สหรัฐฯ อาจเป็นประเทศอันดับต้นๆ ในหลายด้านของโซนอเมริกาเหนือ แต่หากกล่าวถึงวงการกีฬา โดยเฉพาะในเรื่องการเป็นเจ้าภาพจัดฟุตบอล เม็กซิโก คือประเทศที่โดดเด่นที่สุด 

เพราะนี่คือ “ประเทศแรก” ไม่ใช่แค่ระดับทวีป ที่ได้จัดฟุตบอลโลกก่อนหน้านี้มาแล้ว 2 ครั้ง แต่กำลังจะสร้างประวัติศาสตร์เป็นประเทศแรกในโลกที่ได้เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 3 สมัย

ย้อนไปในยุค 60 เม็กซิโก เป็นประเทศโซนอเมริกาเหนือที่โลกต้องหันมามอง เพราะ อดอลโฟ โลเปซ มาเตออส ประธานาธิบดีขณะนั้น ประสบความสำเร็จในการบริหารประเทศ 

อดอลโฟ โลเปซ มาเตออส ที่ต่อมาชาวเม็กซิกันจะยกย่องให้เป็นประธานาธิบดีคนสำคัญที่สุดในศตวรรษที่ 20 นำพาให้จีดีพีเม็กซิโกโตถึง 7%

ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมในประเทศก็โตด้วยตัวเลขเดียวกัน นี่ทำให้เขามุ่งมั่นพาประเทศปักธงบนเวทีโลกอีกขั้นด้วยการเป็นเจ้าภาพจัดโอลิมปิก

เป้าหมายดังกล่าวของเขาประสบความสำเร็จ โดย เม็กซิโก ได้เป็นเจ้าภาพจัดโอลิมปิกปี 1968 ซึ่งทำให้ อดอลโฟ โลเปซ มาเตออส ก็ไม่หยุดแค่นั้น นำมาสู่อีกหมุดหมายสำคัญในการเป็นเจ้าภาพทางการกีฬา 

อดอลโฟ โลเปซ มาเตออส สั่งให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องผลักดันให้เม็กซิโก ได้เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกในปี 1970 โครงการดังกล่าวเดินหน้าอย่างรวดเร็ว ผ่าน 3 ปัจจัยบวก 

ปัจจัยบวกข้อแรกคือ ความเชื่อมั่นในการเป็นเจ้าภาพมหกรรมกีฬา เพราะ เม็กซิโก เพิ่งประสบความสำเร็จในการเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกปี 1968 ขณะที่สนาม เอสตาดิโอ อัซเตกา ในโอลิมปิกครั้งนั้น ก็เป็นสนามกีฬาขนาดมหึมาที่สามารถรองรับผู้ชมได้มากเป็นหลักแสนคน 

ปัจจัยบวกข้อต่อมาคือ ศักยภาพทางเศรษฐกิจ เพราะในยุค 60 เศรษฐกิจของเม็กซิโก ขยายตัวอย่างมากจนได้ชื่อว่าเป็นยุค “ปาฏิหาริย์เม็กซิโก” ดังนั้นสาธารณูปโภคและการก่อสร้างต่างๆ จึงสามารถทำได้ไม่ติดขัด 

ส่วนปัจจัยบวกสุดท้าย คือ การทำงานอย่างหนักของ กิเยร์โม กาเญโด ประธานสหพันธ์ฟุตบอลเม็กซิโก ณ เวลานั้น 

เขาพยายามโน้มน้าวให้สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ให้โอกาสเม็กซิโก ได้เป็นเจ้าภาพ เพื่อให้ฟุตบอลโลกได้มาจัดในโซนอเมริกาเหนือบ้าง เพราะก่อนหน้านั้น จัดแต่ในประเทศแถบยุโรปและอเมริกาใต้

ที่สุดเม็กซิโก ก็ได้เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกปี 1970 โดยขณะที่เม็กซิโกได้โปรโมตประเทศครั้งใหญ่ ฟุตบอลโลกครั้งนั้น ยังมีอีกหลายอย่างน่าจดจำ 

เพราะฟุตบอลโลก 1970 เป็นครั้งแรกที่มีการถ่ายทอดสดไปทั่วโลกในแบบสี จึงมีการทำการตลาดของแบรนด์สินค้าต่างๆ กันอย่างคึกคัก 

ส่วนในด้านฟุตบอล นี่คือฟุตบอลโลกครั้งแรกที่มี การให้ใบเหลือง-ใบแดง เมื่อนักเตะทำผิดกติกา และการยิงลูกโทษ ขณะเดียวกัน เปเล่ ตำนานนักเตะของบราซิล ยังสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักเตะคนแรกในโลกที่คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 3 สมัยอีกด้วย 

ข้ามมาในยุค 80 เม็กซิโก ได้มีการเดินหน้าครั้งใหม่ เพื่อคว้าสิทธิ์ในการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกสมัยที่ 2 โดยความเป็นไปได้ก็มีเพิ่มขึ้นหลัง โคลอมเบีย ที่ได้รับเลือกไปแล้วขอถอนตัว เพราะเห็นว่า งบประมาณต่างๆ ที่ต้องใช้นั้นมากเกินไป 

จากนั้นทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องของเม็กซิโก ก็เดินหน้าอย่างเต็มกำลัง เพื่อพาฟุตบอลโลกให้กลับมาจัดที่ “แดนจังโก้” อีกครั้ง โดยมี เอมิลิโอ อัซการากา ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ เทเลวิซา เป็นกำลังหลัก 

ความพยายามทั้งหมดประสบผลสำเร็จ โดยเม็กซิโก ได้รับเลือกจากฟีฟ่าให้จัดฟุตบอลโลกปี 1986 ด้วยการเอาชนะทั้งแคนาดากับสหรัฐฯ แม้เกือบ 1 ปีก่อนหน้านั้นประเทศได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวก็ตาม 

ฟุตบอลโลกปี 1986 เป็นหนึ่งในมหกรรมกีฬาดังในยุค 80 พร้อมเหตุการณ์ที่ทั้งคอฟุตบอลและคนทั่วโลกยังคงกล่าวถึงในปัจจุบัน

นั่นคือจังหวะ “หัตถ์พระเจ้า” ที่ ดิเอโก มาราโดนา ตำนานนักเตะชาวอาร์เจนตินา ใช้มือปัดลูกฟุตบอล เข้าประตู ในเกมรอบก่อนรองชนะเลิศกับอังกฤษ และต่อมาเขาก็พาทีมชาติอาร์เจนตินา ไปคว้าแชมป์

จากนั้นเวลาก็ผ่านไปและล่วงมาถึงปี 2016 โดยขณะนั้นฟีฟ่า จำเป็นต้องปฏิรูปองค์กรครั้งใหญ่ หลังเผชิญกับเหตุอื้อฉาวจากการทุจริต แต่ก็ยังต้องหาทางเพิ่มรายได้องค์กร และทำให้ประเทศสมาชิกพึงพอใจ

จิอันนี อินฟานติโน ที่เพิ่งได้รับเลือกเป็นประธานฟีฟ่าคนใหม่ จึงเห็นว่า การให้ สหรัฐฯ แคนาดา และเม็กซิโก จัดฟุตบอลโลกร่วมกันในปี 2026 เป็นทางออกที่เหมาะสมที่สุด

นี่จึงทำให้ เม็กซิโก ได้เป็นประเทศแรกในโลกที่จะเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 3 สมัย ซึ่งหนึ่งในสนามที่เม็กซิโกจะใช้ในการจัดฟุตบอลโลกปี 2026 ก็คือสนาม เอสตาดิโอ อัซเตกา ที่เคยใช้ในฟุตบอลโลกปี 1970 

สนาม เอสตาดิโอ อัซเตกา ที่ได้รับการบูรณะปรับปรุง ระหว่างปี 2015-2019 จะเป็น “สังเวียนแข้ง” ในนัดที่เม็กซิโกพบกับแอฟริกาใต้ 11 มิถุนายนนี้ 

โดยแม้ความจุผู้ชมจะลดลงจากกว่าแสนคนมาเหลือประมาณ 80,000 คน แต่ก็สร้างประวัติศาสตร์เป็นสนามกีฬาแห่งแรกในโลกที่ได้จัดฟุตบอลโลกมาแล้วถึง 3 ครั้ง เช่นเดียวกับเม็กซิโก ที่ได้เป็นประเทศแรกในโลกที่จะเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 3 สมัย / espn, wikipedia, bbc