ในยุคที่สถานที่ทำงานไม่จำกัดอยู่แค่ในบริษัทอีกต่อไป นอกจากบ้านแล้ว ร้านกาแฟก็เป็นอีกสถานที่ยอดฮิตที่คนทั่วโลกไปนั่งทำงาน เพราะนอกจากมีอาหารและเครื่องดื่มไว้บริการแล้ว ยังมีลูกค้าคนอื่น ๆ ช่วยให้บรรยากาศไม่เงียบเหงาจนเกินไปอีกด้วย
เกาหลีใต้เป็นอีกประเทศหนึ่งที่ผู้คนนิยมไปทำงานกันตามร้านกาแฟ ทว่ากลับเกิดปัญหาขึ้น จนเชนร้านกาแฟดังถึงขั้นต้องออกกฎเพื่อรักษาบรรยากาศในร้าน คงคอนเซ็ปต์ที่เป็นจุดขาย และป้องกันผู้ฉวยโอกาสไม่ให้รบกวนผู้อื่น รวมถึงใช้ประโยชน์จากตามสาขาต่าง ๆ มากจนเกินไป
Starbucks ในเกาหลีใต้ออกกฎไม่ให้ลูกค้านำพรินเตอร์และคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะเข้ามาในร้าน หลังจากพบว่ามีลูกค้าบางส่วนนำอุปกรณ์ทั้งสองนี้เข้ามา ซ้ำร้ายบางคนถึงขนาดนำฉากกั้นและคอมพิวเตอร์หลายเครื่องมาตั้งราวไม่ต่างจากบริษัทย่อม ๆ ของตัวเอง
Starbucks ระบุว่า ลูกค้ายังคงสามารถนำแล็ปท็อป, iPad หรือสมาร์ตโฟนเข้ามาใช้งานได้ตามปกติ แต่ขอความร่วมมือไม่ให้นำสิ่งของที่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ส่วนรวมและทำให้ที่นั่งมีจำกัด จนรองรับลูกค้าได้น้อยลง
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นขณะที่สังคมเกาหลีใต้กำลังถกเถียงกันอย่างร้อนแรงเกี่ยวกับกลุ่มคนที่ชอบไปนั่งเรียนหรือทำงานในคาเฟ่ หรือ “คาคงจก” หลังจำนวนผู้ที่ไม่พอใจเทรนด์นี้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
กฎใหม่จาก Starbucks ได้รับเสียงตอบรับจากชาวเกาหลีใต้บนโซเชียลมีเดียอย่างล้นหลาม โดยมีผู้ใช้รายหนึ่งแสดงความเห็นว่า เป็นความคิดที่ดี และเมื่อ Starbucks เริ่มแล้ว ร้านกาแฟร้านอื่น ๆ ก็น่าจะทำตามบ้าง ขณะที่อีกคนกล่าวว่า นี่เป็นวิธีจัดการคนที่ทำตัวแย่ใน Starbucks
กฎใหม่ของ Starbucks นี้ย้ำถึงเทรนด์การออกกฎในธุรกิจร้านกาแฟในหลายประเทศก่อนหน้านี้ เช่นที่อังกฤษ ที่ขอให้ลูกค้าอย่านั่งนานเกินไป โดยเฉพาะการนั่งทำงาน เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกค้าคนอื่นมานั่งบ้าง
พร้อมปฏิบัติตามมารยาททางสังคมในการอยู่ร่วมกันและการใช้พื้นที่สาธารณะอย่างมีจิตสำนึก อันจะเปิดทางให้มีการสั่งเมนูเครื่องดื่มและอาหาร ซึ่งเป็นทางเพิ่มยอดขายให้ทางร้านนั่นเอง
ประเด็นน่าสนใจของการออกกฎห้ามนำพรินเตอร์และคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะเพื่อสกัดกลุ่มคาคงจกที่ไม่เกรงใจผู้อื่นในเกาหลีใต้ยังไม่หมดแค่นั้น ก่อนหน้านี้ก็เคยมีการออกกฎห้ามลูกค้าบางกลุ่มที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมจนไปรบกวนผู้อื่น
เช่น “กฎห้ามมนุษย์ป้า” ที่ห้ามหญิงสูงวัยเข้าฟิตเนส หลังเข้าไปสร้างความรำคาญให้ลูกค้ากลุ่มอื่น ๆ ทั้งการใช้ห้องน้ำนาน ๆ หอบเอาอาหาร-เครื่องดื่มกลับบ้าน และจับกลุ่มนินทาลูกค้าสาว ๆ รุ่นลูกรุ่นหลาน
รวมไปถึงการติดป้ายห้ามเด็กเล็กเข้ามาร้านอาหาร หลังมีการร้องเรียนว่าครอบครัวที่มีลูกเล็ก ๆ แต่ควบคุมเด็กไม่ได้ไปสร้างความรำคาญให้ลูกค้าคนอื่น ๆ ทำให้พนักงานมีงานเพิ่มต่อเนื่องไปจนบานปลายเป็นดราม่า ซึ่งเมื่อสืบสาวราวเรื่องแล้วก็พบว่าเป็นความผิดของพ่อแม่ที่ดูแลลูกไม่ดีเอง
จากสถานการณ์ทั้งหมดทำให้เกาหลีใต้กลายเป็นประเทศที่ร้านอาหาร และธุรกิจภาคบริการจะออกกฎจัดการกับลูกค้าพฤติกรรมไม่เหมาะสมหลังจากพบเห็นไม่นาน โดยลูกค้าก็ต้องปฏิบัติตามด้วยเมื่อเข้ามาในร้าน
ทั้งนี้ กฎล่าสุดของ Starbucks เกาหลีใต้ยังมีขึ้นท่ามกลางกฎใหม่ของ Starbucks ในสหรัฐฯ ที่ไม่ให้ลูกค้าที่ไม่ได้สั่งเมนูเครื่องดื่มหรือขนมใด ๆ เลยใช้ห้องน้ำ หลังจากเห็นว่าเป็นการเพิ่มภาระให้พนักงาน
โดยไม่สนใจว่าถูกมองว่าใจร้ายกับผู้ที่จำเป็นต้องใช้ห้องน้ำจริง ๆ ในประเทศอย่างสหรัฐฯ ที่ห้องน้ำสาธารณะมีน้อยมาก / bbc
