การวางแผนก่อเกิดการพัฒนา และนำไปสู่ความสำเร็จ นี่คือแนวทางที่ประเทศเล็กใช้ได้ผลบนเวทีโลกในด้านต่างๆ เเสมอมาเหมือนเรื่องราวของเบลเยียม 

แม้พื้นที่ของทั้งประเทศจะมีขนาดใกล้กับจังหวัดอุบลราชธานีของไทยและมีประชากรเพียง 11 ล้านคน แต่เบลเยียมคือประเทศ “เล็กพริกขี้หนู” ที่วางแผนได้ดีในหลายๆ ด้าน โดยในเรื่องฟุตบอล เคยไปไกลถึงขั้นคว้าอันดับ 3 มาแล้ว 

เบลเยียม คือ 1 ใน 13 ประเทศที่ได้ร่วมเตะฟุตบอลโลก 1930 ที่เป็นครั้งแรก โดยมีอุรุกวัย เป็นเจ้าภาพ แต่ทัวร์นาเมนต์ดังกล่าวของเบลเยียมจบลงแบบแทบไม่น่าจดจำ เพราะตกรอบแบ่งกลุ่ม 

ข้ามมาถึงฟุตบอลโลก 1986 ที่เม็กซิโกได้เป็นเจ้าภาพครั้งที่ 2 เบลเยียมได้ผ่านไปเตะฟุตบอลโลกเป็นครั้งที่ 7 โดยในทัวร์นาเมนต์นั้น เบลเยียมทำให้โลกได้รู้ว่า ประเทศเล็กประเทศนี้ไม่ได้มีดีแค่ช็อกโกแลตอีกต่อไป

ในทัวร์นาเมนต์นั้นแม้จบรอบแบ่งกลุ่มในอันดับที่ 3 แต่ เบลเยียม ก็ปลุกฟอร์มเก่งขึ้นมา ด้วยการเอาชนะโซเวียตในรอบ 16 ทีมสุดท้าย และยังดวลจุดโทษชนะ สเปนได้อีกในรอบ 8 ทีมสุดท้าย จนไปปิดฉากด้วยการคว้าอันดับ 4 มาได้ 

ถัดจากการสร้างชื่อในฟุตบอลโลก 1986 การผ่านไปเตะฟุตบอลโลกก็ไม่ใช่งานยากของเบลเยียมอีกแล้ว 

ทีมเจ้าของฉายา “ปีศาจแดงแห่งยุโรป” ด้วยสีแดงของชุดและสไตล์การเล่นที่ดุดัน เข้าไปเตะฟุตบอลโลกได้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ฟุตบอลโลก 1990 ถึง 2002 แม้ยังไปได้ไม่ไกลกว่ารอบก่อนรองชนะเลิศก็ตาม 

เบลเยียมกลับมาระเบิดฟอร์มได้อีกครั้งในฟุตบอลโลก 2018 และทำได้ดีกว่าฟุตบอลโลกช่วงยุค 80 เสียอีก 

ฟุตบอลโลก 2018 ทีมชาติเบลเยียมในยุคทองที่มี เอเดง อาซาร์, เควิน เดอ บรอย และ โรเมรู ลูกากู เป็นกำลังสำคัญ แสดงความสุดยอดให้เห็น ด้วยการคว้าแชมป์ในรอบแบ่งกลุ่ม ต่อด้วยชนะญี่ปุ่น ทีมตัวแทนทวีปเอเชียในรอบ 16 ทีมสุดท้าย 

แมตช์ที่เบลเยียม โชว์ฟอร์มได้ดีสุดสมฉายา “ปีศาจแดงแห่งยุโรป” คือการชนะแชมป์ 5 สมัยอย่างบราซิลด้วยสกอร์ 2-1 ในแมตช์รอบ 8 ทีมสุดท้าย ต่อด้วยการชนะ อังกฤษ ไป 2-0 คว้าอันดับ 3 มาได้ 

อย่างไรก็ตาม ในฟุตบอลโลก 2022 เบลเยียมถึงคราวตกต่ำ จบเส้นทางในสุดยอดทัวร์นาเมนต์วงการฟุตบอลซึ่งจัดในกาตาร์เป็นครั้งแรก ลงที่รอบแบ่งกลุ่มเท่านั้น 

ในฟุตบอลโลกครั้งนั้น เบลเยียมเตะไป 3 แมตช์ โดย ชนะ แพ้ และเสมอ อย่างละแมตช์ โดยแมตช์ที่น่าสนใจในสายตาแฟนฟุตบอลคือ แมตช์แพ้ โมร็อกโก ไป 0-2 

เพราะนอกจากเป็นการแพ้ให้กับทีมจากแอฟริกาของทีมอันดับ 3 จากฟุตบอลโลกครั้งก่อนหน้านั้น ซึ่งวงการฟุตบอลเบลเยียมควรหาทางแก้ไขแล้ว 

ต่อมาทีมที่ชนะอย่างโมร็อกโกยังฟอร์มดีวันดีคืน ชนะอีก 2 ทีมดังยุโรปอย่าง สเปน และโปรตุเกส ได้จนไปปิดท้ายด้วยการคว้าอันดับ 4 มาได้ ถือเป็นความสำเร็จสูงสุดของวงการฟุตบอลโมร็อกโกเลยทีเดียว 

ปี 2026 ฟุตบอลโลกเวียนมาถึงอีกครั้ง โดยเบลเยียม ผ่านเข้ามาเตะในทัวร์นาเมนต์ใหญ่สุดของวงการฟุตบอลได้อีกเป็นครั้งที่ 15 ในฐานะแชมป์กลุ่มเอฟโซนยุโรปจากรอบคัดเลือก

จากนั้นในรอบแบ่งกลุ่ม แม้เบลเยียมยังไม่กลับมา “เยี่ยมยอด”ได้ใน 2 แมตช์แรกกับอียิปต์ และ อิหร่าน ที่จบลงด้วยการเสมอกัน

แต่ก็สามารถกลับมาระเบิดฟอร์ม ถล่มนิวซีแลนด์ไป 5-1 ในแมตช์ปิดท้ายรอบนี้ พลิกแซงขึ้นมาเป็นแชมป์กลุ่มจีได้สำเร็จ 

นี่ทำให้เบลเยียม ได้ไปต่อ โดยในรอบ 32 ทีมสุดท้าย เมื่อ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา ชนะ เซเนกัล ไป 3-2 ทำให้จะไปเจอกับสหรัฐฯ ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย 6 กรกฎาคมนี้ / theguardian, wikipedia