Trend / หนึ่งในเกณฑ์สร้างภาพจำหรือให้เป็นที่จดจำในเวทีโลกของแต่ละประเทศคือ อิงจากของขึ้นชื่อหรือสินค้าส่งออกสำคัญของประเทศ เช่น ที่ยุคหนึ่งเกาหลีใต้เคยเป็นที่จดจำจากกิมจิ และญี่ปุ่นยังคงเป็นที่จดจำจากเมนูปลาดิบ
สำหรับ เบลเยียม ก็เป็นที่จดจำจากเมนูดังเช่นกัน แต่ในรูปแบบที่ต่าง ๆ ออกไป เพราะช็อกโกแลตที่ทำให้เบลเยียมดังไปทั่วโลก และเป็นขนมที่คู่รักมอบให้กันในวันวาเลนไทน์นั้น วัตถุดิบหลักนำเข้ามาจากประเทศที่ห่างกันในอีกซีกโลกหนึ่ง
และยิ่งน่าสนใจขึ้นไปอีก เนื่องจากนี่คือผลผลิตจากภูมิปัญญาของคนในประเทศเล็กที่มีประชากรเพียงราว 11 ล้านคน และที่มายังสืบย้อนไปได้ไกลหลายร้อยปี ตั้งแต่ที่เบลเยียมยังเป็นดินแดนในปกครองของอดีตมหาอำนาจโลกอีกด้วย

ช็อกโกแลต เข้ามาในเบลเยียมครั้งแรกในปี 1635 ผ่านการนำเข้ามาของสเปน ที่ปกครองเบลเยียมอยู่ขณะนั้น ซึ่งสเปนก็ไปเอามาจากการไปสำรวจดินแดนแถบอเมริกาเหนือต่อเนื่องไปจนอเมริกาใต้ ซึ่ง ณ ขณะนั้นยังเรียกว่าเมโซอเมริกา อีกต่อหนึ่ง
หลังพระนักบวชและเจ้าอาวาสโบสถ์คริสต์ในเมืองเกนต์ไปเห็นจากพ่อค้าและนักสำรวจชาวสเปนก็สนใจ จึงไปซื้อมามอบเป็นของขวัญจนเริ่มเป็นรู้จักในเบลเยียม โดยหลังจากนั้นช็อกโกแลตถูกนำไปทำช็อกโกแลตในหมู่ชนชั้นสูง จึงยังคงมีราคาแพง และยังไม่กระจายไปถึงคนทั่วไป
จุดเปลี่ยนของช็อกโกแลตในเบลเยียม มาถึงในปี 1908 หลังเบลเยียมยึดคองโกเป็นอาณานิคมในแอฟริกา โดยจากการที่คองโกเป็นแหล่งเพาะปลูกโกโก้ จึงทำให้เบลเยียมเข้าถึงแหล่งวัตถุดิบสำคัญของการทำช็อกโกแลต ได้มากกว่าประเทศอื่น ๆ ในยุโรป และวงการช็อกโกแลตของเบลเยียมก็เริ่มเติบโต
ต่อมาในปี 1912 -1913 ฌอง นอยเฮาส์ ชาวสวิสที่ย้ายมาอยู่เบลเยียมคิดค้นถั่วเคลือบช็อกโกแลตสอดไส้ครีมขึ้นและต่อมาภรรยาทำแพ็กเกจหรูจนเป็นต้นแบบการขายไปทั่วโลก โดยนี่ถือเป็นอีกหมุดหมายสำคัญและรากฐานให้วงการช็อกโกแลตเบลเยียม

จากนั้นวงการช็อกโกแลตเบลเยียมก็เติบโตต่อเนื่องจนเป็นระดับอุตสาหกรรม และมีบริษัทกับร้านช็อกโกแลตผุดขึ้นมากมายทั่วประเทศ จนในปี 1960 ตัวเลขส่งออกช็อกโกแลตเบลเยียมแซงตัวเลขนำเข้า ช็อกโกแลตเบลเยียมจึงเริ่มเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก
จากนั้นนอกจากกลายเป็นสินค้าส่งออกสำคัญแล้ว และเบลเยียมรู้จักไปทั่วโลก ควบคู่ไปกับการ์ตูน Tintin และ Smurfs ช็อกโกแลตเบลเยียมก็กลายเป็นของฝากที่นักท่องเที่ยวต่างชาติต้องซื้อไปฝากคนที่บ้านเมื่อมาเบลเยียม เพราะด้วยสัดส่วนเนยโกโก้ของช็อกโกแลตเบลเยียมที่สูงกว่าช็อกโกแลตประเทศอื่น ๆ ทำให้ใครที่ได้ชิมก็ต้องติดใจ
นี่ทำให้นอกจากร้านช็อกโกแลตส่วนใหญ่ในเบลเยียมจะเต็มไปด้วยชาวต่างชาติที่อยากซื้อไปฝากคนที่บ้านแล้ว และแบรนด์ช็อกโกแลตดัง ๆ อย่าง Godiva, Cote d’Or และ Callebaut ก็ล้วนเป็นแบรนด์เบลเยียมแล้ว ยังสนามบินในกรุงบรัสเซลส์ เป็นอีกแหล่งซื้อช็อกโกแลตเบลเยียมที่สำคัญของนักท่องเที่ยวต่างชาติอีกด้วย
ท่ามกลางข้อมูลว่าในแต่ละปีสนามบินแห่งนี้ขายช็อกโกแลตเป็นน้ำหนักรวมมากถึง 800 ตัน
ข้ามมาถึงปี 2016 ช็อกโกแลตก็ทวีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของเบลเยียม โดยมีข้อมูลในปีนั้นระบุว่า 13% ของผลิตภัณฑ์มวลรวม (จีดีพี) เบลเยียมมาจากช็อกโกแลต และ 13% คนวัยทำงานทั้งประเทศอยู่ในธุรกิจช็อกโกแลต
อย่างไรก็ตาม ปี 2025 แม้ยอดขายช็อกโกแลตในเบลเยียมในวันวาเลนไทน์ยังค่อนข้างคึกคักกว่าวันอื่น ๆ แต่กำไรอาจไม่สูงเหมือนปีก่อน ๆ ซ้ำร้ายอาจต้องเพิ่มราคาขายช็อกโกแลต จนยอดขายลดลง

เพราะราคาเมล็ดโกโก้ในตลาดโลกสูงถึงตันละ 10,000 ดอลลาร์ (ราว 336,000 บาท) ถือว่าสูงสุดในรอบ 50 ปี หลังผลผลิตโกโก้ในตลาดโลกน้อย จากภาวะโลกร้อนและโรคพืช/brusselstimes, brusselsexpress, wikipedia, japantoday, ap, belgiansmaak
–
