สมาพันธ์แรงงานเคมี สิ่งทอ และอาหารของเกาหลีใต้เผยว่า พนักงานสตาร์บัคส์ ได้มีการจัดตั้งสหภาพขึ้นเพื่อคุ้มครองสิทธิของตนเองและต้องการกลับมาทำงานด้วยความตั้งใจจริงและภาคภูมิใจอีกครั้ง 

ในการแถลงการณ์จัดตั้งสหภาพ ทางพนักงานสตาร์บัคส์ที่รวมตัวกันระบุว่า ที่ผ่านมาพนักงานได้พยายามเรียกร้องให้บริษัทปรับปรุงสภาพการทำงานมาโดยตลอด ถึงขั้นเคยเช่ารถบรรทุกติดจอแอลอีดีประท้วงมาแล้ว

แต่บริษัทกลับเพิกเฉย แล้วยังคงยัดเยียดแคมเปญโปรโมชันที่สร้างภาระงานหนักขึ้นเรื่อยๆ ให้พนักงานฝ่ายเดียว 

จากบางส่วนของแถลงการณ์ที่ระบุถึง “ความไม่พอใจ” หลังต้นสังกัด “ยัดเยียด” แคมเปญโปรโมชันที่สร้างภาระงานหนักขึ้น 

นำไปสู่การคาดการณ์ที่ว่า บรรดาพนักงานสตาร์บัคส์เกาหลีใต้อยากมีสิทธิในการปฏิเสธ แคมเปญที่พวกตนต้องหนักใจ

เพราะเป็นฝ่ายที่ต้องรับลูกค้า อย่างแคมเปญ Tank Day ที่บานปลายเป็นดราม่าระดับชาติเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา 

ซึ่งเกิดจากฝ่ายการตลาดใช้เอไอคิดแคมเปญที่เชื่อมโยงกับเหตุการณ์สำคัญของประเทศ และบอร์ดบริหารรวมถึงซีอีโอ  โดยที่ฝ่ายบริหารไม่ได้ตรวจสอบว่าเป็นแคมเปญที่นำเหตุล้อมปราบทางการเมืองเมื่อปี 1980 

พร้อมกันนี้ยังมีการใช้คำว่า Tank ที่แม้ต้องการสื่อถึงแก้วเครื่องดื่มทรงสูง แต่ก็สามารถตีความได้ถึงรถถังของทหารและการทรมานผู้ที่เห็นต่างได้อีกด้วย

ผลกระทบจากดราม่าดังกล่าวทำให้ซีอีโอสตาร์บัคส์เกาหลีใต้ ต้องประกาศลาออก ยอดขายดิ่งลงอย่างหนัก และประธานาธิบดีถึงกับออกมาวิจารณ์แคมเปญนี้ 

ส่วนประธาน ชินเซแก กรุ๊ป ในฐานะผู้ถือครองสิทธิ์ในการทำธุรกิจสตาร์บัคส์เกาหลีใต้ถึงกับต้องออกมาขอโทษผ่านสื่อ 

เรื่องยังไม่จบแค่นั้น โดยต่อมา สตาร์บัคส์กว่า 2,000 สาขาทั่วประเทศ ต้องปิดให้บริการเร็วกว่าปกติเป็นครั้งแรก เพื่อจัดอบรมพนักงานเกี่ยวกับความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของเหตุการณ์กวางจู และอีกไม่กี่วันต่อมาบอร์ดบริหารก็รับการอบรมแบบเดียวกัน 

ด้านสตาร์บัคส์เกาหลีใต้ ยืนยันว่า พนักงานรวมตัวกันตั้งสหภาพแรงงานจริง และพร้อมให้ความร่วมมือ แต่ไม่ได้ระบุแน่ชัดว่า มีพนักงานมากน้อยแค่ไหนที่เข้าร่วมสหภาพ 

สำหรับ ดราม่า Tank Day ของ สตาร์บัคส์เกาหลีใต้ ถูกจับตามองในหลายประเด็น เริ่มจากการใช้เอไอโดยไม่ระวังว่าไปแตะประเด็นอ่อนไหว จนกลายเป็นอุทาหรณ์ในแผนการตลาดยุคใหม่ 

ซึ่งเพียงไม่กี่วันหลังเกิดเรื่อง สถานการณ์ก็บานปลายจนในที่สุดกลายเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลก 

ประเด็นต่อมาคือ เกาหลีใต้ถือเป็นตลาดใหญ่อันดับ 3 ของสตาร์บัคส์ ถัดจากสหรัฐฯ และจีน ด้วยจำนวนสาขากว่า 2,000 แห่งทั่วประเทศ และจำนวนพนักงานกว่า 23,000 คน 

ดังนั้นสตาร์บัคส์เกาหลีใต้ภายใต้การบริหารของ ชินเซแก กรุ๊ป ที่เปิดประเดิมสาขาแรกเมื่อปี 1999 หรือเมื่อ 25 ปีก่อน จึงถือเป็นหนึ่งในองค์กรใหญ่ระดับประเทศ 

ส่วนประเด็นสุดท้ายคือ การบริโภคกาแฟ และร้านกาแฟ ของเกาหลีใต้ โดยเกาหลีใต้เป็นประเทศที่ประชากรนิยมดื่มกาแฟมากติด 1 ใน 10 ของโลก 

มีข้อมูลว่า ดื่มกันเฉลี่ยถึงคนละ 416 แก้วต่อปี และเมนูฮิตคือ อเมริกาโน่ นี่จึงส่งผลให้มีร้านกาแฟอยู่ทั่วเกาหลีใต้มากถึงกว่า 100,000 แห่ง 

ดังนั้นร้านกาแฟจึงเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน ดราม่าในร้านกาแฟจึงเป็นข่าวที่ผู้คนให้ความสนใจ เช่นก่อนหน้านี้ มีการห้ามไม่ให้นำปริ้นเตอร์เข้ามา เพื่อกันการใช้ร้านกาแฟเป็นสถานที่ทำงาน 

พอเกิดดราม่าขึ้นในเชนร้านกาแฟระดับโลก อย่างสตาร์บัคส์ ความสนใจของชาวเกาหลีใต้จึงมากเป็นทวีคูณ และไม่นานก็กลายเป็นข่าวดังไปทั่วโลก / japantoday