ถ้าพูดถึงย่าน “สยาม” หลายคนนึกถึงห้างสรรพสินค้า คนหนาแน่น วัยรุ่น และทำเลที่แพงที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ
แต่หลายคนอาจไม่รู้ว่า วันนี้ใจกลางสยามกำลังมีอีกธุรกิจหนึ่งเติบโตขึ้นมา
คือ “ธุรกิจโรงเรียน”
ไม่ใช่โรงเรียนใหญ่โต ไม่ได้มีสนามกว้างอยู่หน้าโรงเรียน แต่มีตัวตนจริง และมีผู้ปกครองส่งลูกมาเรียนจริงๆ
เริ่มจากที่แรก คือ “The Newton Sixth Form School”
เป็นโรงเรียนนานาชาติที่เปิดสอนตั้งแต่ระดับประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย (ป.1–ม.6)
ใช้หลักสูตรอังกฤษ ซึ่งเป็นหนึ่งในหลักสูตรที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในกลุ่มโรงเรียนนานาชาติทั่วโลก และเป็นหลักสูตรที่โรงเรียนนานาชาติในประเทศไทยจำนวนมากเลือกใช้
ค่าเทอมเริ่มต้นประมาณ 300,000 บาทต่อปี
อยู่ภายใต้การบริหารของ บริษัท เดอะ นิวตัน จำกัด ก่อตั้งโดยผู้บริหารสถาบันกวดวิชา Enconcept
ครูใหญ่ก็คือ ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์
เป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และเป็นผู้คร่ำหวอดอยู่ในแวดวงการศึกษามาเป็นเวลานาน
Newton มีปรัชญาที่จะพัฒนา “ผู้นำในอนาคต” คล้ายกับปรัชญาของ Eton College โรงเรียนประจำชื่อดังของอังกฤษ
ห่างออกไปไม่กี่ร้อยเมตร บนอาคาร MBK Tower มีโรงเรียนนานาชาติอยู่อีกแห่งเช่นกัน
คือ Crest School โรงเรียนมัธยมปลาย (ม.4–ม.6) หลักสูตรนานาชาติ
มีจุดขายสำคัญคือหลักสูตร Dual Diploma ได้รับวุฒิการศึกษาทั้งของประเทศไทยและออสเตรเลีย
โรงเรียนนี้อยู่ภายใต้การดูแลของ LEARN Corporation ซึ่งเป็นบริษัทที่อยู่ในธุรกิจการศึกษามาก่อนแล้ว
หลายคนอาจรู้จักชื่อ OnDemand สถาบันกวดวิชาชื่อดัง ก็เป็นธุรกิจของ LEARN
Crest ไม่ได้วางตัวเองเป็นโรงเรียนที่เน้นวิชาการเพียงอย่างเดียว
แต่เป็นหลักสูตรที่โยงกับเส้นทางอาชีพในอนาคตได้เลย มีให้เลือก 4 สาย ได้แก่ แพทยศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ ธุรกิจ และสังคมศาสตร์
พร้อมระบบเตรียมสอบ การสร้างพอร์ตฟอลิโอ และการวางแผนเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำทั้งในไทยและต่างประเทศตั้งแต่เนิ่นๆ
ค่าเทอมเริ่มต้นประมาณ 350,000 บาทต่อปี
ขณะเดียวกัน LEARN Corporation ยังมีอีกโรงเรียน ชื่อว่า Mastery School
โรงเรียนหลักสูตรไทยที่เปิดสอนระดับ ม.4-ม.6 เช่นกัน
แต่เน้นความเข้มข้นทางวิชาการมากกว่า
ออกแบบมาเพื่อกลุ่มนักเรียนที่มีเป้าหมายชัดเจนเรื่องการสอบเข้ามหาวิทยาลัย
ค่าเทอมเริ่มต้นประมาณ 200,000 บาทต่อปี
คำถามที่หลายคนอาจสงสัย คือ โรงเรียนสามารถมาอยู่บนห้างกลางเมืองได้อย่างไร?
เพราะภาพจำของคนไทยคือโรงเรียนต้องมีสนามฟุตบอล มีลานกิจกรรม และมีพื้นที่ขนาดใหญ่
แต่โรงเรียนดังกล่าวที่อยู่ในข้างต้นก็สามารถเปิดให้บริการได้เหมือนกันหากผ่านเรื่องของการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการ
และยังต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกและพื้นที่นัทนาการให้เด็กนักเรียน
Newton มีห้องสมุด พื้นที่นันทนาการ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ อยู่คนละชั้นกับชั้นเรียน
ขณะที่ Crest และ Mastery อยู่ในตึก MBK มีพื้นที่ให้เล่นกีฬาอยู่ที่โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส
ทำให้โมเดลโรงเรียนแนว Vertical School หรือโรงเรียนบนอาคารสูง สามารถเกิดขึ้นได้ในพื้นที่ใจกลางเมือง
และหากดูเรื่องของการทำธุรกิจ จะพบว่ามีสิ่งที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย
Newton และ LEARN อยู่ในธุรกิจการศึกษาอยู่แล้ว ย่อมรู้ว่าเด็กนักเรียนและผู้ปกครองต้องการอะไร จึงปรับธุรกิจมาเปิดเป็นโรงเรียนเปิดสอนตามปกติบ้าง
การใช้พื้นที่ของห้างก็ทำให้เจ้าของไม่ต้องลงทุนหาที่ดินเพื่อสร้างตึกและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ
และการตั้งอยู่บนห้างใจกลางเมืองก็ยังตอบโจทย์กลุ่มผู้ปกครองที่เป็นกลุ่มคนทำงาน หรือกลุ่มคนต่างชาติที่ใช้ชีวิตหรือทำงานอยู่ใจกลางเมือง สามารถไปรับส่งลูกได้ง่าย หรือไปกลับพร้อมกันได้เลย
ถ้ามองในตัวเลข ธุรกิจการศึกษา โดยเฉพาะกลุ่มโรงเรียนทางเลือกและโรงเรียนนานาชาติ เป็นกลุ่มที่กำไรสูงมาก
ลองดูตัวเลขจาก SISB เป็นโรงเรียนนานาชาติที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ในปี 2568 มีอัตรากำไรสุทธิประมาณ 37%
หมายความว่า รายได้ 1,000,000 บาท จะได้กำไร 370,000 บาท
หากดูที่ค่าเทอม ก็พบว่า เริ่มต้นที่ปีละ 200,000-300,000 บาท ถือว่าไม่ได้แพงมากเมื่อเทียบกับโรงเรียนนานาชาติทั่วไปที่อาจมีบางแห่งทะลุถึงปีละหลักล้านบาท
การตั้งโรงเรียนอยู่บนห้างอาจดูเป็นการทำธุรกิจที่แปลก ขัดแย้งกับภาพจำที่เด็กนักเรียนต้องอยู่โรงเรียน มีตึกเรียน มีพื้นที่วิ่งเล่นหรือทำกิจกรรมต่างๆ
แต่หากเข้าใจว่าปัญหาของลูกค้าคืออะไร อะไรที่โรงเรียนแบบปกติยังไม่มี และจะเข้ามาตอบโจทย์เรื่องนี้ได้อย่างไร ก็สามารถทำให้โรงเรียนที่อยู่บนห้างเกิดขึ้นจริงและมีคนส่งลูกหลานเข้ามาเรียนจริงได้
