จากเดิมที่อาหารเจมักถูกนึกถึงเฉพาะช่วงเทศกาล วันนี้พฤติกรรมการกินเริ่มเปลี่ยนไป

ผู้บริโภคไม่ได้จำเป็นต้องนิยามตัวเองว่าเป็น “คนกินเจ” หรือ “ไม่กินเจ” แต่เลือกกินอาหารที่ลดเนื้อสัตว์มากขึ้นในบางมื้อ โดยมีทั้งเรื่องสุขภาพ ความสะดวก รสชาติ และราคาเข้ามาเป็นปัจจัยในการตัดสินใจ

นี่คือโอกาสที่ ซีพีแรม มองเห็นในตลาดอาหารเจปี 2569 และพยายามขยับอาหารเจจากเมนูที่ขายดีเฉพาะเทศกาล ให้กลายเป็นอาหารทางเลือกที่กินได้ตลอดทั้งปี

นันทณัฐ ปิตวิวัฒนานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพีแรม จำกัด กล่าวว่าปีที่ผ่านมา ตลาดอาหารเจทั่วประเทศมีมูลค่าประมาณ 45,900 ล้านบาท ขณะที่ปี 2569 หน่วยงานวิจัยต่าง ๆ ประเมินว่าตลาดจะเติบโตประมาณ 8% หรือมีมูลค่าราว 49,000 ล้านบาท

แต่การเติบโตของตลาดยังต้องเจอกับกำลังซื้อที่เปราะบาง เพราะแม้ผู้บริโภคจะอยากกิน แต่ก็ต้องคิดเรื่องค่าใช้จ่ายมากขึ้น

🟥เยาวราชยังคึกคัก ซีพีแรมคาดยอดขายโต 10%

สำหรับเทศกาลกินเจปีนี้มองว่าเยาวราชยังเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่คึกคัก โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ขณะที่กระแสการท่องเที่ยวในเยาวราชและทรงวาดยังมีต่อเนื่อง

คาดว่ายอดขายอาหารเจในพื้นที่เยาวราชปีนี้จะเพิ่มขึ้นประมาณ 10% จากปีก่อน ขณะที่หากมองยอดขายอาหารเจของซีพีแรมทั่วประเทศจะเติบโตเฉลี่ยประมาณ 8% ต่อปี

โดยตลาดเจในปัจจุบัน ไม่ได้อยู่แค่กรุงเทพฯ เพราะจังหวัดอื่น ๆ ก็มีการกินเจเช่นกัน โดยเฉพาะภูเก็ต รวมถึงพื้นที่ที่มีโรงเจ ซึ่งมีอยู่ในหลายจังหวัดทั่วประเทศ

🟥50 เมนู เพิ่ม 9 รายการ รับคนกินเจที่อยากได้ความหลากหลาย

ปีนี้ซีพีแรมเตรียมสินค้าเจไว้ประมาณ 50 รายการ จากปีก่อนที่มีอยู่ราว 40 รายการ โดยมีสินค้าใหม่เพิ่มเข้ามา 9 รายการ สินค้าไม่ได้มีแค่อาหารพร้อมทาน แต่ครอบคลุมตั้งแต่เบเกอรี่ อาหารรองท้อง ไปจนถึงเครื่องดื่ม

ส่วนเมนูใหม่ปีนี้มีทั้ง สปาเก็ตตี้ขี้เมาหมูกรอบวีแกน และ ข้าวผัดพริกหน่อไม้เจ ภายใต้แบรนด์วีจีฟอร์เลิฟ รวมถึงเมนู “เจด ดราก้อน x ดีน่า” ที่นำผลิตภัณฑ์นมถั่วเหลืองดีน่ามาพัฒนาเป็นไส้ซาลาเปา

ด้านเลอแปงก็มีสินค้าเบเกอรี่สำหรับช่วงเทศกาลเข้ามาเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภค สินค้าทั้งหมดวางจำหน่ายผ่าน 7-Eleven, Makro, Lotus’s และร้านค้าชั้นนำกว่า 20,000 แห่งทั่วประเทศ

เหตุผลที่ต้องเพิ่มเมนู เพราะพฤติกรรมคนกินเจวันนี้ต่างจากในอดีต ผู้บริโภคไม่ได้มองอาหารเจแค่เรื่อง “ไม่มีเนื้อสัตว์” อีกต่อไป แต่ต้องการอาหารที่อร่อย มีคุณค่า สะดวก และคุ้มค่า หนึ่งในเมนูที่ขายดีคือ กะเพรา ซึ่งยังเป็นเมนูคุ้นเคยของคนไทย และเป็นหนึ่งในตัวเลือกแรก ๆ เมื่อคิดไม่ออกว่าจะกินอะไร

🟥คนรุ่นใหม่ไม่ได้ปฏิเสธเจ แต่เลือกกินด้วยเหตุผลใหม่

อีกเรื่องที่ซีพีแรมเห็นคือ คนรุ่นใหม่ไม่ได้ปฏิเสธการกินเจ เพียงแต่เหตุผลในการกินอาจเปลี่ยนไป

จากเดิมที่การกินเจผูกกับเรื่องศรัทธาและการถือศีล วันนี้เรื่องสุขภาพเข้ามามีบทบาทมากขึ้น

บางคนไม่ได้กินเจตลอดเทศกาล แต่อาจเลือกกินบางมื้อเพื่อลดเนื้อสัตว์ หรือเลือกอาหารที่มองว่าดีกับสุขภาพมากขึ้น

จึงเกิดกลุ่มผู้บริโภคที่ไม่ได้เรียกตัวเองว่า “คนกินเจ” แต่เป็นคนที่ลดการกินเนื้อสัตว์ หรือที่เรียกว่า Flexitarian

นันทณัฐ จึงมองว่า ตลาดอาหารเจมีโอกาสขยายออกจากฐานเดิมไปยังคนกลุ่มนี้ โดยเฉพาะเมนูที่เน้นวัตถุดิบจากธรรมชาติ โปรตีนจากพืช และความหลากหลายทางโภชนาการ

แต่สุดท้ายแล้วเรื่องที่ตัดสินว่าคนจะซื้อซ้ำหรือไม่ ยังเป็นเรื่องเดิม นั่นคือ รสชาติ

🟥กำลังซื้อยังเปราะ ซีพีแรมเลือกแข่งด้วย “ความคุ้มค่า”

แม้ตลาดอาหารเจยังมีโอกาสเติบโต แต่ซีพีแรมมองข้ามเรื่องกำลังซื้อไม่ได้

ปีนี้บริษัทจึงยังไม่ปรับราคาอาหารเจจากปีก่อน แม้ต้นทุนการผลิตจะเพิ่มขึ้น

บริษัทเตรียมเรื่องการผลิตและซัพพลายเชนล่วงหน้าตั้งแต่กลางปี เพื่อบริหารต้นทุนและสต๊อกให้เพียงพอกับความต้องการในช่วงเทศกาล

แนวคิดของซีพีแรมจึงไม่ได้เน้นการทำให้สินค้าถูกที่สุด แต่เป็นการทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่าเงินที่จ่ายไปคุ้มกับสิ่งที่ได้รับ ทั้งปริมาณ คุณภาพ รสชาติ และความสะดวก

สินค้าเจส่วนใหญ่ผลิตที่โรงงานลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี และมีการผลิตที่ชลบุรีกับสุราษฎร์ธานีด้วย โดยมีการเติมสินค้าให้ช่องทางขายทุกวัน

🟥แม็คโครคาดยอดขายอาหารเจโต 20-30%

มุมของค้าปลีกอย่าง แม็คโคร ก็เห็นสัญญาณไปในทิศทางเดียวกัน

อัศวิน ภูริติกานต์ ผู้ช่วยผู้จัดการแม็คโคร สาขาสาทร กล่าวว่า ปีนี้พฤติกรรมผู้บริโภคดีขึ้นจากปีก่อน ส่วนหนึ่งมาจากความสะดวกในการซื้อ และสินค้าที่ออกมาตรงกับความต้องการของลูกค้ามากขึ้น

แม็คโครคาดว่ายอดขายสินค้าเจปีนี้จะเพิ่มขึ้นประมาณ 20-30% จากปีก่อน แต่ยังต้องติดตามสถานการณ์จริงในช่วงเทศกาล

ปัจจุบันแม็คโครมีสินค้าเจบางรายการขายตลอดทั้งปี โดยเฉพาะสินค้าที่ขายดี ส่วนช่วงเทศกาลจะนำสินค้าใหม่เข้ามาเพิ่มเติม

สำหรับสินค้าที่คาดว่าจะได้รับความสนใจ ส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม อาหารสำเร็จรูปและอาหารพร้อมทาน มากกว่าวัตถุดิบ

เพราะโจทย์ของคนกินเจวันนี้ไม่ได้มีแค่ “จะกินอะไรที่ไม่มีเนื้อสัตว์” แต่เป็น “จะกินอะไรที่อร่อย สะดวก และคุ้มค่า”

ดังนั้นนี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ตลาดอาหารเจไม่ได้โตแค่ในช่วง 9 วันของเทศกาล แต่กำลังถูกผลักให้กลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกบนชั้นอาหารในวันที่ไม่ได้กินเจด้วย