คณะกำกับดูแลการปฏิรูปฟินแลนด์ (แอลวีวี) ได้สั่งระงับการเตรียมพื้นที่ก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ของ Google ในเมืองมูโฮส และคาจาอานี ทางตอนเหนือของประเทศ ซึ่งมีผลในทันที

พร้อมกำหนดให้ดำเนินมาตรการแก้ไขภายในวันที่ 23 ตุลาคม หลังพบว่าการแผ้วถางป่าและเปิดหน้าดินบนพื้นที่รวมกว่า 741 เอเคอร์ (ประมาณ 1,875 ไร่)

รวมถึงการทำถนนและเปลี่ยนทิศทางคูน้ำนั้น ได้ดำเนินการไปโดยไม่ได้ผ่านการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ตามที่กฎหมายบังคับ

ก่อนหน้านี้ สมาคมอนุรักษ์ธรรมชาติแห่งฟินแลนด์ระบุว่า ป่าไม้ที่ควรได้รับการปกป้องถูกโค่นทำลายไปเป็นจำนวนมาก

โดยโครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนลงทุนมูลค่า 14,500 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 500,000 ล้านบาท) ในฟินแลนด์ช่วงปี 2027–2028 เพื่อใช้ในการประมวลผลสำหรับเทคโนโลยีต่าง ๆ ของกูเกิลและบริษัทแม่อย่างอัลฟาเบต

ด้านกูเกิลได้ออกมายอมรับว่าผิดพลาดไป และเตรียมแผนปลูกป่าทดแทน 321 เอเคอร์ (ประมาณ 812 ไร่) ที่เมืองมูโฮส รวมถึงจะปฏิบัติตามคำสั่งของทางการอย่างเคร่งครัด

สำหรับโครงการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ของกูเกิลในฟินแลนด์ ถือเป็นข่าวใหญ่ในแวดวงเทคโนโลยียุโรป

เพราะเป็นโครงการใหญ่สุดของกูเกิลในยุโรป ทั้งด้วยเม็ดเงินที่ทุ่มลงมา และประโยชน์ที่ประเทศจะได้รับในระยะยาว

นำมาสู่การอนุมัติของรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี เพตเตรี ออร์โป ของฟินแลนด์เมื่อต้นตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งขณะนั้นรัฐบาลเชื่อว่า การลงทุนครั้งนี้จะดีต่อเศรษฐกิจประเทศ

เพราะจะสร้างงานได้ถึง 37,000 ตำแหน่ง และกระตุ้นจีดีพี จนปัญหาการว่างงานและเศรษฐกิจโตช้าลดลงไปได้ พร้อมโน้มน้าวให้บริษัทเทคโนโลยีต่างชาติมาสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศเพิ่มอีกในอนาคต

ไกลจากฟินแลนด์มาในอีกซีกโลกหนึ่ง โครงการดาต้าเซ็นเตอร์ของกูเกิลก็ถูกต่อต้านเช่นกัน

ในเมืองพอร์ตวิสาขาปัตตนัม ในรัฐอานธรประเทศของอินเดีย ชาวเมืองได้ประท้วงต่อต้านดาต้าเซ็นเตอร์ของกูเกิล มูลค่า 15,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 500,000 ล้านบาท) บนพื้นที่ 600 เอเคอร์ (ประมาณ 1,518 ไร่)

 

เพราะกังวลว่าการ “กินน้ำ-กินไฟ” มหาศาลเพื่อระบายความร้อนและเดินเครื่องเซิร์ฟเวอร์ จะซ้ำเติมวิกฤตการขาดแคลนน้ำและก่อให้เกิดปัญหาด้านพลังงานในพื้นที่

ชาวบ้านในพื้นที่ยังมองด้วยว่า การไล่รื้อสวนมะม่วงและหิมพานต์ไม่ได้สร้างประโยชน์ที่แท้จริงให้กับชุมชน เนื่องจากดาต้าเซ็นเตอร์ใช้เงินลงทุนสูงแต่จ้างแรงงานท้องถิ่นน้อย และอยากได้อุตสาหกรรมที่เน้นการใช้แรงงานมากกว่า

นอกจากนี้กลุ่มสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ยังได้เรียกร้องให้ระงับโครงการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งหมดจนกว่าจะมีการประเมินผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมที่เป็นอิสระและโปร่งใส

อย่างไรก็ตามกูเกิลยังคงสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ในเมืองพอร์ตวิสาขาปัตตนัมต่อไปเพราะได้รับอนุมัติจากฝ่ายปกครองท้องถิ่นแล้ว แต่คงต้องเดินหน้าไปอย่างระวังท่ามกลางการจับตาอย่างใกล้ชิดและเผชิญกระแสต่อต้าน

พร้อมย้ำว่า เมื่อแล้วเสร็จจะกระตุ้นเศรษฐกิจในเมืองถึง 688 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 23,200 ล้านบาท) และยังจะสร้างงานได้หลายพันตำแหน่งอีกด้วย

สำหรับอินเดีย เป็นประเทศที่มีดาต้าเซ็นเตอร์มากเป็นอันดับ 2 ของเอเชีย รองจากจีน ซึ่งด้วยขนาดพื้นที่และการโน้มน้าวของรัฐบาลเพื่อหวังเงินลงทุน พร้อมลดระยะห่างด้านเทคโนโลยีกับต่างประเทศ

นำมาสู่การสร้างดาต้าเซ็นเตอร์เพิ่มขึ้น แต่ก็มีการเตือนว่า อินเดียต้องปรับปรุงระบบส่งไฟก่อนและอาจเกิดปัญหาด้านพลังงานและการใช้น้ำตามมา

ทั้งนี้แม้ดาต้าเซ็นเตอร์จำเป็นต่อพัฒนาการทางเทคโนโลยีและเศรษฐกิจดิจิทัลของแต่ละประเทศ นำมาสู่การก่อสร้างขึ้นในหลายประเทศ

แต่ความกังวลด้านสิ่งแวดล้อมและปัญหาพลังงาน รวมไปถึงความเป็นห่วงว่าโครงการบริษัทต่างชาติจะได้ไม่คุ้มเสีย ก็ทำให้กระแสต่อต้านดาต้าเซ็นเตอร์เพิ่มขึ้นเช่นกัน ซึ่งแรงต้านเหล่านี้เริ่มลามเข้าไปในตลาดหุ้นแล้ว

หนึ่งในบริษัทที่ได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้คือ ฟีร์มุส บริษัทเทคโนโลยีหล่อเย็นในวงการดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากค่ายชิประดับโลกอย่างเอ็นวิเดีย

ซึ่งได้เลื่อนการทำไอพีโอในตลาดหุ้นออสเตรเลียออกไปก่อน โดยระบุว่า เกิดจากความผันผวนในวงการเอไอ

แต่ก็มีการวิเคราะห์กันว่า กระแสการต่อต้านสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ก็คงเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้ต้องเลื่อนไอพีโอออกไป 

แม้ก่อนหน้านี้มีการประเมินกันว่า ถ้าไม่ติดขัดอะไร จะเป็นหนึ่งในไอพีโอใหญ่สุดของออสเตรเลียก็ตาม / bbc, france24