ก่อนจะมาเป็นชื่อ “โก๋แก่” เจ้าของเคยตั้งชื่อมาเเล้วทั้ง ถั่วอะพอลโล  ต่อด้วย ก๊อกแก๊ก จนกลายมาเป็น โก๋แก่ พร้อมประโยคติดหู มันทุกเม็ด สโลแกนเเละชื่อเเบรนด์ที่อยู่คู่คนไทยมานานกว่าครึ่งศตวรรษ กับมาสคอตตุ๊กตาหน้ากวน ๆ หัวฟู ๆ สวมชุดยูโด

เริ่มบริษัทเเม่รวย ผู้ผลิตโก๋เเก่

พ.ศ. 2507 ก่อตั้งบริษัทเเม่รวย โดยคุณชูเกียรติ รวยเจริญทรัพย์ กับหุ้นส่วน โดยที่ขณะนั้นยังเป็นการผลิตข้าวเกรียบออกจำหน่าย

จนกระทั่งถึง พ.ศ. 2519 ถั่วลิสงระดับตำนานนี้ก็ถือกำเนิดขึ้น เมื่อคุณชูเกียรติปิ๊งไอเดียถั่วลิสงเคลือบเเป้งจากต่างประเทศ จึงลองคิดค้นสูตรเเล้วทำในแบบของประเทศตัวเอง จนได้ออกมาเป็น “ถั่วลิสงเคลือบกะทิ โก๋เเก่”

เเต่ในช่วงเเรกกลับขายไม่ได้ เพราะบรรจุในถุงทึบ คนมองไม่เห็นถั่วข้างใน จึงไม่มีใครกล้าซื้อกิน เเต่เมื่อเปลี่ยนมาใส่บรรจุภัณฑ์ใส ยอดขายก็ดีขึ้น

โก๋แก่ เคยชื่ออะพอลโลเเละกิ๊กก๊อกมาก่อน

เเต่ก่อนที่เเบรนด์ถั่วลิสงนี้จะมาใช้ชื่อ “โก๋แก่” คุณชูเกียรติเคยออกแบรนด์แปลก ๆ มาแล้วหลายชื่อ ด้วยความคิดอยากออกสินค้าที่ทันต่อเหตุการณ์โลก เพื่อให้คนจดจำได้ จึงเคยใช้ชื่อเเบรนด์ว่า “อะพอลโล” เป็นช่วงที่ข่าวการปล่อยยานอวกาศอะพอลโลไปเหยียบดวงจันทร์

จากนั้นก็เปลี่ยนเป็น “กิ๊กก๊อก” ก่อนจะมาเป็น “โก๋แก่” ที่ได้เเรงบันดาลใจจากตัวการ์ตูนญี่ปุ่น เเละลงล็อกกับความต้องการที่อยากได้ชื่อแบรนด์สองพยางค์พอดี

ส่วนสโลแกน “มันทุกเม็ด” นอกจากจะอธิบายสรรพคุณผลิตภัณฑ์แล้ว  ภาษายังแอบเล่นกับ Emotional ความซุกซน สนุกสนานเต็มที่ของเเบรนด์

เพราะ เเปลก เลย เเตกต่าง เพราะเเตกต่าง เลยโดดเด่น

ในตอนเเรกที่ก่อตั้งโรงงานเเม่รวย ขณะนั้นบริษัทผลิตข้าวเกรียบอยู่  คุณชูเกียรติมีหน้าที่รับผิดชอบด้านการขายเเละการตลาด เเต่เมื่อหุ้นส่วนขอแยกตัวออกไปเก้าปีให้หลัง จึงต้องพยายามคิดหาสินค้าที่จะมาขายใหม่

ตั้งเเต่เริ่ม คุณชูเกียรติเป็นคนรักในการทำอาหารเป็นทุนเดิม ประกอบกับชอบค้นหาเเละทดลอง มีใจคิดค้นอะไรแปลกใหม่อยู่ตลอดเเล้ว จึงได้คิดค้นสูตรถั่วลิสงเคลือบเเป้งสุดแปลกขึ้นมาได้

อีกทั้งยังฉีกกฎตลาด สร้างความฮือฮาด้วยการเป็นเเบรนด์แรก ๆ ที่นำมาสคอตมาใช้ในการสื่อสารแบรนด์สมัยนั้น

จนในปัจจุบันพอพูดถึงถั่วโก๋เเก่ ก็ต้องคิดถึงภาพตุ๊กตาใส่เเว่นลาย หัวฟู สวมชุดยูโด เเละพอเห็นหน้าตุ๊กตาสวมชุดยูโด หัวฟู เเว่นลาย ก็ต้องนึกถึงถั่วลิสงโก๋เเก่ กลายเป็นภาพจำติดตาของผู้บริโภคไปโดยปริยาย

King of Nuts Of The World​ ราชาถั่วโลก

โก๋แก่ กลายมาเป็นขนมขบเคี้ยวชนิดถั่วสุดคลาสสิกประจำประเทศไทย  อีกทั้งเป็นแบรนด์ถั่วลิสงที่ได้รับความนิยมสูงสุดในไทย

ศูนย์วิจัยกสิกรประเมินตลาดขนมขบเคี้ยวปี 2564 ไว้ประมาณ 37,500 ล้านบาท โดยที่ขนมชนิดถั่วซึ่งเป็นเซกเมนต์ย่อย เคยมีการเปิดเผยมูลค่าว่าอยู่ที่ประมาณ 4-5 พันล้านบาท (ตัวเลข ณ ปี 62) เเละชื่อของโก๋เเก่เองก็กวาดเเชร์ไปมากกว่าครึ่งหนึ่งของตลาดขนมขบเคี้ยวชนิดถั่ว

โดยมีถั่วลิสงเคลือบกะทิ ซึ่งเป็นรสดั้งเดิมนั้น ขับเคลื่อนยอดขายมากกว่า 30% ของยอดขายสินค้าแบรนด์โก๋แก่

ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์อื่น ๆ นอกเหนือจากถั่วโก๋เเก่ ได้แก่ ซิโก้ขาไก่ เเครกเกอร์มันฝรั่งเนลี่ ช็อกโก้บอล

ถั่วสัญชาติไทย ที่ถูกใจคนทั้งโลก

ปัจจุบันโก๋แก่ส่งจำหน่ายทั่วโลกกว่า 70 ประเทศ สัดส่วนรายได้จากการส่งออกคิดเป็น 20% เเละอีก 80% เป็นยอดขายในประเทศ

ด้วยรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ แปลกใหม่ ทำให้ชื่อของโก๋แก่โด่งดังไกลถึงต่างประเทศ

โดยเฉพาะในจีน เเม้โก๋เเก่จะมีจำหน่ายในประเทศจีนอยู่เเล้ว เเต่เมื่อชาวจีนมาเยือนไทยเมื่อไหร่ เป็นต้องได้เห็นซื้อติดไม้ติดมือกลับประเทศไปด้วยตลอด เเละโก๋เเก่ก็เป็นหนึ่งในขนมไทยที่ได้รับความนิยมสูงสุดบนเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซจีนอีกด้วย

เเละในสัดส่วนกว่า 50% ของการส่งออกของบริษัท มูลค่าประมาณ 200-300 ล้านบาท ปลายทางการส่งออกคือประเทศจีน เป็นแหล่งขุมทรัพย์สำคัญของบริษัท

เเต่เมื่อประสบโควิดจึงทำให้รายได้หด เเต่บริษัทเชื่อว่าในปี 2566 นี้ จะสามารถกลับมาเติบโตได้เท่า Pre-Covid อีกครั้ง

โดยในปีนี้จะเน้นออกรสชาติใหม่ที่ถูกปากเเต่ละภูมิภาคของจีนมากขึ้น ตลอดจนใช้คอนเทนต์ซีรีส์วายของไทยที่ดังในจีนเข้ามาช่วยขับเคลื่อนยอดขายในอีกทาง

การกลับมาของโก๋ช็อปรับดีมานด์ซื้อของฝาก การท่องเที่ยวหลังโควิด

โก๋ช็อป เคยเปิดให้บริการตามแหล่งท่องเที่ยว 12 สาขา ก่อนจะปิดไปหลายเเห่งช่วงโควิด-19 ซึ่งที่ผ่านมาขณะเปิดให้บริการ  มีกลุ่มลูกค้าหลัก คือ นักท่องเที่ยวจีน การกลับมาของตลาดจีนหลังโควิด จึงทำให้บริษัทเล็งกลับมาเปิดร้านอีกครั้ง รับดีมานด์หลังการท่องเที่ยวฟื้นตัว

ซึ่งนอกจากโมเดลโก๋ช็อปเเล้ว บริษัทยังมีฟู้ดทรักที่จะให้บริการตามสถานที่ต่าง ๆ ควบคู่ไปกับการออกบูธตามอาคารสำนักงาน  ตลอดจนร้าน “โก๋ นม ถั่ว” ที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ของบริษัท อาทิ ชานมไข่มุก ที่มีให้เลือกว่าจะใช้นมอัลมอนด์หรือว่านมถั่วลิสง และไอศกรีมแบบซันเด เป็นต้น อีกด้วย

อยู่ในมือทายาทรุ่นที่ 2 กับโจทย์ที่ท้าทายอีกขั้น

หลังจากรุ่นเเรกสร้างทุกอย่างไว้อย่างดี ก็เป็นหน้าที่ของรุ่นสองมารับช่วงต่อ ซึ่งลูกชายของคุณชูเกียรติทยอยเข้ามาช่วยงานครอบครัวตั้งเเต่ปี 2543

ประกอบด้วย คุณจุมภฎ รวยเจริญทรัพย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โรงงานแม่รวย จำกัด (ดูแลการบริหารภาพรวมทั้งหมด รวมถึงตลาดต่างประเทศ) เเละคุณกฤษดา รวยเจริญทรัพย์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท โรงงานแม่รวย จำกัด (ดูแลตลาดภายในประเทศ) เเละได้กลายมาเป็นกุญเเจดอกสำคัญที่ช่วยพลิกยอดขายจาก 600 ล้านบาท เพิ่มขึ้นได้เกินเท่าตัว จนกลายเป็นถั่วสองพันล้านได้

ก่อนจะตั้งความท้าทายครั้งใหม่ ด้วยการขับเคลื่อนสู่ระดับหมื่นล้านบาทให้ได้ภายใน 5-10 ปีข้างหน้า ​ซึ่งต้องสร้างการเติบโตต่อปีเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 15% ​

เเละตั้งเป้าสู่การเติบโตอีกขั้น คือ การยืนอยู่บนแท่น “ราชาแห่งถั่วของโลก” (King of Nuts Of The World)​ ​ โดยวางแนวทางยึดเอาจุดแข็งของสินค้าที่มีภาพลักษณ์เเข็งแกร่ง ขยันสร้างประสบการณ์แปลกใหม่ให้ผู้บริโภครู้สึกตื่นเต้น

อีกทั้งขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เพิ่มเติม ทั้งในกลุ่มถั่วเเละที่ไม่ใช่ถั่ว ควบคู่ไปกับการทำตลาดผ่านช่องทางที่หลากหลาย บุกตลาดต่างประเทศมากขึ้น เพื่อเพิ่มสัดส่วนการขายให้ได้มากกว่า 50% จากเดิมอยู่ที่ 20%

“โก๋แก่” ถั่วพันล้าน ในวันที่ฝันไกลถึงหมื่นล้าน

ผู้ก่อตั้ง คุณชูเกียรติ รวยเจริญทรัพย์
พ.ศ. ก่อตั้ง 2507 (2519 ถึงผลิตโก๋เเก่)
ชื่อบริษัท โรงงานเเม่รวย จำกัด
ชื่อเเบรนด์ก่อนโก๋แก่ -อะพอลโล

-กิ๊กก๊อก

รายได้/กำไร
2562 2,246/8 ลบ.
2563 1,990/7  ลบ.
2564 1,999/7  ลบ.
ผลิตภัณฑ์ปัจจุบัน -โก๋เเก่ถั่วลิสงเคลือบ

-ซิโก้ขาไก่

-เเครกเกอร์มันฝรั่งเนลี่

-ช็อกโก้บอล

ที่มา: กรมพัฒนาธุรกิจการค้า, kohkae

Marketeer ย้อนอ่านเพิ่มเติมได้ที่:  ขาย “ถั่ว” ยังไงให้ได้หลักสองพันล้าน เเล้วจะทำให้ได้หมื่นล้าน

อ้างอิง: กรมพัฒนาธุรกิจการค้า, kohkae, The Business, InsightTalk, kasikornresearch



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน