Microsoft ประกาศปลดพนักงานอีกครั้ง ครั้งนี้เป็นการเลิกจ้างโดยสมัครใจพร้อมเงินชดเชย ซึ่งมีพนักงานที่อยู่ในเกณฑ์ 60,000 คน ถือว่ามากสุดในรอบ 3 ปี
โดยคิดเป็นเกือบ 1 ใน 3 จากพนักงาน 223,000 คนทั่วโลก ไล่ตั้งแต่พนักงานระดับปฏิบัติการไปจนถึงรองประธานบริษัท ครอบคลุมใน 4 ประเทศคือ สหรัฐฯ แคนาดา อังกฤษ (รวมถึงกลุ่มประเทศในสหราชอาณาจักร) และอินเดีย
พนักงานที่มีสิทธิ์ต้องตัดสินใจภายในต้นเดือนธันวาคมนี้ และจะมีวันทำงานวันสุดท้ายในวันที่ 31 ธันวาคมนี้

ไมโครซอฟท์เผยว่าจำเป็นต้องใช้มาตรการนี้เพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงิน หลังบริษัททุ่มงบก้อนใหญ่ในการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อรองรับความต้องการประมวลผลของเอไอที่เติบโตอย่างรวดเร็ว
ประกอบกับไมโครซอฟท์ก็ยังเป็นผู้ให้บริการคลาวด์แก่บริษัทเอไอชั้นนำอย่าง โอเพนเอไอ และแอนโทรพิกอีกด้วย
ไมโครซอฟท์เผยอีกว่า ณ ไตรมาสล่าสุด (สิ้นสุดเมื่อกันยายาที่ผ่านมา) เงินลงทุนของบริษัทในด้านต่างๆ ซึ่งในจำนวนนี้มีการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์รวมอยู่ด้วยนั้น สูงถึง 50,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.6 ล้านล้านบาท)
เพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับ 34,900 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.1 ล้านล้านบาท) จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า
จนทำให้ก่อนหน้านี้ในปี 2026 ไมโครซอฟท์ต้องลดจำนวนพนักงานไปแล้ว 2 รอบ โดยรอบแรกเป็นการเปิดโครงการเกษียณอายุโดยสมัครใจในสหรัฐฯ ซึ่งคิดเป็น 7% ของพนักงานในสหรัฐฯ เมื่อช่วงเมษายน
ตามด้วยการปลดอีก 4,800 คนในช่วงกรกฎาคมของพนักงานทั่วโลก เน้นไปที่แผนกเครื่องเกมเอ็กซ์บ็อกซ์
เอมี่ โคลแมน ประธานฝ่ายทรัพยากรบุคคลของไมโครซอฟท์ กล่าวถึงการลดจำนวนพนักงานล่าสุดว่า แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นในการบริหารงาน และเปิดโอกาสให้พนักงานได้ออกแบบก้าวต่อไปของชีวิตด้วยตัวเอง
ปัจจุบัน ไมโครซอฟท์กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านโมเดลธุรกิจ โดยปรับเปลี่ยนการคิดค่าบริการตามปริมาณการใช้งานเอไอตามจริงของลูกค้า
พร้อมกันนี้ยังมีการนำเอไอมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของพนักงานฝ่ายเขียนโปรแกรม ฝ่ายขาย และฝ่ายซัพพลายเชน
ทั้งนี้ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ไมโครซอฟท์ ประกาศปรับลดพนักงานไปแล้วหลายครั้ง ด้วยจำนวนคนและเหตุผลที่ต่างกันไป
ครั้งแรกคือเมื่อมกราคม 2023 ปลด 10,000 คน ปรับสมดุลองค์กรจากการเร่งจ้างงานช่วงโควิด-19 และสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว
ต่อมาในปี 2024 ปลด 3 ครั้ง รวมประมาณ 4,000 คน เพื่อปรับโครงสร้างและจัดระเบียบองค์กรใหม่ หลังเข้าซื้อกิจการค่ายเกม แอคติเวชัน บลิซซาร์ด
พร้อมชดเชยความเสียหายหลังแผนกแว่นโฮโลเลนส์กับกลุ่มเทคโนโลยีวีอาร์ทำรายได้ไม่เข้าเป้า
ปี 2025 ปลดอีก 2 ครั้ง รวม 15,000 คน เพื่อลดระดับผู้บริหารชั้นกลางและหมุนเวียนงบประมาณไปลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเอไอ
ล่าสุด ตุลาคม 2026 เปิดโครงการสมัครใจลาออกอีก 60,000 คน ถือว่ามากสุดในรอบ 3 ปี แต่มีเงินชดเชยให้ ตามแผนฟื้นฟูสภาพคล่อง หลังทุ่มงบสร้างดาต้าเซ็นเตอร์และโครงสร้างพื้นฐานด้านเอไอไปก้อนใหญ่
ด้านนักลงทุนตอบรับต่อมาตรการดังกล่าว สะท้อนออกมาผ่านหุ้นไมโครซอฟท์เมื่อวันจันทร์ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา ที่ปรับขึ้น 1%

อย่างไรก็ตามมีแนวโน้มว่า จากนี้ไมโครซอฟท์และบรรดาบริษัทในกลุ่มยักษ์เทคอาจต้องชะลอหรือลดการลงทุนสร้างดาต้าเซ็นเตอร์
เพราะความกังวลด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงาน ทำให้กระแสต่อต้านดาต้าเซ็นเตอร์เพิ่มขี้นทั่วโลก ดังนั้นไมโครซอฟท์จึงต้องเตรียมพร้อมรับมือแรงต้านนี้ด้วย / cnbc
