อีวาน เอสปิโนซา ซีอีโอนิสสัน ได้วางเป้าหมายให้ตลาดสหรัฐฯ เป็นหัวใจสำคัญในกลยุทธ์ฟื้นฟูองค์กร

ทว่าปัจจุบันส่วนแบ่งการตลาดของ นิสสัน ในสหรัฐฯ ทรงตัวอยู่เพียงแค่ระดับ 6% โดยลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับเมื่อ 10 ปีก่อนที่เคยสูงถึงประมาณ 9% 

ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา นิสสัน มักจะอัดโปรโมชันส่วนลดเทกระจาดเพื่อกระตุ้นยอดขายและแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาด โดยดีลเลอร์ในสหรัฐฯ เห็นตรงกันว่า วิธีนี้ทำให้ราคาขายต่อของรถ Nissan ร่วงลงมาอย่างมาก  

นอกจากนี้ ยังมีการเน้นขายรถล็อตใหญ่ให้แก่บริษัทรถเช่า ซึ่งแม้จะช่วยดันตัวเลขยอดขายให้ดูดี แต่กลับมีผลกระทบตามมา

นั่นคือ ทำให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์ดูด้อยค่าลง เพราะถูกมองว่าเป็นแบรนด์เบอร์ต้นๆ ในตลาดรถเช่า ในสายตาชาวอเมริกันไปแล้ว

อีวาน เอสปิโนซา กล่าวถึงประเด็นนี้ว่า เมื่อก่อนนิสสันมุ่งแต่ผลักดันยอดขาย ซึ่งมันไม่ใช่แนวทางที่ถูกต้องในการบริหารบริษัทยานยนต์ และจากนี้ควรวางตัวให้ห่างจากตลาดรถเช่า 

จากสถานการณ์ดังกล่าว อีวาน เอสปิโนซา จึงสั่งให้เปลี่ยนทิศทางในการดำเนินธุรกิจ โดยหันไปเน้นการเติบโตของยอดขายที่แข็งแรงและยั่งยืน 

พร้อมชูจุดขายเรื่องคุณภาพของตัวรถ ซึ่งล่าสุดรถยนต์ของนิสสันก็เพิ่งทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในผลสำรวจความพึงพอใจของผู้ซื้อรถใหม่โดยเจดีพาวเวอร์  

นอกจากนี้ อีวาน เอสปิโนซา ยังเชื่อว่าทัพรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่กำลังจะเปิดตัว จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการพลิกฟื้นภาพลักษณ์แบรนด์ โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐฯ 

ปลายปี 2026 นิสสัน มีแผนเปิดตัว รถรุ่น Rogue เวอร์ชันไฮบริด ซึ่งเป็นรถเอสยูวีขนาดคอมแพกต์รุ่นที่ขายดีที่สุดของค่าย 

อีวาน เอสปิโนซายอมรับว่า ที่ผ่านมานิสสัน พลาดโอกาสในการดึงดูดลูกค้ากลุ่มนี้ ทั้งที่รถยนต์ไฮบริดได้รับความนิยมพุ่งสูงขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันที่แพงขึ้นจากผลกระทบของสงครามอิหร่าน 

นอกจากรถไฮบริดแล้ว นิสสัน ยังมีแผนเปิดตัวรถเอสยูวีสายลุยที่ใช้โครงสร้างแชสซีส์แบบรถกระบะ รวมถึงการคืนชีพรุ่น Xterra รถลุยในตำนานที่เคยทำตลาดในสหรัฐฯ ช่วงยุค 90 ถึงกลางปี 2010 ให้กลับมาโลดแล่นอีกครั้ง 

สำหรับ อีวาน เอสปิโนซา เป็นชาวเม็กซิโกที่ทำงานกับนิสสันมานาน จนได้เป็นซีอีโอเมื่อเมษายน 2025 แต่เขาก็เป็นซีอีโอคนที่ 4 ในรอบ 8 ปี ของบริษัท 

พร้อมกันนี้เขายังเป็นชาวต่างชาติคนแรกนับจากที่ คาร์ลอส กอส์น ต้องพ้นจากตำแหน่งในข้อหาทุจริต นำมาสู่การจำคุก ทั้งที่บริหารบริษัทด้วยความสำเร็จมานาน 16 ปี

ดังนั้น อีวาน เอสปิโนซา จึงต้องพิสูจน์ตัวเองให้ชาวญี่ปุ่นยอมรับให้ได้ ท่ามกลางงานล้นมือให้จัดการ ทั้งลดระยะห่างของนิสสันกับแบรนด์อื่นๆ ในยุคที่อุตสาหกรรมยานยนต์โลกเผชิญความท้าทายมากมาย

ต่อด้วยการปลุกยอดขายและยังต้องเร่งฟื้นฟูภาพลักษณ์ ด้วยการลบภาพจำในการเป็นแชมป์แบรนด์รถเช่าในสหรัฐฯ ที่ติดตัวแบรนด์มานานให้ได้ 

ทั้งนี้ก่อนอีวาน เอสปิโนซา จะขึ้นเป็นซีอีโอ นิสสัน จมอยู่ในวิกฤตมานานหลายปี ดังนั้นเมื่อ เขาขึ้นเป็นซีอีโอจึงต้องทำทุกทางเพื่อกู้สถานการณ์ ไม่ต่างจาก “การยกเครื่อง” ครั้งใหญ่ 

ทั้งปลดพนักงานทั่วโลกเกือบ 10,000 คน ปิดโรงงานที่ผลิตรถอีวีแห่งแรก และขายอาคารสำนักงานใหญ่ในญี่ปุ่น 

พร้อมกันนี้ยังต้องถอนหุ้นจากสโมสรฟุตบอล โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส ในเจลีกของญี่ปุ่น ที่บริษัทก่อตั้งขึ้นและพัฒนามาจากทีมฟุตบอลของพนักงานตั้งแต่เมื่อปี 1972

ตามด้วยการขายโรงงานในแอฟริกาใต้ ฐานการผลิตหลักในทวีปแอฟริกาที่อยู่มาเกือบ 60 ปี ไปให้ เชอรี่ ค่ายรถจีนอีกด้วย / cna