Canva ประกาศปลดพนักงาน 1,271 คน คิดเป็น 22% ของพนักงานที่มีทั้งหมดทั่วโลก และยังเป็นการปลดครั้งใหญ่สุดนับจากก่อตั้งบริษัทอีกด้วย 

พนักงานในกลุ่มที่ถูกปลดนี้ จะได้รับเงินชดเชยเท่ากับเงินเดือน 6 เดือน และยังใช้สิทธิประกันสุขภาพต่อไปได้อีก 12 เดือน หรือเลือกรับเป็นเงินก้อน 10,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 336,000 บาท) เพื่อนำไปใช้ในการเปิดธุรกิจก็ได้ 

เมลานี เพอร์กินส์ ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของแคนวากล่าวว่า นี่เป็นการตัดสินใจที่ยากลำบากที่สุดนับตั้งแต่ตั้งบริษัทเมื่อ 13 ปีก่อน และน่าเศร้าที่เธอกับทีมบริหารต้องบอกลาเพื่อนร่วมงานหลายคนที่เติบโตมาด้วยกันกับบริษัท 

การตัดสินใจดังกล่าวมีขึ้นหลังตัวเลขในการดำเนินธุรกิจต่างๆ ของแคนวาลดลง โดยเป้าหมายในการเติบโตปีนี้อยู่ที่ 20% ลดลงมาจาก 30% ซึ่งถือเป็นการชะลอตัวครั้งแรกในรอบ 10 ปี 

ขณะที่กองทุนและนักลงทุนรายใหญ่ก็ปรับลดการประเมินมูลค่าบริษัทลงมาถึง 20% ซึ่งบีบให้ต้องลดค่าใช้จ่าย ลดตำแหน่งงานที่ซ้ำซ้อน

ปรับเปลี่ยนให้พนักงานทำงานจากออฟฟิศ 2-3 วันต่อสัปดาห์ และเลื่อนการทำไอพีโอที่วางแผนไว้ออกไปอีกด้วย

สาเหตุหลักที่ทำให้แคนวาต้องปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่คือเอไอ โดยคนทั่วโลกใช้เจนเนอเรทีฟเอไออย่างมิดเจอร์นีย์ ดัล-อี และสเตเบิลดิฟฟิวชัน สร้างภาพกันมากขึ้น ซึ่งสามารถทำได้ง่ายเพียงแค่พิมพ์ข้อความลงไป 

จนการใช้เทมเพลตภาพแบบเรียกเก็บเงิน ที่เป็นรายได้หลักของแคนวา เริ่มไม่จำเป็นอีกต่อไป 

นอกจากนี้เอไอยังสามารถแทนที่งานบางตำแหน่งของแคนวา เช่น นักเขียนคู่มือทางเทคนิค หรือฝ่ายสนับสนุนต่างๆ จนเริ่มหมดความจำเป็นและต้องถูกปลดไป 

เทรนด์การใช้เอไอยังกระทบต่อธุรกิจแพลตฟอร์มภาพทั้งระบบ รวมไปถึงแพลตฟอร์มด้านความคิดสร้างสรรค์ 

ตุลาคมที่ผ่านมา เก็ตตี้อิมเมจส์ แพลตฟอร์มคลังภาพได้ประกาศยื่นขอพิทักษ์จากการล้มละลาย ตามมาตรา 11 ของสหรัฐฯ

หลังการใช้เอไอสร้างภาพขึ้นเองทำให้คลังภาพถ่ายถูกลดความสำคัญ ประกอบกับการควบรวมกิจการกับคู่แข่งรายใหญ่อย่างชัตเตอร์สต็อก เพื่อรับมือกับเอไอก็ติดกฎหมายผูกขาดของสหราชอาณาจักรจนต้องล่มไปอีก 

ก่อนหน้านั้นเมื่อกันยายนที่ผ่านมา อะโดบี แพลตฟอร์มด้านความคิดสร้างสรรค์ ก็ต้องเปลี่ยนซีอีโอเป็นครั้งแรกในรอบ 18 ปี เพื่อให้สามารถรับมือกับเอไอได้ดีกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และเรียกคืนความเชื่อมั่นของนักลงทุน 

ทั้งนี้ แคนวาถือเป็นต้นแบบความสำเร็จบริษัทรุ่นใหม่ของออสเตรเลีย โดย 1 ใน 3 ผู้ก่อตั้งอย่าง เมลานี เพอร์กินส์ มั่นใจว่าการสร้างเทมเพลตภาพขึ้นแล้วเก็บค่าใช้บริการจะไปได้สวยในทางธุรกิจ

ซึ่งเธอคิดถูก จนตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัยด้วยวัย 19 ปีทั้งที่ยังเรียนไม่จบ เพื่อทุ่มเวลาให้กับแคนวาเต็มตัว ซึ่งความสำเร็จในเวลาต่อมาทำให้เธอได้เป็นหนึ่งในต้นแบบของนักธุรกิจหญิงชาวออสเตรเลียรุ่นใหม่อีกด้วย 

ต่อมาระหว่างปี 2020-2022 ช่วงที่โลกเผชิญการระบาดของโควิด กลับเป็นจุดสูงสุดของแคนวา เพราะการทำภาพและอินโฟกราฟิกฮิตมากในภาวะล็อกดาวน์ 

นี่ถือเป็นจุดสูงสุดของแคนวา โดยจำนวนผู้ใช้งานทั่วโลกเพิ่มขึ้นจาก 40 ล้านคนเป็น 265 ล้านคน ส่งให้มูลค่าบริษัทเพิ่มเป็นมากกว่า 40,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.3 ล้านล้านบาท) 

ความสำเร็จดังกล่าวทำให้แคนวาเติบโตและเดินหน้าซื้อกิจการแพลตฟอร์มเครื่องมือในการปรับแต่งภาพ อย่างสมาร์ตม็อกอัปส์ และคาไลโด ต่อเนื่องจากการซื้อแพลตฟอร์มภาพอย่าง เพกเซลส์ และพิกซาเบย์ 

แคนวายังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยมีการนำไปใช้งานอย่างแพร่หลาย ทั้งในกลุ่มอินฟลูเอนเซอร์ การนำเสนองานในองค์กร และฝ่ายการตลาด

 

รวมไปถึงการนำไปใช้ทำสื่อการสอนของครูและการทำการบ้านส่งครูของนักเรียนทั่วโลก

ทว่าการที่เทรนด์เอไอมาแรงและกระทบต่อแพลตฟอร์มภาพทั้งหมด ก็สะเทือนมาถึงแคนวา จนในที่สุดต้องประกาศปลดพนักงานครั้งใหญ่ / bbc, abc