หากหลับตาและนึกถึงทีมชาติบราซิล คงมีหลายคนเสื้อสีเหลืองสดใส ฟุตบอลที่สนุก มีลูกเล่น นักเตะที่ยิ้มเก่ง ร่าเริง และมีท่าดีใจเป็นเอกลักษณ์

บางคนอาจนึกถึงนักเตะที่เล่นฟุตบอลด้วยลีลาแพรวพราว สร้างสีสันให้ฟุตบอล

แค่นึกถึงบราซิล หลายคนก็มีภาพความทรงจำแบบนี้ผุดขึ้นมาทันที นี่คือเสน่ห์ของทีมชาติที่ไม่เหมือนใครในโลกฟุตบอล

แต่ถ้าดูจากผลงานล้วนๆ บราซิลไม่ได้แชมป์ฟุตบอลโลกมา 24 ปีแล้ว

ครั้งสุดท้ายที่ได้แชมป์โลกต้องย้อนไปถึงปี 2002 นำโดยแนวรุก “3R” ในตำนานอย่างโรนัลโด้, ริวัลโด้ และโรนัลดินโญ่

นับตั้งแต่นั้นมา บราซิลไม่เคยเข้าใกล้ตำแหน่งแชมป์อีกเลย ส่วนใหญ่หยุดที่รอบ 8 ทีมสุดท้าย 

มีแค่ไปถึงรอบรองชนะเลิศเพียงครั้งเดียวในปี 2014

แต่กลับจบลงด้วยผลแพ้เยอรมนี 1-7 คาบ้านตัวเอง เป็นความย่อยยับที่เหมือนเป็นตราบาปมาถึงทุกวันนี้

และในฟุตบอลโลก 2026 ที่กำลังเตะกันอยู่นี้ บราซิลต้องทำสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อนในรอบร้อยกว่าปี คือการจ้างโค้ชต่างชาติเข้ามาคุมทีมเพื่อเป้าหมายทวงความยิ่งใหญ่

ประเด็นที่น่าสนใจคือ แม้ผลงานในสนามอาจไม่ได้ยิ่งใหญ่เหมือนเดิม แต่ทำไมแบรนด์ “บราซิล” ยังคงแข็งแกร่งอยู่เหมือนเดิม

.

🔴 “ตัวตน” ที่ชัดเจน

คำตอบอยู่ที่มุมมองของแบรนด์ดิ้ง ไม่ใช่แค่ถ้วยรางวัล

หลายทีมเก่งก็จริง แต่มีสิ่งหนึ่งที่บราซิล “ชัดกว่า” ชาติอื่นอย่างชัดเจน 

นั่นคือ “ตัวตน” มีสไตล์การเล่นฟุตบอลที่โดดเด่นด้วยความสามารถเฉพาะตัวตามสไตล์แซมบ้า

ฟุตบอลบราซิลมีปรัชญาที่เรียกว่า “Jogo Bonito” หรือ The Beautiful Game ที่บ่งบอกถึงการเล่นที่สวยงาม

คำนี้มีตั้งแต่ยุคทศวรรษที่ 1960 ในยุคตำนานอย่าง “เปเล่”

สืบต่อกันมาจนกลายเป็น Brand Positioning ของทีมชาติบราซิลไปโดยปริยาย

หากทีมอื่นมีตัวตนที่ชัดเจน เช่น เยอรมนีเด่นเรื่องการเล่นเป็นทีม อิตาลีเด่นเรื่องเกมรับ หรือสเปนมีฟุตบอลแบบเท้าสู่เท้า

บราซิลก็มีตัวตนที่ชัดเจนในด้านการเล่นสนุกและสร้างสรรค์

บวกกับนิสัยของคนบราซิล เป็นคนสนุกสนาน ร่าเริง และชอบปาร์ตี้อยู่แล้ว

รวมกันแล้วจึงกลายเป็นเสน่ห์ที่ทำให้บราซิลมีตัวตนโดดเด่นในทางของตัวเอง

.

🔴 ทำแบรนด์ร่วมกับ Nike

ส่วนสำคัญที่ปฏิเสธไม่ได้ในการดันแบรนด์บราซิลให้แข็งแกร่ง คือการทำร่วมกับ Nike

บริษัทกีฬาสัญชาติอเมริกันเข้ามาเป็นผู้สนับสนุนชุดแข่งให้บราซิลตั้งแต่ปี 1996 เป็นดีลใหญ่ของบริษัทในยุคนั้น เพราะเป็นการรุกเข้าฟุตบอลอย่างเต็มตัว

Nike ไม่ได้ทำแค่ชุดแข่งให้อย่างเดียว เพราะยังมีการตลาดร่วมกันแบบเล่าเรื่องเป็นไลฟ์สไตล์มากกว่าแค่กีฬา

เช่น โฆษณาระดับตำนาน Airport ในปี 1998 ที่มีนักเตะบราซิลเล่นฟุตบอลในสนามบิน

ต่อมาก็เป็นการทำแคมเปญ Jogo Bonito ในยุคทศวรรษ 2000 ที่ผสมฟุตบอลเข้ากับวัฒนธรรม และแรงบันดาลใจในวัยเด็ก

ทำให้ทีมชาติบราซิลกลายเป็น Pop Culture มากกว่าจะเป็นแค่ทีมฟุตบอลอย่างเดียว

.

🔴 เกม และแรงบันดาลใจในวัยเด็ก

ในช่วงยุคทศวรรษ 2000 เป็นยุคที่เริ่มมีเทคโนโลยีเกมคอนโซล อย่าง PlayStation และเกมในตำนานอย่าง Winning Eleven

เด็กหลายคนก็ชอบเล่นนักเตะบราซิล เช่น โรแบร์โต้ คาร์ลอส, โรนัลโด้, อาเดรียโน่ และโรนัลดินโญ่ มาจนถึงยุคปัจจุบันอย่างเนย์มาร์

มีบางเกมในปัจจุบัน เช่น FIFA Online ที่มีการ์ดนักเตะบราซิลในตำนานหลายคนอยู่ในเกม

ทำให้บราซิลเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำและแรงบันดาลใจในวัยเด็กของหลายคน

หรืออย่างในปี 2002 ที่โรนัลโด้ตัดผมทรงตำนาน “ไดโกโระ” ที่โล้นทั้งหัวและเหลือไว้แค่ส่วนหน้า

ทรงผมนี้ก็กลายมาเป็นทรงฮิตในช่วงหนึ่ง มีเด็กไปตัดผมตาม จนกลายเป็นทรง “ขัดใจแม่”

แม้แต่แคมเปญการตลาดในไทยก็เคยมีการหยิบยกเรื่องของบราซิลมาเล่นอยู่บ่อยครั้ง

เช่น การทำแคมเปญ “บอลบรีส” ซื้อผงซักฟอกได้ลูกฟุตบอลมีลายเซ็นของโรนัลดินโญ่

สิ่งที่ตามมาคือ เด็กอยากได้ลูกบอลบรีส นำไปเตะเล่น หรือเก็บสะสมกันเป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ยังมีโฆษณาทางโทรทัศน์เรื่อง “ไก่จะไปบราซิล” ที่เป็นไวรัลในอดีต

เป็นการเล่าเรื่องผู้หญิงวัยกลางคนที่รักฟุตบอลมาก ถึงขนาดจะขอทิ้งสามีและลูกเพื่อเก็บกระเป๋าไปบราซิล

สุดท้ายเฉลยเป็นโฆษณาอินเทอร์เน็ตของ TOT ที่หาผู้โชคดีได้ไปกระทบไหล่กับนักเตะบราซิล

สิ่งเหล่านี้ทำคนมีความรู้สึกซึมซับและนึกถึงบราซิลอยู่เรื่อยๆ โดยไม่รู้ตัว

.

🔴 บราซิลที่คนไทยสัมผัสได้จริง

ความแข็งแรงของแบรนด์บราซิลยังส่งออกมาไกลถึงเมืองไทยผ่าน “นักเตะ”

บราซิลเป็นชาติที่มีนักเตะกระจายอยู่ทั่วโลก เหมือนเป็นหนึ่งในสินค้าส่งออกสำคัญของประเทศ รวมถึงมาอยู่ในฟุตบอลไทยลีกด้วย

เป็นสิ่งที่ทำให้คนได้เห็นด้วย “ตาเนื้อ” หรือเห็นกับตาของจริง 

แค่เห็นว่าเป็นนักเตะบราซิล ทีมในไทยลีกก็มักมองในแง่บวกไว้ก่อนแล้ว 

แม้วิวัฒนาการการนำเข้านักเตะต่างชาติของไทยลีกจะเปลี่ยนไปตามยุคสมัย จากเน้นนักเตะแอฟริกา มาเป็นนักเตะยุโรป จนถึงยุคเพิ่มโควตานักเตะต่างชาติ

แต่ฟุตบอลไทยลีกก็ยังต้องมีนักเตะบราซิลอยู่เสมอ

บางคนไม่ได้มาจากลีกสูงสุดของบราซิลด้วยซ้ำ แต่กลับมาแจ้งเกิดในไทยลีกจนกลายเป็นตำนาน

ในท็อป 10 ดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของลีกสูงสุด เป็นนักเตะบราซิลไปแล้ว 4 คน

อันดับหนึ่งคือ เฮแบร์ตี้ แฟร์นานเดส ส่วนคนที่เหลืออยู่ใน 10 อันดับแรก คือ เคลตัน ซิลวา, ดิโอโก ลุยส์ ซานโต และเลอันโดร อัสซุมเซา

นี่คือความเป็นบราซิลที่แฟนบอลไทยมีโอกาสจับต้องได้จริงในสนาม ได้ดูทุกสัปดาห์ ไม่ได้อยู่แค่ในจอทีวีอย่างเดียว

.

หากมองเฉพาะในมุมของผลงานฟุตบอลอย่างเดียว บราซิลอาจดูห่างหายไปจากตำแหน่งสูงสุดอย่าง “แชมป์โลก” มานานถึง 24 ปี

แต่ในมุมของแบรนด์ดิ้ง บราซิลยังคงเป็นทีมชาติที่มีพลังดึงดูดสูงที่สุดทีมหนึ่งของโลกฟุตบอล 

ด้วยตัวตนที่ชัดเจนผ่านฟุตบอล วัฒนธรรม การตลาด และนักเตะที่กระจายไปสร้างชื่อทั่วทุกมุมโลกรวมถึงไทยลีก

เป็นเอกลักษณ์ที่เฉพาะตัว และไม่มีทีมอื่นทำได้เหมือนบราซิลอีกแล้ว