Vinted แพลตฟอร์มซื้อขายสินค้ามือสองใหญ่ของยุโรป ได้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบและลบรายการสินค้าที่คาดว่ามีกลุ่มผู้ฉวยโอกาสขโมยมาระหว่างเหตุจลาจลในฝรั่งเศสออกจากระบบทันที

พร้อมย้ำว่าจะไม่รับของผิดกฎหมายหรือสินค้าที่ได้มาจากการลักขโมยให้เข้ามาอยู่ในแพลตฟอร์ม

โฆษกของวินเท็ด เผยว่าได้ยกระดับการเฝ้าระวังบัญชีผู้ใช้และรายการสินค้าที่มีพฤติกรรมสงสัย หากพบการละเมิดกฎจะดำเนินการลงโทษขั้นเด็ดขาดถึงขั้นสั่งแบนจากแพลตฟอร์ม

พร้อมกันนี้ ยังได้ประสานงานใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานของฝรั่งเศส เพื่อปรับปรุงระบบตรวจจับและรับมือกับความเสี่ยงใหม่ ๆ ที่อาจเกิดขึ้น

อแลง ดิ เครสเซนโซ ประธานหอการค้าและอุตสาหกรรมแห่งฝรั่งเศส (ซีซีไอ) เผยว่า มีธุรกิจและร้านค้าได้รับผลกระทบโดยตรงจากการก่อจลาจลครั้งนี้ มากกว่า 2,000 แห่ง

ขณะที่มูลค่าความเสียหาย จากข้าวของที่ถูกทุบทำลายและฉวยโอกาสขโมยไป โดยรวมแล้วอาจสูงถึงหลายร้อยล้านยูโร (ประมาณ 3,700 ล้านบาทขึ้นไป)

มีรายงานข่าวว่า แม้ร้านค้าแบรนด์เนมย่านปลาซ ว็องโดม ในกรุงปารีส จะปิดทำการและมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยดูแลอย่างเข้มงวด

แต่ร้านค้าหรูหลายแห่ง อาทิ ดิออร์ โรเล็กซ์ หลุยส์ วิตตอง และราล์ฟ ลอเรน ก็ยังคงได้รับความเสียหายบริเวณหน้าร้าน

ทั้งนี้ชนวนเหตุของจลาจลที่ฝรั่งเศสครั้งนี้เริ่มจากการชุมนุมประท้วงเรื่องค่าครองชีพและงบประมาณภาครัฐ รวมไปถึงความไม่พอใจของกลุ่มนักเรียน-นักศึกษา

ที่บานปลายกลายเป็นการจลาจลรุนแรงในหลายเมืองใหญ่ เช่น ปารีส , มาร์แซย์ และลีลล์ ซึ่งน่าเศร้าว่ามีการเผาทำลายสถานที่ราชการหลายแห่ง รวมไปถึงอาคารศาลาว่าการเมืองลีโมว์ช อายุ 143 ปี ทางภาคกลางของประเทศด้วย

โดยกลุ่มผู้ก่อความสงบซึ่งสวมหมวกและผ้าปิดหน้า ได้ก่อเหตุเผารถยนต์ อาคารบ้านเรือน ตลอดจนมีการฉวยโอกาสบุกรุกและปล้นร้านค้าต่าง ๆ

ก่อนจะนำสินค้าที่ขโมยมาได้มาลงประกาศขายเพื่อทำเงินบนแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ จนรัฐบาลฝรั่งเศสได้เรียกผู้บริหารของแต่ละแพลตฟอร์มเข้าพบเพื่อ สกัดการนำ “ของโจร” มาขาย

สำหรับ วินเท็ด เป็นแพลตฟอร์มซื้อ-ขายของมือสองใหญ่ของยุโรป ก่อตั้งเมื่อปี 2008 หรือเมื่อ 18 ปีที่แล้ว โดยคู่เพื่อนชาวลิทัวเนีย และในเวลาต่อมาก็ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว

นำมาสู่การซื้อกิจการของแพลตฟอร์มคู่แข่งในยุโรปอีกหลายแห่ง เช่น ของเยอรมนีและเดนมาร์ก

ในปี 2019 วินเท็ด ระดมทุนได้อีก จนมูลค่าบริษัทเพิ่มเป็น 1,000 ล้านยูโร (ประมาณ 37,700 ล้านบาท) ถือเป็นบริษัทเทคโนโลยีแห่งแรกของลิทัวเนียที่ทำได้ จนได้ชื่อว่าเป็นยูนิคอร์นตัวแรกของประเทศ

ปัจจุบัน วินเท็ด มีผู้ใช้มากถึงกว่า 100 ล้านคนจาก 24 ประเทศบนแพลตฟอร์ม และทำเงินได้ราว 1,100 ล้านยูโร (ประมาณ 41,500 ล้านบาท)

พร้อมมูลค่าบริษัทที่เพิ่มเป็น 9,000 ล้านยูโร (ประมาณ 340,000 ล้านบาท) ท่ามกลางคาดการณ์ว่าคงมีแผนทำไอพีโอในอนาคต

แต่ล่าสุดต้องหันมาเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบสินค้า เพื่อไม่ให้มีของที่ขโมยมาจากเหตุจลาจลฝรั่งเศสหลุดเข้ามาในแพลตฟอร์ม / bbc