ตลาดเครื่องซักผ้าในไทย มูลค่า 16,800ล้านบาท ตลาดเครื่องซักผ้ากลุ่มแมสถังเดี่ยวและสองถังเริ่มทรงตัว แบรนด์ผู้นำอย่างแอลจีเร่งลุยตลาดเครื่องซักผ้าพรีเมียมฝาหน้า มาร์จิ้นสูง ขยายตัวระดับเลขสองหลัก มุ่งเน้นกลยุทธ์ AI และ Subscription Marketing ลุยตลาดร้านสะดวกซัก เพื่อเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ซึ่งเป็นกำลังซื้อสำคัญของตลาดที่ต้องการความสะดวกสบายแบบครบวงจร
| เบื่อผ้าไม่แห้งเพราะฝนตกอีกแล้ว
ปลุกตลาดเครื่องซักผ้า 16,000 ล้าน ชูนวัตกรรมอบจบในตัว มุ่งเจาะคนเมือง |
|
| ปี พ.ศ. | มูลค่าตลาดเครื่องซักผ้าในไทย / ล้านบาท |
| 2564 | 14,500 |
| 2565 | 15,700 |
| 2566 | 14,107 |
| 2567 | 14,700 |
| 2568 | 16,000 |
| 2569 (คาดการณ์) | 16,800 |
| อัตราครัวเรือนไทยเข้าถึงเครื่องซักผ้า | 69% |
| สัดส่วนมูลค่าตลาด ปี 2568 แบ่งตามประเภทเครื่องซักผ้า: เครื่องซักผ้าถังเดี่ยว (ฝาบน) 38%, เครื่องซักผ้าฝาหน้า (กลุ่มพรีเมียม) 35%, เครื่องซักผ้าแบบ 2 ถัง 27% | |
| Marketeer FYI: สัดส่วนประชากรที่ยังไม่มีเครื่องซักผ้าเป็นของตัวเอง หรือมีแต่ไม่ตอบโจทย์การซักผ้านวม / อบแห้ง เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ธุรกิจ ‘ร้านสะดวกซัก’ เติบโตในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา | |
| ที่มา: แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) / สิงหาคม 2569 | |
ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นใหญ่ไทย กลุ่มเครื่องปรับอากาศยังคงเป็นตลาดใหญ่ด้วยสัดส่วนมูลค่า 24,000 ล้านบาท เมื่อเทียบกับตลาดทั้งหมดที่ยังประกอบด้วย โทรทัศน์ 19,000 ล้านบาท, ตู้เย็น 16,200 ล้านบาท และตลาดเครื่องซักผ้า 15,800 ล้านบาท
การเติบโตของ ตลาดเครื่องซักผ้า ส่วนหนึ่งมาจากคนไทยมีความต้องการเทคโนโลยีที่ช่วยลดภาระงานบ้านมากขึ้น อ้างอิงข้อมูลสถิติพบว่าอัตราครัวเรือนไทยเข้าถึงเครื่องซักผ้า (Penetration Rate) สูงถึง 69% ซึ่งถือเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าพื้นฐานที่ได้รับความนิยมสูงเป็นอันดับต้น ๆ รองจากโทรทัศน์และตู้เย็น
อย่างไรก็ตาม หากมองย้อนกลับไปในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จะพบว่าตลาดเครื่องซักผ้าไทยยังเผชิญกับการปรับตัวลดลงในปี 2566 จาก 15,700 ล้านบาท เหลือ 14,107 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ วิกฤตค่าไฟแพง และการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของธุรกิจแฟรนไชส์ร้านสะดวกซักที่เข้ามาดิสรัปต์ตลาด จนผู้บริโภคระดับกลางถึงล่างเริ่มชะลอการซื้อเครื่องใหม่เข้าบ้าน
ปัจจุบัน ตลาดเครื่องซักผ้าก็ยังเติบโตบนการแข่งขันที่รุนแรง โดยจะพบว่ากลุ่มเครื่องซักผ้าแบบ 2 ถัง ซึ่งเคยครองสัดส่วนสูงสุดถึง 40% ในอดีต ปัจจุบันความนิยมตกลงมาอยู่อันดับสุดท้ายที่ 27% ขณะที่เครื่องซักผ้าถังเดี่ยวฝาบนยังคงครองส่วนแบ่งสูงสุดที่ 38%
ทั้งถึงแม้ตลาดเครื่องซักผ้าแบบ 2 ถังและถังเดี่ยวฝาบน เป็นกลุ่มที่เน้นตลาดระดับแมสและต่างจังหวัด ซึ่งอาจไม่ได้มีมาร์จิ้นหรือมูลค่าต่อเครื่องสูงเท่ากลุ่มนวัตกรรมใหม่ แต่ก็ยังเป็นกลุ่มที่แบรนด์ต้องมา เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าระดับแมส และรักษาฐานส่วนแบ่งทางการตลาด
แต่ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา จะพบว่าแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าเริ่มหันมาเน้นพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ และทำตลาดในกลุ่มพรีเมียมฝาหน้าและเครื่องซักอบจบในตัวกันมากขึ้นชัดเจน เนื่องจากมีมาร์จิ้นที่สูงกว่ากลุ่มแมส และการขยายตัวของตลาดนี้ที่กำลังเติบโตระดับเลขสองหลัก เมื่อเทียบกับกลุ่มแมสที่เติบโตทรงตัว โดยปัจจุบันกลุ่มพรีเมียมฝาหน้ามีสัดส่วนขยายตัวเบียดขึ้นมาถึง 35% แล้ว
เนื่องจากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตลาดเครื่องซักผ้ากลุ่มพรีเมียม ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคสูงขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากเทรนด์การอยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมหรือพื้นที่จำกัด รวมถึงความต้องการเครื่องซักผ้าที่มีระบบ AI และขนาดความจุที่ใหญ่ขึ้น เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคที่ต้องการประหยัดเวลา และยังได้รับกระแสตอบรับที่ดีในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ยอมจ่ายแพงกว่าเพื่อความคุ้มค่าในระยะยาว
เกมการตลาดในตลาดเครื่องซักผ้าพรีเมียมและเครื่องใช้ไฟฟ้าไทยหลังจากนี้ จึงมองว่าจะพบการวางตำแหน่งชัดเจนในการเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นกำลังซื้อหลักของตลาด ดังที่ได้เห็นผ่านกลยุทธ์ อาทิ การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI), โมเดลสมัครสมาชิก (Subscription) ตลอดช่วงปีที่ผ่านมา
อย่าง แอลจี (LG) ผู้นำตลาดเครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้าไทยติดต่อกัน 28 ปีซ้อน ตลอดช่วงครึ่งปีแรก 2569 ที่ผ่านมา ก็ใช้วิธีการสื่อสารการตลาดที่เน้นความแตกต่างและวิสัยทัศน์ Aesthetics of Effortless Living ภายใต้แคมเปญ Make it yours, make it easy เพื่อให้เข้าถึงและสร้างการพูดคุยกับผู้บริโภคสู่แนวคิดบ้านปลอดภาระงานบ้าน (Zero Labor Home)
ตลอดจนการเดินหน้าขยายพอร์ตโฟลิโอกลุ่มเครื่องซักผ้าพรีเมียมและเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีเทคโนโลยี AI อย่างการเปิดตัวเครื่องซักผ้า LG WashTower ขนาดใหญ่พิเศษ 25 กิโลกรัม ที่มีระบบประเมินเนื้อผ้าอัจฉริยะ รวมถึงตู้เย็น LG InstaView ที่เคาะกระจกสองครั้งเพื่อดูของด้านใน และเครื่องลดความชื้นอเนกประสงค์ที่มียอดขายเติบโตทะลุ 30%
หรือ แอลจี ซับสคริปชัน (LG Subscription) ซึ่งเมื่อช่วงที่ผ่านมา ก็ได้เปิดตัวพอร์ตโฟลิโอกลุ่มตลาดเช่าใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าพรีเมียมรายเดือน โดยวางตำแหน่งราคาให้เข้าถึงง่าย ช่วยลดอุปสรรคทางการเงิน และตั้งเป้าเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ผ่านกลยุทธ์การตลาดที่ส่งเสริมความมั่นใจด้วยบริการดูแลรักษาและรับประกันฟรีตลอดสัญญา 5 ปี ส่งผลให้โมเดลนี้เติบโตเกิน 2 เท่าตัว โดยมีเครื่องซักผ้าเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมอันดับหนึ่ง
นอกจากนี้ แอลจียังเตรียมแผนรุกตลาดกลุ่มเครื่องซัก-อบผ้าเชิงพาณิชย์สำหรับผู้ประกอบการร้านสะดวกซักอย่างเต็มรูปแบบในช่วงปลายปี 2569 เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการซักผ้านวมหรืออบแห้งซึ่งเครื่องซักผ้าที่บ้านไม่สามารถตอบโจทย์ได้ ถือเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันให้ธุรกิจร้านสะดวกซักเติบโตอย่างก้าวกระโดด จนมูลค่าตลาดในปัจจุบันพุ่งทะลุ 10,000 ล้านบาท การขยายฐานเข้าสู่ธุรกิจร้านสะดวกซักจึงกลายเป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญที่จะช่วยสร้างการเติบโตใหม่ (Synergy) ในพอร์ตโฟลิโอของแบรนด์
ส่วน แอลจี ล่าสุดก็ได้เปิดตัวโปรเจกต์ใหม่อย่าง ‘LG Birthday Mega Campaign’ ที่จะชวนผู้บริโภคมาร่วมฉลองครบรอบ 38 ปีในประเทศไทย ด้วยแคมเปญการตลาดใหม่ ๆ เพื่อสื่อสารกับผู้บริโภค ทั้งในรูปแบบการชิงโชคแพ็กเกจท่องเที่ยวสัมผัสวัฒนธรรมเกาหลีใต้ 5 วัน 3 คืน และการย้ำเอกลักษณ์แบรนด์ K-Technology ที่เลียนแบบได้ยาก ต่อเนื่องกันตลอดทั้งช่วงครึ่งปีหลัง 2569
