ถ้าใครได้ไปเดิน Daiso ที่เกาหลีช่วงนี้ จะสังเกตได้เลยว่าโซนเครื่องสำอางมีขนาดใหญ่ขึ้น และมีแบรนด์ให้เลือกหลากหลายกว่าเดิมมาก ซึ่งสอดคล้องกับยอดขายหมวดเครื่องสำอางของ Daiso ที่เติบโตแบบก้าวกระโดดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
ข้อมูลจาก Embrain Purchase Deep Data ระบุว่า ยอดขายสินค้าความงามใน Daiso กำลังเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถ้านับจากเดือนมีนาคม 2026 มูลค่าการซื้อสินค้าความงามในไดโซะย้อนกลับไปช่วง 12 เดือน อยู่ที่ 361,960 ล้านวอน (ประมาณ 8,700 ล้านบาท) ซึ่งเพิ่มขึ้น 39.6% จากปีก่อนที่มีมูลค่า 259,240 ล้านวอน (ประมาณ 6,220 ล้านบาท)
หนึ่งในแบรนด์เครื่องสำอางที่น่าสนใจคือ แบรนด์ ‘ZOOM by JUNG SAEM MOOL’ แบรนด์น้องใหม่ในเครือ JUNG SAEM MOOL เคาน์เตอร์แบรนด์ที่ได้ฉายาว่าเป็น ‘ตัวแม่แห่งงานผิว’
JUNG SAEM MOOL เป็นแบรนด์เครื่องสำอางเกาหลีระดับพรีเมียมที่มีจุดแข็งคือเมคอัพงานผิวที่เป็นธรรมชาติ ก่อตั้งโดย Jung Saem Mool (จองแซมมุล) เมกอัปอาร์ติสต์ชื่อดังของเกาหลีใต้ในปี 2015 ทั้งยังเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกแนวคิด ‘Transparent Makeup’ หรือการแต่งหน้าแบบบางเบาโชว์ผิวที่มีอิทธิพลต่อเทรนด์ K-Beauty ในปัจจุบัน
เมื่อต้นปีที่ผ่านมา แบรนด์ใหญ่อย่าง JUNG SAEM MOOL ได้เปิดตัวแบรนด์ ZOOM ซึ่งมีวางขายแค่ใน Daiso ที่เกาหลีเท่านั้น หลังจากเปิดตัวไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมาก็ฮิตเป็นกระแสจนถ้าใครไปเที่ยวที่เกาหลี ต่างก็ต้องไปหิ้วกลับมากันยกใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นคุชชั่น ไพร์เมอร์ หรือแม้แต่สเปรย์เซ็ตติ้ง
คำถามที่น่าสนใจคือ ในเมื่อแบรนด์แม่อย่าง JUNG SAEM MOOL ก็แข็งแกร่งและน่าเชื่อถืออยู่แล้ว ทำไมถึงมาจับมือกับร้านสินค้าราคาประหยัดอย่าง Daiso ด้วย ซึ่งก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เพราะหลังจากเปิดตัวไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ก็ฮิตเป็นกระแสจนถ้าใครไปเที่ยวที่เกาหลี ต่างก็ต้องไปหิ้วกลับมากันยกใหญ่
วันนี้ Marketeer จะพาไปถอดรหัสว่า ทำไม JUNG SAEM MOOL แบรนด์ K-Beauty ตัวแม่ถึงจับมือกับ Daiso ร้านค้าที่ยืนหนึ่งเรื่องสินค้าราคาถูก แล้วทำไมถึงประสบความสำเร็จ
กลยุทธ์ Diffusion Brand ขยายลูกค้าสู่คนเจนเด็ก
แม้ว่าเคาน์เตอร์แบรนด์อย่าง JUNG SAEM MOOL จะมียอดขายเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 110,000 ล้านวอน (ประมาณ 2,640 ล้านบาท) ซึ่งถือว่าสูงมากในกลุ่มแบรนด์บิวตี้พรีเมียม แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า แบรนด์มีภาพจำว่าเป็นแบรนด์หรูระดับพรีเมียมที่มีราคาสูง โดยเฉลี่ยแล้วราคาเครื่องสำอางจะอยู่ที่หลัก 1,000 บาท ฐานลูกค้าส่วนใหญ่จึงเป็นกลุ่มวัยทำงาน โดยเฉพาะผู้ที่มีกำลังซื้อสูง
ฉะนั้นแล้ว การที่ JUNG SAEM MOOL เลือกเปิดตัวแบรนด์ ZOOM ใน Daiso จึงเป็นกลยุทธ์เพื่อเข้าถึงผู้บริโภครุ่นใหม่ได้ง่ายขึ้น เนื่องจากคนรุ่นใหม่จำนวนมากยังลังเลที่จะจ่ายเงินกับเครื่องสำอางราคาสูง การนำเสนอสินค้าในราคาที่เข้าถึงได้จึงช่วยให้ลูกค้ากลุ่มนี้ได้ทดลองใช้และทำความรู้จักกับแบรนด์
แม้กลยุทธ์นี้จะทำให้ลูกค้าบางส่วนหันไปซื้อแบรนด์ Zoom มากขึ้น แต่ก็เป็นการสร้างความผูกพันกับ JUNG SAEM MOOL ในระยะยาว เพราะเมื่อผู้บริโภคกลุ่มนี้เติบโตขึ้นและมีกำลังซื้อมากขึ้น ก็มีแนวโน้มที่จะเลือกซื้อสินค้าของ JUNG SAEM MOOL ต่อไปในอนาคต
‘Value for Money’ พฤติกรรมการบริโภคที่เน้นความคุ้มค่าคุ้มราคา
การตั้งแบรนด์ ZOOM เป็นการตั้งเพื่อตอบโจทย์ความต้องการความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับราคา ซึ่งเป็นพฤติกรรมการบริโภคที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในเกาหลี
โดยแบรนด์ ZOOM ได้นำประสบการณ์กว่า 30 ปีของจองแซมมุล มาใส่เต็มลงในคอลเลกชันเครื่องสำอางที่สินค้าทุกชิ้นมีราคาเพียง 1,000–5,000 วอน (ประมาณ 25–125 บาท) ผู้ใช้หลายคนก็รีวิวไปในทำนองเดียวกันว่า เครื่องสำอางแบรนด์นี้ “คุณภาพดีเกินกว่าจะเชื่อว่าแค่ 5,000 วอน”
ดังนั้นจะเห็นว่า แบรนด์นี้จึงตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่โหยหาสินค้าที่ไม่แพง แต่คุณภาพต้องดีพอให้อยากจะหยิบเงินออกจากกระเป๋า
การเกื้อหนุนของสองยักษ์ใหญ่ที่ต่างก็มีจุดแข็ง-จุดอ่อนของตัวเอง
JUNG SAEM MOOL มีจุดแข็งคือความน่าเชื่อถือเรื่องคุณภาพแต่ก็แพงเกินกว่าจะเข้าถึงคนทุกกลุ่ม
ส่วนจุดแข็งของ Daiso คงเป็นการขายสินค้าในราคาประหยัด แต่เน้นความคุ้มค่ามากกว่าคุณภาพระดับพรีเมียม
ทั้งสองก็มีจุดอ่อนที่ทำให้คนต่างกลุ่มไม่สามารถเข้าถึงแบรนด์ได้ แต่เมื่อสองยักษ์ใหญ่จับมือกันแล้ว ก็เป็นการเปลี่ยนจุดอ่อนของกันและกันให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจใหม่
ทางฝั่ง JUNG SAEM MOOL สามารถทลายกำแพงราคาสูงลิ่วของตัวเองเพื่อสร้างฐานลูกค้าใหม่ได้
ส่วนฝั่ง Daiso ก็สามารถอัปเกรดภาพลักษณ์ของแบรนด์ จากร้านค้าที่ขายของราคาถูก เป็นแบรนด์ที่ขายของระดับพรีเมียมเมื่อนำแบรนด์ระดับตำนานอย่าง JUNG SAEM MOOL เข้ามาวางขาย เพื่อความน่าเชื่อถือให้กับ Daiso
การเปิดตัวแบรนด์ ZOOM by JUNG SAEM MOOL ใน Daiso ถือเป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด เพราะเป็นการเกื้อหนุนกันของสองธุรกิจ ขณะที่ด้านหนึ่ง Daiso ได้รับความน่าเชื่อถือจากการวางสินค้าที่ผลิตโดยแบรนด์ใหญ่ ส่วน JUNG SAEM MOOL ก็ได้ขยายฐานลูกค้าเข้าสู่กลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่
ในวันนี้ Daiso มีแบรนด์เครื่องสำอางมากมายที่เข้ามาปรากฏบนชั้นวาง จากในปี 2022 ที่มีเพียง 7 แบรนด์ เมื่อเวลาผ่านไป แบรนด์ต่างๆ รวมถึง JUNG SAEM MOOL ก็หันมาสนใจตลาดดังกล่าวมากขึ้นเรื่อยๆ และจนถึงวันนี้ก็มีแบรนด์เครื่องสำอางที่วางขายใน Daiso มากกว่า 150 แบรนด์แล้ว การที่หลังจากวางขายก็หมดเกลี้ยงชั้นแทบจะตลอด ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าการจับมือดังกล่าวประสบความสำเร็จเพียงใด
