“ตึกช้าง” เป็นอาคารที่โดดเด่นอยู่บริเวณแยกรัชโยธิน ไม่ว่าใครจะขับรถ หรืออยู่บนรถไฟฟ้า ก็ต้องเคยเห็นตึกนี้
อาคารสูงที่มีรูปทรงคล้าย “ช้าง” ตั้งอยู่ตรงหัวมุมแยกพอดี จนกลายเป็นจุดสังเกตที่คนจำได้ทันทีที่เห็น
ความน่าสนใจของตึกนี้ไม่ได้อยู่แค่หน้าตา เพราะที่มาของตึกนี้ ถือเป็นโครงการมิกซ์ยูสที่รวมทั้งสำนักงาน โรงแรม และคอนโดมิเนียม ตั้งแต่ยุคที่มิกซ์ยูสยังไม่แพร่หลายเหมือนในปัจจุบัน
เป็นตึกที่มีทั้งคนทำงาน แขกเข้าพักในโรงแรม มีคนอยู่อาศัยในส่วนคอนโดมิเนียม และยังคงมีการซื้อขาย-เช่าเปลี่ยนมือกันอยู่
“ตึกช้าง” เป็นอาคารสูง 32 ชั้น ตั้งอยู่บริเวณแยกรัชโยธิน เป็นจุดตัดสำคัญระหว่างถนนรัชดาภิเษกและถนนพหลโยธิน
สร้างเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2540 หรือเมื่อ 29 ปีที่แล้ว เกิดขึ้นไล่เลี่ยกับช่วงที่ธนาคารไทยพาณิชย์ ย้ายสำนักงานใหญ่จากชิดลมไปอยู่บริเวณแยกรัชโยธิน
เจ้าของโครงการคือ ศ.ดร.อรุณ ชัยเสรี ผ่านบริษัท อรุณ ชัยเสรี คอนซัลติ้ง เอนจิเนียร์ส จำกัด
ศ.ดร.อรุณ ถือว่าเป็นระดับปรมาจารย์ด้านวิศวกรรมโครงสร้างของไทย
ทำงานร่วมกับสถาปนิกผู้ออกแบบคือ องอาจ สาตรพันธุ์ ซึ่งต่อมาก็ได้ตำแหน่งศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ ด้านสถาปัตยกรรมร่วมสมัย
เบื้องหลังงานออกแบบตึกนี้มีเรื่องที่น่าสนใจ คือ ไม่ได้ตั้งใจให้ออกมาเป็นรูปช้างตั้งแต่ต้น
ที่ดินผืนนี้มีลักษณะแคบและยาว ทำให้การออกแบบเริ่มต้นจากการแบ่งเป็น 3 อาคารเรียงกัน
ต่อมาเจ้าของโครงการต้องการขยายพื้นที่จึงคิดจะเชื่อมทั้ง 3 อาคารเข้าด้วยกัน
แต่ติดข้อกำหนดด้านกฎหมายพื้นที่ สามารถเชื่อมได้แค่ส่วนบนของอาคาร เกิดเป็นช่องว่างขนาดใหญ่ 2 ช่องระหว่างตึก
เจ้าของโครงการจึงประดับตกแต่งรายละเอียดภายนอกเพิ่มเติม ทำให้เมื่อมองจากระยะไกล ตึกนี้จึงมีลักษณะเหมือนช้างอย่างที่เห็นกันในทุกวันนี้
ข้างในตึกแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก คือ โรงแรม อาคารสำนักงาน และคอนโดมิเนียม
ถือเป็นหนึ่งในโครงการมิกซ์ยูสรุ่นแรกๆ ของกรุงเทพฯ ก่อนที่จะมีมิกซ์ยูสผุดขึ้นมากมายในยุคปัจจุบัน
ความโดดเด่นด้านหน้าตาทำให้ตึกช้างเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ
สำนักข่าวระดับโลกอย่าง CNN เคยจัดให้อาคารตึกช้าง ติดอันดับ 1 ใน 25 อาคารระฟ้าที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นที่สุดในโลก
ตกช้างจึงกลายเป็นหน้าตาที่คนจำได้ อยู่คู่กับแยกรัชโยธินมาตลอดเกือบ 3 ทศวรรษ
ทุกวันนี้ตึกช้างก็ยังคงอยู่ที่เดิม และเดินทางยิ่งสะดวกขึ้นไปอีก เพราะมีรถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีพหลโยธิน 24 อยู่ตรงหน้าตึกพอดี
ฝั่งโรงแรม ใช้ชื่อ Iyarin @ Tuk Chang Hotel ราคาห้องพักเริ่มต้นตั้งแต่ประมาณ 900 บาทขึ้นไป
จุดขายของโรงแรมนี้คือทำเลชั้นสูงของตึก ขายวิวเมืองได้
บางมุมยังมองเห็นบรรยากาศยามค่ำคืนของเมเจอร์ รัชโยธิน และตลาดนัดกลางคืนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามแยกได้ชัดเจน
ฝั่งอาคารสำนักงาน ก็มีบริษัทมาตั้งอยู่ นำโดย บริษัท อรุณ ชัยเสรี คอนซัลติ้ง เอนจิเนียร์ส จำกัด ซึ่งเป็นผู้สร้างตึกนี้เอง
นอกจากนี้ยังมีบริษัทเอกชนรายอื่นมาเช่าพื้นที่ เช่น บริษัท โอเพ่นดูเรียน จำกัด สตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีการศึกษา
อาคารสำนักงานยังมีห้องจัดเลี้ยงรองรับการประชุมสัมมนาและงานสังสรรค์ ซึ่งมีตั้งแต่ห้องขนาดย่อม ไปจนถึงห้องใหญ่ที่รองรับแขกได้หลายร้อยคน
ส่วนฝั่งคอนโดมิเนียม มีทั้งหมด 362 ยูนิต
ทุกวันนี้ยังคงเป็นห้องที่มีการหมุนเวียนในตลาดอสังหาริมทรัพย์ ทั้งการปล่อยเช่าและการซื้อขาย
จากการสำรวจผ่านเว็บไซต์อสังหาริมทรัพย์และกลุ่มต่างๆ พบว่าห้องส่วนใหญ่เป็นห้องขนาดใหญ่ เช่น 2-3 ห้องนอน
จุดขายหลักของคอนโดคือขนาดห้องที่ใหญ่ มีการแบ่งสัดส่วนพื้นที่ใช้สอยชัดเจน อยู่ชั้นสูง และบางมุมยังมองเห็นวิวเมืองได้
ราคาเช่าอยู่ที่หลัก 20,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป ส่วนราคาขายเริ่มต้นที่ 10 ล้านบาทขึ้นไป
ทำให้ตึกช้างยังคงเป็นตึกที่มีคนทำงาน เข้าพักผ่อนในส่วนของโรงแรม และมีคอนโดมิเนียมที่ยังคงมีผู้อยู่อาศัยและมีการซื้อขายกันอยู่ถึงทุกวันนี้
จากจุดเริ่มต้นของอาคารที่กลายมารูปทรงแปลกตาเพราะความพยายามแก้ปัญหาข้อจำกัดของที่ดิน
มาถึงวันนี้ ย่านรัชโยธินเป็นหนึ่งในย่านที่เติบโตเร็วของกรุงเทพฯ มีตึกสูงเกิดใหม่มากมาย และมีเส้นทางรถไฟฟ้าเข้ามาเปลี่ยนโฉมหน้าของพื้นที่ไปจากเดิม
แต่ตึกช้างก็ยังคงเป็นจุดสังเกตสำคัญของแยกนี้อยู่เสมอ เหมือนกับเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับความเปลี่ยนแปลงของทำเลนี้ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
