หากมีใครสักคนที่สามารถประกาศการมาถึงของเทศกาลคริสต์มาสได้ราวกับเป็นพิธีการระดับโลก  คน ๆ นั้นจะต้องเป็นเจ้าของเพลงฮิตอมตะ ที่เพลงของเธอกลายเป็นทรัพย์สินสร้าง Passive Income ไม่รู้จบ จะเป็นใครไปไม่ได้เลยนอกจาก “Mariah Carey” ศิลปินเจ้าของเพลงฮิตทุกคริสต์มาส All I Want for Christmas Is You

ถึงแม้ว่าเพลงจะบอกว่า “ฉันไม่ต้องการอะไรมากมายจากคริสต์มาส” แต่รู้ไหมว่า เพลงนี้เพลงเดียว จากการวิเคราะห์ข้อมูลจาก Forbes คาดว่า นักร้องสาวอาจได้รับรายได้จากค่าลิขสิทธิ์เพลง “All I Want for Christmas Is You” ราว 100 ล้านบาทต่อปี ยังไม่นับรวมรายได้จากสปอนเซอร์และการเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ช่วงคริสต์มาสให้กับแบรนด์ต่าง ๆ  

ตลอดหลายปีที่ผ่านมาได้เกิดเป็นธรรมเนียมที่ Mariah Carey ต้องออกมาพบปะแฟน ๆ ด้วยการเปิดฤดูกาลคริสต์มาสทุกต้นเดือนพฤศจิกายน และในปี 2026 ก็เช่นเคย เธอได้ปล่อยวิดีโอประจำปีออกมาเรียบร้อยแล้วหลังผ่านฮาโลวีนไปได้หนึ่งวัน ภายใต้สโลแกน “It’s Time!” พร้อมส่งสารถึงแฟน ๆ สำหรับการเริ่มต้นเทศกาลปลายปี

ราชินีคริสต์มาสกลับมาปฏิบัติหน้าที่

ในคลิปวิดีโอที่เผยแพร่ผ่านโซเชียลมีเดีย Mariah Carey ยังคงรักษาธรรมเนียมเดิมคือเริ่มด้วยการนับถอยหลังจากเทศกาลฮาโลวีนสู่เดือนพฤศจิกายน ก่อนที่เธอจะปรากฏตัวในชุดซานตาคลอส พร้อมเสียงอินโทรของ All I Want for Christmas Is You ดังขึ้นเป็นสัญญาณเริ่มต้นเทศกาลแห่งความสุข

สำหรับแฟนเพลง การประกาศดังกล่าวแทบไม่ต่างจากการกดปุ่มเริ่มต้นฤดูกาลค้าปลีกปลายปี เพราะทุกครั้งที่ Mariah Carey ส่งสัญญาณเข้าสู่คริสต์มาส เพลงประจำเทศกาลของเธอก็มักจะกลับมาครองชาร์ตเพลงทั่วโลกอีกครั้ง

เพลงฮิตหนึ่งเพลง สร้างแบรนด์ระยะยาวได้อย่างไร

กรณีของ Mariah Carey นับเป็นบทเรียนที่น่าสนใจในโลกธุรกิจบันเทิงยุคใหม่ เพราะมีศิลปินไม่มากนักที่สามารถเปลี่ยนเพลงเพียงเพลงเดียวให้กลายเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สร้างอิทธิพลได้ต่อเนื่องข้ามรุ่น

ขณะที่ศิลปินจำนวนมากต้องแข่งขันกันด้วยผลงานใหม่อยู่ตลอดเวลา เธอกลับสามารถใช้เพลงที่เปิดตัวตั้งแต่ปี 1994 เป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนรายได้ การตลาด และความร่วมมือกับแบรนด์ระดับโลกได้นานกว่าสามทศวรรษ

คริสต์มาสกลายเป็นธุรกิจมูลค่ามหาศาล

ทุกวันนี้ Mariah Carey ไม่ได้เป็นเพียงศิลปินเจ้าของเพลงคริสต์มาสเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นแบรนด์ทางธุรกิจที่เชื่อมโยงกับเทศกาลปลายปีอย่างแนบแน่น 

แหล่งรายได้ของ Mariah Carey มาจากทั้งค่าลิขสิทธิ์เพลง รายได้สะสมจากเพลงฮิตนี้ประเมินว่าอยู่ราว 60-100 ล้านดอลลาร์ ยังได้ส่วนแบ่งจากเวอร์ชันคัฟเวอร์ ทุกครั้งที่มีการนำเพลงไปเล่นในที่สาธารณะ และรายได้ใหญ่อีกส่วนมาจากสปอนเซอร์และแบรนด์แอมบาสเดอร์ ทั้ง Gucci, Walkers Crisps ยังมีความร่วมมือด้านความงามและแฟชั่นกับแบรนด์อื่น เช่น MAC Cosmetics และ Swarovski

อีกทั้งเธอยังมีสินค้าที่ระลึก (Merchandise) คอลเลกชันคริสต์มาสบน Amazon เช่น เสื้อสเวตเตอร์ All I Want For Christmas Is You ราคา 115 ดอลลาร์ ผ้าห่มจากทัวร์ราคา 85 ดอลลาร์ เสื้อยืดครบรอบ 30 ปีราคา 35 ดอลลาร์ และอื่น ๆ

อย่างไรก็ดี ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา All I Want for Christmas Is You กลายเป็นหนึ่งในทรัพย์สินทางดนตรีที่สร้างรายได้สูงที่สุดในอุตสาหกรรมเพลง โดยเพลงจะกลับเข้าสู่ชาร์ตสตรีมมิงและชาร์ตเพลงหลักทุกเดือนธันวาคมอย่างสม่ำเสมอ

นั่นทำให้ทุกการเคลื่อนไหวของ Mariah Carey ในช่วงปลายปี ไม่ว่าจะเป็นโฆษณาแฟชั่น สินค้าไลฟ์สไตล์ ทัวร์คอนเสิร์ต หรือคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดีย ล้วนสามารถต่อยอดเป็นมูลค่าทางธุรกิจได้ทันที

ไอคอนิกราชินีคริสต์มาส

คริสต์มาสกลายเป็นช่วงที่ Mariah Carey ต้องกอบโกยอย่างหนักจากทุกโอกาสที่เข้ามา ด้วยอิทธิพลของเธอที่กลายเป็นสัญลักษณ์ประจำคริสต์มาสไปแล้ว  สะท้อนจากหลังเปิดฤดูกาลคริสต์มาสเพียงหนึ่งวัน ความร่วมมือกับแบรนด์ลักซัวรีอย่าง Gucci ในแคมเปญ Holiday 2026 ก็ถูกปล่อยออกมา ตอกย้ำความเชื่อมโยงระหว่างเทศกาลคริสต์มาสและตัวตนของเธอได้อย่างแยบยล

อัลบั้มพิเศษรับคริสต์มาส

แต่ในปีนี้ Mariah Carey มาพร้อมลุคใหม่ สวมวิกสีสด แต่งหน้าสไตล์พังก์ ใส่ตาข่าย และแสดงบนเวทีบาร์เล็กๆ ในนิวยอร์ก ท่ามกลางดนตรีร็อกหนักหน่วง พร้อมเพลง “Hermit” ซึ่งเป็นหนึ่งในเพลงสำคัญของโปรเจกต์กรันจ์ลับ Someone’s Ugly Daughter

อัลบั้มดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในตำนานที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในวงการเพลงป๊อป เพราะ Mariah Carey บันทึกเสียงไว้ตั้งแต่ช่วงทำอัลบั้ม Daydream ในปี 1995 แต่ไม่เคยปล่อยผลงานฉบับสมบูรณ์ออกสู่สาธารณะอย่างเป็นทางการ แม้ตัวอัลบั้มจะถูกเผยแพร่ภายใต้นามวง Chick และใช้เสียงร้องของนักร้องคนอื่น แต่แฟนเพลงจำนวนมากเชื่อมาโดยตลอดว่า Carey คือผู้มีบทบาทสำคัญเบื้องหลังโปรเจกต์ดังกล่าว

การที่เธอเลือกนำเพลง “Hermit” กลับมาใช้ในวิดีโอปีนี้ จึงถูกตีความว่าเป็นการส่งสัญญาณครั้งใหม่เกี่ยวกับอัลบั้มที่แฟน ๆ รอคอยมานานหลายทศวรรษ

ในปี 2026 เธอยังเตรียมออกทัวร์ “Christmastime Tour”  ในสหราชอาณาจักรและยุโรป สะท้อนว่าคริสต์มาสได้กลายเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มธุรกิจที่แข็งแกร่งที่สุดของศิลปินรายนี้ไปแล้ว เพราะทุก ๆ ปี ในชาร์ต Billboard Hot 100 เพลงนี้จะกลับมาครองอันดับ 1 บนชาร์ตเสมอ และเคยทำสถิติไว้ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ชาร์ตเพลงของสหรัฐอเมริกาถึง 22 สัปดาห์ติดต่อกัน

และในวันที่หลายคนกำลังรอฟังว่า All I Want for Christmas Is You จะกลับขึ้นอันดับ 1 อีกครั้งหรือไม่ อีกด้านหนึ่งแฟนเพลงก็เริ่มจับตาว่าอัลบั้มกรันจ์ลับที่ถูกเก็บงำมานานกว่า 30 ปี อาจเป็นของขวัญชิ้นใหญ่ที่สุดที่ Mariah Carey เตรียมไว้สำหรับคริสต์มาสปีนี้

 

อ้างอิง  : billboard,  variety