ย้อนกลับไปช่วงหลายปีที่ผ่านมา ปัญหาใหญ่ที่ทำให้ใครหลายคนยังลังเลกับการย้ายค่ายมาใช้ “สมาร์ทโฟนจอพับ” มักไม่ใช่เรื่องของนวัตกรรม เพราะทุกคนรู้อยู่แล้วว่าพับได้ แต่ปัญหาจริง ๆ คือ “ความคล่องตัวในชีวิตประจำวัน” ต่างหาก

เครื่องหนาไปไหม ถือถ่ายรูปนาน ๆ แล้วปวดมือหรือเปล่า หรือจอด้านนอกที่ยาวแคบจนไม่สามารถพิมพ์ตอบแชตได้

ล่าสุด Samsung ปี 2026 เลือกตอบโจทย์นี้ด้วยการเปลี่ยนวิธีคิดการตลาดครั้งใหญ่ จากเดิมที่พยายามโน้มน้าวให้คนใช้สมาร์ทโฟนทรงปกติยอมเปลี่ยนมาใช้จอพับ ปรับมาเป็นการเสนอทางเลือกใหม่ว่า “แล้วพับแบบไหนล่ะ ที่เหมาะกับคุณจริงๆ” พร้อมเดินหน้าเป้าหมายพาตระกูล Z Series ก้าวสู่การเป็น Premium Mainstream หรือสมาร์ทโฟนมาตรฐานใหม่ของตลาดพรีเมียม ด้วยการซอยไลน์อัปออกมาเป็น 3 ไซส์ 3 คาแรกเตอร์ชัดเจน

ถอดรหัส 3 ไซส์ ซอยเซกเมนต์อุดจุดขายให้ตรง Gen

รอบนี้ Samsung ทำการบ้านเรื่องพฤติกรรมผู้บริโภคมาอย่างหนัก ด้วยการแบ่งไลน์อัปให้ตอบโจทย์คน 3 กลุ่มชัดเจน:

  1. Galaxy Z Fold8 Ultra (พี่ใหญ่สาย Productivity) วางตัวเป็นไอเท็มคู่ใจ Gen X, ผู้บริหาร หรือเจ้าของธุรกิจ ที่เน้นเรื่องภาพลักษณ์และความคุ้มค่าในการทำงาน รันหลายแอปพร้อมกัน บนหน้าจอใหญ่สะใจ 8 นิ้ว มาแทนที่การพกแท็บเล็ต
  2. Galaxy Z Fold8 (ไซส์ใหม่สาย Discovery) เจาะกลุ่ม Gen Y สายลองของใหม่ ที่อยากได้จอพับแต่ไม่อยากได้ความเทอะทะ รื้อสัดส่วนหน้าจอใหม่ทั้งหมดให้จับถนัดมือ และเบาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
  3. Galaxy Z Flip8 (น้องเล็กสาย Expression) ตลับแป้งสายแฟชั่นสำหรับ Gen Z เน้นความพกพาสบาย สะท้อนตัวตน ตกแต่งจอด้านนอกได้สนุก และเน้นเรื่องการถ่ายภาพ วิดีโอลงโซเชียล

 

สรุปความเปลี่ยนแปลงรายรุ่น บางลง เบาขึ้น และใช้งานได้จริง

1.Galaxy Z Fold8 Ultra: บางลงเหลือ 4.1 มม. พร้อมกล้อง 200MP

  • ปรับความบางลง: ตัวเครื่องบางลงเหลือเพียง 4.1 มิลลิเมตร พร้อมปรับดีไซน์บานพับเป็นแบบ Magnetic Hinge
  • โครงสร้าง Flex Titanium: เสริมไทเทเนียม 2 ชั้น ช่วยเพิ่มความแข็งแรง รับแรงกระแทกได้ดีขึ้น และช่วยลดรอยพับกลางจอให้เนียนตาขึ้น
  • ชุดกล้องระดับเรือธง: ให้กล้องมา 3 ตัว (เลนส์หลัก 200MP + Ultra Wide 50MP + Telephoto 10MP) รองรับการถ่ายวิดีโอสูงสุด 8K
  • สเปกภายใน: ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Snapdragon® 8 Elite Gen 5 for Galaxy, แบตเตอรี่ 5,000 mAh (ชาร์จไว 45W) และดันความสว่างหน้าจอได้สูงสุด 3,000 nits พร้อมลดแสงสะท้อน

2.Galaxy Z Fold8: รื้อสัดส่วนใหม่ เบาลงเหลือ 201 กรัม

  • ปรับสัดส่วนหน้าจอ: จอด้านนอกขนาด 5.5 นิ้ว (สัดส่วน 10:16) ปรับให้กว้างขึ้น ละทิ้งทรงยาวแคบแบบเดิม พิมพ์ตอบแชตด้วยมือเดียวสบาย ส่วนจอในขนาด 7.6 นิ้ว (สัดส่วน 4:3) ก็ดูวิดีโอ เล่นเกม หรืออ่าน Article ได้เต็มตา
  • เบาที่สุดในตระกูล Fold: ทำน้ำหนักลงมาเหลือเพียง 201 กรัม ถือไถฟีดโซเชียลนาน ๆ ได้ไม่เมื่อยมือ
  • AI ช่วยตัดต่อ: เอาใจสายคอนเทนต์ แค่ถ่ายวิดีโอกว้าง ๆ ทิ้งไว้ AI จะช่วยตรวจจับหน้าคน แพนกล้องตาม และตัดต่อจัดเฟรมให้อัตโนมัติ พร้อมเอาไปโพสต์ลง Reel หรือ TikTok ได้ทันทีโดยไม่ต้องเข้าแอปตัดต่อเพิ่ม
  • Multitasking: รองรับการเปิด 3 แอปพร้อมกันในแนวตั้ง (Vertical Split Screen) ขยายหรือบีบขนาดหน้าต่างแอปได้ตามใจชอบ

3.Galaxy Z Flip8: บาง-เบาที่สุด นิ่งขึ้นด้วย AI

  • ดีไซน์ตลับแป้ง: บางเพียง 6.1 มิลลิเมตร และเบาที่สุดเพียง 180 กรัม มาพร้อมสีชมพูใหม่
  • AI Super Steady: เพิ่มระบบ Horizontal Lock ล็อกระดับพื้นหลังให้นิ่ง ถ่ายวิดีโอสายลุยหรือสเก็ตบอร์ดได้นิ่งสนิท
  • ลูกเล่น Flip Shot: ใส่ภาพ GIF หรือรูปคัสตอมบนจอนอกขณะถ่ายวิดีโอได้ เหมาะสำหรับทำ Cover Selfie หรือตั้งถ่ายรูปคู่กับศิลปินคนโปรด
  • ขุมพลังใหม่: ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Exynos 2600

 

ราคา ตัวเลือกสี และการวางจำหน่ายในไทย

โทนสี

  • Fold8 Ultra: สี Violet Shadow (ม่วงเข้ม) / สีพิเศษออนไลน์: Green Shadow (เขียวเข้ม)
  • Fold8: สี Lavender (ม่วงอ่อน) / สีพิเศษออนไลน์: Pistachio (เขียวอ่อน)
  • Flip8: สี Pink (ชมพู) / สีพิเศษออนไลน์: Mint (เขียวน่ารัก)

ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

  • Galaxy Z Flip8 (12/512GB): เริ่มต้น 42,900 บาท
  • Galaxy Z Fold8 (12/256GB): เริ่มต้น 61,900 บาท (รุ่น 12/512GB ราคา 69,900 บาท / รุ่น 16/1TB ราคา 85,900 บาท)
  • Galaxy Z Fold8 Ultra (12/512GB): เริ่มต้น 69,900 บาท (และมีรุ่นความจุสูงสุด 16GB/1TB)