หากพูดถึง “ศาลายา” หลายคนอาจนึกถึงมหาวิทยาลัยมหิดล ร้านอาหารรอบมหาวิทยาลัย ตลาดศาลายา หรือแวะเป็นทางผ่านก่อนเดินทางต่อไปนครปฐม

แต่หากมองในมุมของประวัติศาสตร์และการเติบโตของเมือง ศาลายามีเรื่องราวที่น่าสนใจมากกว่านั้น

เพราะนี่คือย่านเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 และยังทำหน้าที่เป็นจุดเชื่อมต่อพื้นที่ 4 จังหวัดเข้าด้วยกัน

จุดเริ่มต้นของศาลายาเกิดขึ้นเพราะสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) ทรงสั่งขุด “คลองมหาสวัสดิ์” เพื่อใช้เป็นเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินไปนมัสการองค์พระปฐมเจดีย์

ในสมัยนั้นมีการสร้างศาลาพักริมคลองระหว่างทางในทุกๆ 100 เส้น (หรือ 4 กม.) รวมได้ทั้งหมด 7 ศาลา

เดิมเรียกชื่อแต่ละศาลาตามลำดับ ได้แก่ ศาลาหนึ่ง ไปถึงศาลาเจ็ด

แต่ศาลาในบริเวณนี้มีความพิเศษกว่าที่อื่น เพราะมีการเขียนตำรายารักษาโรคต่างๆ ใส่แผ่นกระดานไว้เพื่อให้ชาวบ้านและผู้สัญจรทางเรือได้นำไปใช้รักษาโรค

กลายเป็นที่มาของชื่อ “ศาลายา” ที่เรียกกันจนถึงปัจจุบัน

ชุมชนเก่าแก่ของย่านนี้อยู่รอบๆ สถานีรถไฟศาลายาและตลาดเก่าริมคลอง

จนกระทั่งจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่เกิดขึ้นเมื่อ “มหาวิทยาลัยมหิดล” เริ่มเปิดในปี พ.ศ. 2526 ก่อนจะเปิด “โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์” เป็นระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

ในย่านนี้ยังมีสถานศึกษาขนาดใหญ่อย่างโรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชบวรนิเวศศาลายา และกาญจนาภิเษกวิทยาลัย นครปฐม ตั้งอยู่ใกล้กัน

มีสถานพยาบาลอย่าง “ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก” ตั้งอยู่ที่ถนนบรมราชชนนี

ศาลายาจึงเป็นย่านที่ขับเคลื่อนด้วยชุมชน นักเรียนนักศึกษา บุคลากรทางการศึกษา และบุคลากรทางการแพทย์

สิ่งที่น่าสนใจคือ ศาลายามีตำแหน่งที่ตั้งที่พิเศษและหาได้ยาก

เพราะเป็นตำบลหนึ่งในอำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม เป็นด่านแรกเมื่อออกจากกรุงเทพฯ

หากมาจากฝั่งกรุงเทพฯ สามารถเข้าสู่ศาลายาได้จากถนนบรมราชชนนี (ทวีวัฒนา และตลิ่งชัน) และถนนพุทธมณฑลสาย 4 (หนองแขม และเพชรเกษม)

ขณะเดียวกันยังติดกับจังหวัดนนทบุรี อำเภอบางใหญ่ และบางกรวย โดยมีทางหลวงชนบทเป็นทางเชื่อม

และถ้าไปต่ออีกหน่อยทางถนนพุทธมณฑลสาย 4 ก็จะไปเจอกับอ้อมน้อย อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร

ทำให้ศาลายาเป็นจุดตัดที่เชื่อมต่อได้ 4 จังหวัด คือ นครปฐม กรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรสาคร

เป็นศูนย์กลางการเดินทาง รองรับประชากรแฝงจำนวนมหาศาลที่เดินทางเข้ามาทำงาน และศึกษาเล่าเรียน

หากใครเรียนหรือทำงานอยู่ในย่านนี้ มีโอกาสที่จะได้เจอกับคนที่มาจากทั้ง 4 จังหวัด อยู่ในที่เดียวกัน

ด้วยจุดเด่นด้านทำเลทำให้ศาลายาเป็นย่านชานเมืองที่มีการเติบโตอยู่เรื่อยๆ

มีโครงการที่อยู่อาศัย ทั้งคอนโดมิเนียม และบ้านเดี่ยวที่มีผู้พัฒนาหลายรายเข้ามาปักป้ายจับจองพื้นที่

ตามมาด้วยการเปิด “เซ็นทรัล ศาลายา” ในปี 2557 

แม้ตัวโครงการจะตั้งอยู่เขตอำเภอสามพราน แต่ก็กลายเป็นแรงดึงดูดสำคัญที่ทำให้พื้นที่รอบศาลายาคึกคักมากขึ้น

นอกจากนี้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ยังมีธุรกิจบริการ ร้านอาหาร และคาเฟ่เปิดใหม่อยู่ในย่านศาลายาอีกเป็นจำนวนมาก

มีข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ในปี 2566 ระบุว่า ถ้านับเฉพาะโซนที่มีรถไฟฟ้าวิ่งผ่าน ดัชนีราคาที่ดินเปล่าในแนวสายสีแดงอ่อน (ตลิ่งชัน-ศาลายา) มีการปรับขึ้นสูงสุดเป็นอันดับ 3 (25.6% YoY) 

เป็นรองเพียงสายสีเขียว (สมุทรปราการ-บางปู และแบริ่ง-สมุทรปราการ) และสายสีน้ำเงิน (บางแค-พุทธมณฑลสาย 4)

ตัวเลขนี้เป็นสะท้อนให้เห็นว่าศาลายากำลังเป็นย่านทำเลทองที่มีคนสนใจเข้ามามากขึ้น

ในอนาคต ศาลายากำลังจะเป็นย่านที่เดินทางได้ง่ายขึ้นด้วย “รถไฟฟ้า” สายสีแดงอ่อน ที่ต่อขยายมาจากตลิ่งชัน

สายนี้กำลังจะเริ่มก่อสร้างในเดือน ก.ค. ปีนี้ และคาดว่าจะเริ่มเปิดให้บริการในปี 2572

เมื่อรถไฟฟ้าสายนี้สร้างเสร็จ การเดินทางระหว่างศาลายาและกรุงเทพฯ จะสะดวกขึ้นทันที

คนจากศาลายาและพื้นที่ใกล้เคียงจะสามารถเดินทางเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ ได้ง่ายขึ้น ในทางกลับกัน ก็จะยิ่งดึงดูดผู้คนและเม็ดเงินใหม่ๆ ให้ไหลเข้ามาในย่านนี้มากยิ่งขึ้น

น่าสนใจว่า ศาลายาจะไปต่ออย่างไรในอนาคต เพราะย่านเก่าแก่แห่งนี้มีจุดเด่นอยู่แล้ว คือทำเลที่สามารถเชื่อมต่อ 4 จังหวัดไว้ด้วยกัน และกำลังไปต่ออีกขั้นด้วยการเดินทางที่ง่ายขึ้นเพราะรถไฟฟ้า