวน คาดว่าจะขออนุมัติโครงการภายในปี 2572 เริ่มก่อสร้างได้ในปี 2573 และคาดว่าจะเปิดได้ในปี 2576

ถ้าหากทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์ เท่ากับว่านครปฐมจะมีรถไฟฟ้าจากกรุงเทพฯ วิ่งตรงเข้าถึงตัวเมืองได้อย่างสะดวก

ไม่ต้องมีตัวเลือกจำกัดแค่การขับรถ รอรอบรถไฟ หรือรอรถตู้เพียงอย่างเดียว

นครปฐมในอนาคตอาจไม่ใช่เมืองที่อยู่ไกลจากกรุงเทพฯ เหมือนภาพจำในอดีตอีกแล้ว

และอาจไม่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเพียงจังหวัดเก่าแก่ที่สุดของไทยอีกต่อไป 

แต่กำลังจะกลายเป็นหนึ่งในจังหวัดที่น่าจับตามองที่สุดด้วยเช่นกัน