จีนคือตัวอย่างของประเทศที่เปลี่ยนแปลงไปมากสุดและมีพัฒนาการน่าสนใจในเวลาเพียงไม่นาน เพราะ ราวกว่าหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมาหลายเมืองเปลี่ยนไปจนแทบจำไม่ได้
หนิงเต๋อ คือหนึ่งในเมืองที่เข้าข่ายนี้ เพราะปัจจุบันนี่คือเมืองที่มีจีดีพีสูงถึง 315,000 ล้านหยวน (ประมาณ 1.6 ล้านล้านบาท) แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากในอดีต
ความน่าสนใจของเมืองนี้ยังไม่หมดแค่นั้นเพราะนี่คือฐานผลิตแบตรถอีวีระดับโลก

หนิงเต๋อ ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีน โดยอาชีพและรายได้ของชาวเมืองในอดีตมาจากการประมง เพราะพื้นดินไม่เป็นระนาบดีพอสำหรับการเพาะปลูก
นอกจากนี้ หนิงเต๋อ ยังเต็มไปด้วยภูเขา อยู่ห่างไกลความเจริญและเหมือนถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ทำให้ชาวเมืองพากันย้ายไปเมืองอื่น จนได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในเมืองยากจนสุดของจีน
ช่วงรอยต่อระหว่างยุค 80 ถึงยุค 90 สถานการณ์ในหนิงเต๋อดีขึ้นมาบ้าง หลังรัฐบาลจีนส่งทีมเจ้าหน้าที่มาปฏิรูปการเกษตรและสร้างถนนหนทางพร้อมโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ
ซึ่งในทีมเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางที่มาหนิงเต๋อ ณ เวลานั้นมี ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ในวัยหนุ่มรวมอยู่ด้วย
จุดเปลี่ยนแรกของหนิงเต๋อมาถึงปี 1999 หลังบริษัทเอทีแอลก่อตั้งโรงงานขึ้นเพื่อผลิตแบตเตอรี่สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้า
และอีก 6 ปีถัดมาทีดีเคบริษัทชิ้นส่วนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ญี่ปุ่นที่ก่อนหน้านั้นดังเรื่องเทปบันทึกเสียง ได้มาซื้อกิจการของเอทีแอลไป
ณ เวลานั้น เขตเมืองและโซนโรงงานของหนิงเต๋อก็เริ่มขยายตัว ท่ามกลางแหล่งรายได้หลักของเมืองที่เปลี่ยนจากประมงและเกษตรกรรม ไปเป็นอุตสาหกรรมเน้นไปที่แบตสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวยังทำให้ความต้องการไฟฟ้าของหนิงเต๋อเพิ่มขึ้นด้วย จนต้องมีการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขึ้นในปี 2008
จุดเปลี่ยนที่ 2 และอาจสำคัญสุดของหนิงเต๋อมาถึงในปี 2011 หลังอดีตพนักงานและผู้บริหารของเอทีแอลได้แยกตัวออกมาเพื่อตั้งบริษัทใหม่พร้อมโรงงานขึ้นในชื่อซีเอทีแอล
ในช่วงก่อตั้งซีเอทีแอลเน้นไปผลิตเซลล์พลังงาน โดยมีจุดแข็งตรงที่เข้าใจเรื่องระบบจ่ายไฟและแบตตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำเป็นอย่างดี ซึ่งก็มาจากองค์ความรู้เมื่อครั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของเอทีแอลนั่นเอง

ปี 2013 ซีเอทีแอลคว้าดีลในการพัฒนาและผลิตแบตให้กับรถอีวีของบีเอ็มดับเบิลยู โดยดีลดังกล่าวทำให้ซีเอทีแอลเป็นบริษัทแรก ๆ ของจีนที่เข้าสู่ไลน์ผลิตแบตให้กับรถอีวี
ถัดจากนั้นตลาดแบตรถอีวีก็เริ่มโตไปพร้อมกับการที่อุตสาหกรรมยานยนต์ มุ่งสู่การใช้รถอีวีและไฮบริด ซึ่งหนึ่งในบริษัทสร้างรายได้จากการพัฒนาดังกล่าวมากสุดคือซีเอทีแอลนั่นเอง
ปัจจุบันหนิงเต๋อ เปลี่ยนจากเมืองประมงยากจนและห่างไกลความเจริญไปเป็นหนึ่งในโซนอุตสาหกรรมสำคัญของจีน
พร้อมกันนี้ยังได้ชื่อว่าเป็น 1 ใน 20 เมืองนวัตกรรมของประเทศ ซึ่งอุตสาหกรรมหลักของเมืองคือ แบตรถอีวี
ท่ามกลางการประเมินว่า แบตรถอีวี 1 ใน 3 ของโลกมาจากโรงงานซีเอทีแอลในหนิงเต๋อ นี่ยังส่งผลสำคัญต่อจีดีพีเมืองด้วย
จีดีพีเมืองของหนิงเต๋อในปัจจุบันสูงถึง 315,000 ล้านหยวน ขณะที่รายได้ต่อหัวต่อปีของประชากรในหนิงเต๋อเพิ่มขึ้นเป็น 123,000 หยวน (ประมาณ 600,000 บาท)

เทียบไม่ได้เลยกับต้นยุค 80 ที่ซึ่งรายได้ต่อหัวต่อปีของชาวหนิงเต๋อต่ำมากจนเคยได้ชื่อว่าหนึ่งในเมืองยากจนสุดของจีน / xinhua, elpais, wikipedia
