จบรอบแบ่งกลุ่มไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งหนึ่งในทีมที่ทำผลงานได้ดี คือ โมร็อกโก เตะไป 3 แมตช์ ชนะ 2 แมตช์ เสมอ 1 แมตช์

แมตช์ที่จบลงด้วยการเสมอของโมร็อกโกคือแมตช์ที่เจอกับบราซิล ทีมชั้นนำของโลก โดยความน่าสนใจของโมร็อกโก ยังไม่หมดแค่นั้น เพราะนี่คือทีมแกร่งจากโซนแอฟริกาที่เคยคว้าอันดับ 4 ฟุตบอลโลกมาแล้ว
โมร็อกโก ผ่านไปเตะฟุตบอลโลกได้เป็นครั้งแรก ในฟุตบอลโลก 1970 ที่เม็กซิโกเป็นเจ้าภาพครั้งแรก แต่ก็ตกรอบแบ่งกลุ่ม แพ้ 2 แมตช์ เสมอ 1 แมตช์

ข้ามมาปี 1986 เม็กซิโกได้เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกอีกครั้ง และโมร็อกโก ก็ได้ผ่านไปเตะฟุตบอลโลกอีกครั้ง โดยครั้งนี้ทำผลงานได้ดีขึ้น เข้าไปเจอกับเยอรมนีตะวันตกในรอบ 16 ทีม และเป็นฝ่ายแพ้ไป
โมร็อกโก ผ่านไปเตะฟุตบอลโลกอีกในปี 1994 และ 1998 ซึ่งสหรัฐฯ และฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพตามลำดับ แต่ก็หยุดลงที่รอบแบ่งกลุ่มอีกเช่นเคย
พออีก 20 ปีต่อมาในฟุตบอลโลก 2018 แม้ โมร็อกโก ยังไปได้ไม่ไกลกว่ารอบแบ่งกลุ่ม แต่ก็สามารถกลับบ้านเกิดได้ด้วยความภาคภูมิใจ หลังยันเสมอสเปน แชมป์ฟุตบอลโลก 2010
ฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ เป็นเจ้าภาพคือครั้งแรกที่จัดในตะวันออกกลาง โดยโมร็อกโก ก็ผ่านไปเตะได้อีกครั้งในฐานะหนึ่งในตัวแทนจากโซนแอฟริกา
ฟุตบอลโลกครั้งนั้น โมร็อกโก ระเบิดฟอร์มสุดยอด ในรอบแบ่งกลุ่มชนะ เบลเยียม ต่อด้วยชนะ สเปน ด้วยการดวลจุดโทษ จากนั้น เฉือนชนะ โปรตุเกส 1-0 ในรอบก่อนรองชนะเลิศ
แม้แมตช์ต่อมาในรอบรองชนะเลิศ โมร็อกโก แพ้ไปเพราะสู้ความเหนือชั้นของฝรั่งเศส แชมป์ฟุตบอลโลก 2 สมัย ไม่ไหว ตามด้วยแพ้ทีมจากประเทศเล็กโซนยุโรปและมีดีกรีเป็นถึงรองแชมป์ฟุตบอลโลก 2018 อย่าง โครเอเชีย
แต่อันดับ 4 ฟุตบอลโลก 2022 ของโมร็อกโกก็น่าภาคภูมิใจ เพราะคืออันดับดีสุดของประเทศนี้บนเวทีลูกหนังโลก และเป็นการประกาศว่า นี่คือทีมแกร่งจากโซนแอฟริกาที่คู่แข่งไม่สามารถมองข้ามได้อีกต่อไป
หลังจากนั้น ฟอร์ม โมร็อกโก ก็ดีวันดีคืน โดย ต่อมาในปี 2025 ไปคว้าทั้งแชมป์ อาหรับคัพ และแชมป์ แอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์ แม้รายการหลังเป็นการได้แชมป์หลังจากได้มาจากเซเนกัลถูกริบแชมป์ก็ตาม
แม้ โมร็อกโก ยังแทบไม่เป็นที่รู้จักบนเวทีโลก ยกเว้น ในอุตสาหกรรมปุ๋ย และแวดวงเคมี ในฐานะแหล่งฟอสเฟต ใหญ่อันดับ 2 ของโลกรองจากจีน

แต่ในด้านฟุตบอล โมร็อกโก คือทีมระดับท็อป โดยฟุตบอลทีมชาย อยู่ในอันดับ 7 ของโลก ตามการจัดอันดับของฟีฟ่า
นอกจากผลงานระดับทวีปแล้ว ปัจจุบัน โมร็อกโก ยังเป็นทีม ที่ไม่แพ้ทีมใดเลยติดต่อกันนานที่สุดในโลกอีกด้วย
ด้วยการครองสถิติสูงสุด 39 แมตช์ แบ่งเป็นชนะ 32 แมตช์ เสมอ 7 แมตช์ ทำลายสถิติ 37 แมตช์ของอิตาลี และ 36 แมตช์ของ อาร์เจนตินา
นี่จึงทำให้ฟุตบอลโลก 2026 โมร็อกโก ไม่ใช่ทีมไม้ประดับเหมือนฟุตบอลโลก 1970 อีกต่อไป โดยพวกเขาผ่านเข้ามาในฐานะแชมป์กลุ่มอีของโซนแอฟริกา หลังชนะรวดทุกแมตช์
พอฟุตบอลโลก 2026 เปิดฉากขึ้น แม้นัดแรกโมร็อกโก เจอกับบราซิล ในรอบแบ่งกลุ่มของกลุ่ม ซี แต่พวกเขาก็ไม่หวั่น ทำให้แชมป์ฟุตบอลโลก 5 สมัย เล่นไม่ออก จบลงด้วยสกอร์ 0-0

ส่วนอีก 2 แมตช์ต่อมา ก็ชนะทั้งสกอตแลนด์ และเฮติ จนได้ผ่านสู่รอบ 32 ทีม ไปเจอกับ เนเธอร์แลนด์ และชนะไปได้ด้วยการดวลจุดโทษ
ส่วนฟุตบอลโลก 2030 โมร็อกโก จะได้ไปเตะฟุตบอลโลกเป็นครั้งที่ 8 ในฐานะเจ้าภาพ ร่วมกับ สเปน กับ โปรตุเกส
โดยมีอีก 3 ประเทศคือ อาร์เจนตินา ปารากวัย และอุรุกวัย ได้รับเกียรติให้ใช้สนามใน 3 แมตช์แรก ในวาระฉลองครบรอบ 100 ปีฟุตบอลโลก / theguardian, wikipedia
