ถ้าถามแฟนด้อมเกาหลีหรือคอคอนเสิร์ตในไทย ประโยคเด็ดอย่าง “เพราะรักศิลปินหรอกถึงยอมฝ่าฝน ฝ่าแดด มาราชมังฯ” คงเป็นเรื่องที่เข้าใจกันดีที่สุด
ราชมังคลากีฬาสถานถูกใช้เป็นสถานที่จัดคอนเสิร์ตมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน อย่างปีที่แล้วราชมังฯ ใช้เป็นสถานที่จัดคอนเสิร์ตใหญ่ไปถึง 9 งานด้วยกัน แต่ทุกครั้งเวลาที่มีการจัดงานก็มักจะได้ยินเสียงบ่นระงมทุกครั้ง ทั้งเรื่องการเดินทางที่แสนลำบาก รถติดสาหัส ห้องน้ำไม่เพียงพอ แดดร้อนจัด หรือฝนตกกระหน่ำ แถมด้วยโครงสร้างสเตเดียมที่ทำให้การมองเห็นศิลปินจากบนอัฒจันทร์นั้นไกลจนตัวเท่ามด
หากลองเทียบกับ Impact Arena (อิมแพ็ค อารีนา) เมืองทองธานี ซึ่งถูกใช้เป็นสถานที่จัดงานบ่อยพอๆ กันถือว่าเอื้ออำนวยกว่าในหลายมิติ ทั้งการเดินทางที่สามารถนั่ง BTS ไปลงถึงที่ได้เลย มีห้องน้ำ ร้านอาหารครบครัน รวมถึงในฮอลล์เองก็ติดแอร์เย็นฉ่ำ ต่อให้ข้างนอกฟ้าจะถล่มแผ่นดินทลาย โชว์ก็ยังดำเนินไปได้อย่างราบรื่น
แล้วทำไมสนามเปิดประทุนอายุเกือบ 40 ปีที่เดินทางยากลำบากอย่าง ‘ราชมังฯ’ ถึงยังขายได้ และยังเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งของคอนเสิร์ตระดับสเตเดียม?
ตัวเลขความจุที่ต่างกันเกือบ 4 เท่า
ถึงแม้อิมแพ็ค อารีนาจะสะดวกสบายมากแค่ไหน แต่ด้วยโครงสร้างฮอลล์ปิดที่สามารถรองรับผู้เข้าชมได้เพียง 12,000 ที่นั่ง หรือหากรวมจำนวนบัตรยืนเข้าไปด้วย จะสามารถรองรับผู้ชมได้ประมาณ 14,000 คน ก็ยังค่อนข้างเล็กเกินไปสำหรับศิลปินที่มีฐานแฟนคลับมหาศาล
ขณะที่ราชมังคลากีฬาสถานซึ่งเป็นสนามกีฬาขนาดใหญ่ สามารถรองรับผู้ชมได้สูงถึง 51,560 ที่นั่งเรียกได้ว่ามากกว่าอิมแพ็คเกือบ 4 เท่า เป็นสเกลที่สามารถรองรับพลังความรักของแฟนคลับที่มีต่อศิลปินได้มากกว่า
เสน่ห์ของสนามเปิดประทุนคือ สาด Production ได้เต็มที่
เสน่ห์ของสนามเปิดประทุน (Open-Air) คือการเปิดโอกาสให้ผู้จัดสาดโปรดักชัน แสง สี เสียง รวมถึงการจุดพลุอลังการขึ้นสู่ท้องฟ้าได้อย่างเต็มที่
และเมื่อร่วมกับสามารถในการจุคนมหาศาลนี้เอง ราชมังฯ จึงทำงานกับความรู้สึกของทั้งศิลปินและแฟนคลับได้อย่างดี เพราะบรรยากาศที่ยิ่งใหญ่ทำให้ภาพที่ออกมาน่าประทับใจ และทำให้แฟนคลับรู้สึกตื้นตันและภูมิใจว่า ศิลปินที่พวกเขารักกำลังประสบความสำเร็จไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว เพราะสามารถจัดงานในสถานที่ที่จุคนได้มากมายขนาดนี้
นอกจากนี้ เราจะเห็นโมเมนต์ประวัติศาสตร์ ที่กลายเป็นตำนานชวนขนลุกหลายอย่างในงานแสดงที่ราชมังฯ เช่น
การออกมาเต้นกลางสายฝนของหนุ่มๆ NCT Dream ในคอนเสิร์ต 2025 NCT DREAM TOUR <THE DREAM SHOW 4 : DREAM THE FUTURE> ที่กลายเป็นความทรงจำร่วมกันระหว่างแฟนคลับและศิลปินอันเป็นที่รัก
หรือ COCKTAIL EVER LIVE คอนเสิร์ตใหญ่ครั้งสุดท้ายเต็มรูปแบบของวง COCKTAIL ก่อนจะยุติบทบาทวงลง ซึ่งแสง สี เสียง พลุที่จัดเต็มภายในงานกลายเป็นหนึ่งในคอนเสิร์ตที่โปรดักชันตระการตาซึ่งสร้างความประทับใจให้กับภาพที่ออกมาเป็นอย่างมาก
และล่าสุดก็กำลังจะมีคอนเสิร์ต BTS WORLD TOUR ‘ARIRANG’ IN BANGKOK ที่จะจัดขึ้นที่ราชมังคลากีฬาสถานเช่นกัน ซึ่งก็ตอกย้ำว่าราชมังฯ ยังเป็นหมุดหมายที่ศิลปินระดับโลกเลือกมอง
แม้ราชมังคลากีฬาสถานจะเป็นตัวเลือกแรกๆ ของผู้จัดงาน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าที่นี่ยังมีข้อจำกัดหลายด้านที่ทำให้ไม่สะดวกสำหรับจัดคอนเสิร์ตมากนัก
หากมองไปที่ ‘โตเกียว โดม’ (Tokyo Dome) ในญี่ปุ่นซึ่งเป็นสนามกีฬาเหมือนกัน แต่มีอะไรต่างจากราชมังฯ ที่ทำให้รองรับได้ทั้งการแข่งกีฬาและการจัดคอนเสิร์ตขนาดใหญ่
ตั้งแต่ที่เปิดใช้งานในปี 1988 โตเกียว โดม ถูกออกแบบให้เป็นสนามกีฬาอเนกประสงค์ (multi-purpose stadium) คือต้องใช้งานได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นแข่งกีฬา จัดคอนเสิร์ต หรือจัดนิทรรศการต่างๆ
การออกแบบหลายอย่างจึงเป็นมิตรต่อการเป็นสถานที่จัดงาน โดยสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเดินทาง เพราะโตเกียว โดมล้อมรอบไปด้วยรถไฟทั้งหมด 4 สถานีด้วยกัน โดยทุกสถานีห่างจากโตเกียว โดมแค่ประมาณ 1-5 นาทีเท่านั้น ถ้าคอนเสิร์ตเลิกดึกก็สามารถกลับบ้านได้สบายๆ
นอกจากนี้ยังไม่รวมถึงการออกแบบอื่นๆ เช่น หลังคาที่ออกแบบให้เป็นระบบหลังคาโดมเป่าลม (Air-Supported Dome) ทำให้เป็นสนามกีฬาในร่มที่ไม่มีเสาคานไว้กลางสเตเดียม เมื่อเป็นเช่นนี้ หากต้องการจัดคอนเสิร์ตก็เหมาะสมเพราะสามารถเห็นเวทีได้ 100% โดยไม่มีจุดบอด หรือ การออกแบบเพื่อลดเสียงสะท้อน, ผังของโตเกียว โดมที่สามารถระบายคนออกได้ในระยะเวลาอันสั้น หรืออัฒจันทร์ที่สามารถพับเก็บเพื่อเพิ่มพื้นที่ได้หากไม่มีการแข่งกีฬา
เรียกได้ว่าโตเกียว โดมได้รับการออกแบบและวางแผนมาอย่างดี ว่าจะสามารถเป็นสนามอเนกประสงค์ที่จะแข่งกีฬาก็ได้ หรือจะจัดคอนเสิร์ตก็ดีไม่แพ้กัน
แต่เมื่อมองกลับมาที่ราชมังฯ ต้องยอมรับว่า แต่เดิมราชมังฯ ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อรองรับงานแสดงดนตรีสเกลยักษ์อย่างที่เป็นในปัจจุบัน
แต่ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นสนามกีฬากลางแจ้งเป็นหลัก ดังนั้นจึง ไม่มีหลังคาปิดเมื่อต้องจัดคอนเสิร์ตกลางสายฝน ทั้งยังไม่มีรถไฟฟ้าที่สามารถส่งคนจำนวนมากไปถึงได้โดยตรง
ถึงแม้ว่าในอนาคตการเดินทางก็อาจง่ายขึ้นเพราะกำลังจะมีรถไฟฟ้าสายสีส้ม (MRT) ที่สามารถนั่งมาลงที่สถานีราชมังคลาได้ แต่ก็ยังน่าตั้งคำถามว่า ราชมังฯ ยังคงเป็นสนามกีฬาที่เหมาะแก่การจัดคอนเสิร์ตจริงหรือไม่ หรือจริงๆ แล้ว ประเทศไทยจำเป็นต้องมี Indoor Stadium ขนาดใหญ่ยักษ์ระดับ 30,000- 40,000 ที่นั่ง ที่ติดแอร์ฉ่ำๆ เดินทางสะดวก และออกแบบมาเพื่อการแสดงดนตรีโดยเฉพาะ เพื่อที่ในอนาคต แฟนคลับและศิลปินจะได้ร่วมสร้างโมเมนต์ประวัติศาสตร์ด้วยกัน โดยไม่ต้องลำบากมากนัก
