เส้นทางจะผลักดันให้สตาร์ตอัปหนึ่ง ๆ โตเร็วโตแรงแบบก้าวกระโดดนั้นมีมากมาย  แต่มีอยู่ 2 ทางหลักที่ยอมรับกันทั่วไปในวงการ

ทางแรก ก็คือสร้างโมเดลธุรกิจที่ “เพิ่มยอดขายมาก ๆ ได้ (scalable) โดยแทบไม่ต้องเพิ่มคน เวลา และทุน ตามจำนวนยอดขายนั้น”

ซึ่งจุดนี้เองที่ทำให้สตาร์ตอัปโตเร็วส่วนใหญ่เป็นสายเทคโนโลยี เช่น เว็บและแอปต่าง ๆ  เพราะสามารถมีลูกค้าหรือผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นสิบ ร้อย หรือพันราย  ได้โดยไม่ต้องเพิ่มพนักงานไปขายไปดูแล ไม่ต้องเสียเวลาเพิ่มขึ้นกับลูกค้าแต่ละคนที่เพิ่มเข้ามา

 

…แต่ก็ต้องลงทุนช่วงแรกสุด เพื่อสร้างแอปหรือเว็บ และลงทุนเตรียมเซิร์ฟเวอร์ไว้รองรับจำนวนผู้ใช้ระดับหนึ่งไว้ก่อนแล้ว

 

เช่นตัวอย่างที่เราจะเล่าในวันนี้ ก็คือเส้นทางของมหาเศรษฐีสาววัย 35 ปีแห่งออสเตรเลีย ที่ชื่อ Melanie Perkins เจ้าของและผู้ก่อตั้ง Canva แอปทำกราฟิกกึ่งสำเร็จรูป ที่เน้นใช้ง่ายสำหรับผู้ไม่มีประสบการณ์งานออกแบบใด ๆ และใช้ฟรีได้ ถ้าไม่ต้องการฟีเจอร์ซับซ้อนมากนัก

เริ่มเรียนรู้จากธุรกิจแบบเดิม ๆ

 

เมลานีเริ่มเส้นทางธุรกิจตั้งแต่อายุแค่ 14 คือการขายผ้าพันคอแฮนด์เมดที่เธอออกแบบตัดเย็บเองทุกชิ้น โดยฝากขายกับร้านต่าง ๆ ในเมืองเพิร์ธบ้านเกิด  ซึ่งถือเป็นการขายสินค้าด้วยช่องทางแบบเก่าสไตล์ SME ดั้งเดิม

 

จากนั้นเมื่ออายุ 19 เมลานีก็หารายได้จากการเปิดคอร์สสอนทำกราฟิกด้วยโปรแกรม Photoshop โดยจัดคลาสสอนจริงแบบพบหน้ากัน ซึ่งเป็นการเปลี่ยนจากธุรกิจขายสินค้ามาเป็นการบริการ แต่ก็ยังเป็นแบบดั้งเดิมอยู่

 

จากนั้นในวัย 21 เธอกับแฟนหนุ่ม Cliff Obrecht ก็ร่วมกันก่อตั้งอีกธุรกิจ คือบริษัท  Fusion Books รับเหมาออกแบบทำหนังสือรุ่น โดยมีลูกค้าเป็นโรงเรียนต่าง ๆ ในออสเตรเลีย

 

แม้ธุรกิจ Fusion Books จะใหญ่กว่าธุรกิจสอนโฟโต้ช็อปแบบเดิมมาก  แต่ก็ยังเป็นธุรกิจขนาดกลางที่ยังไม่โตเร็วแรงแบบ Startup แต่อย่างใด  โดยปีแรกมีลูกค้า 15 โรงเรียน  ปีที่สอง 30 โรงเรียน และปีที่สาม 80 โรงเรียน

 

 

ก่อตั้ง Canvas – เข้าสู่เส้นทาง “freemium software as a service”

 

จนกระทั่งในเดือนสิงหาคมปี 2013 ด้วยวัย 27 เธอกับแฟนหนุ่มก็เริ่มทำแอป Canva ที่ให้ผู้คนโหลดฟรีไปทำกราฟิกเองได้ง่าย ๆ โดยเลือกจากต้นแบบกึ่งสำเร็จรูป (template) ที่มีให้เลือกหลากหลาย  เข้าสู่โมเดลแบบสตาร์ตอัป แล้วเติบโตเร็วแรงจนกลายมาเป็นคู่แข่งของ Photoshop ที่เธอเคยจัดคลาสสอนมาก่อน

 

นี่ถือว่าเป็นการเปลี่ยนเส้นทางจากธุรกิจ SME เดิมที่ต้องใช้กำลังคนและเวลาอย่างมากในการเติบโต  มาสู่เส้นทางสายสตาร์ตอัป ที่สามารถขยาย (scalable) ได้รวดเร็วกว่าธุรกิจขายผ้าพันคอ ธุรกิจสอนทำกราฟิก และธุรกิจรับออกแบบจัดพิมพ์หนังสือที่เธอเคยทำมาก

 

แอป Canva ก็เป็นหนึ่งในซอฟต์แวร์ที่ทำตามโมเดลธุรกิจ “Software as a Service” หรือ SaaS ซึ่งเป็นโมเดลยอดฮิตยุคนี้ คือให้ทดลองใช้ฟรีโดยมีฟีเจอร์พื้นฐาน ใช้ได้ทั้งผ่านเว็บไซต์ไม่ต้องโหลด หรือผ่านแอปมือถือที่โหลดเองง่าย ๆ

 

…แล้วจากนั้นถ้าใครต้องการฟีเจอร์หลากหลายขึ้น ก็จ่ายเพิ่มรายเดือนตามอัตราต่าง ๆกันไป

 

ซึ่งโมเดลนี้จะลงทุนมากหน่อยแค่ช่วงแรก คือช่วงสร้างแอป ทดสอบ และเตรียมระบบเซิร์ฟเวอร์ และโปรโมต

 

แต่หลังจากนั้นการมีลูกค้าเพิ่มแต่ละรายก็ไม่ได้เพิ่มต้นทุนเท่าไรนัก ต่างจากธุรกิจซอฟต์แวร์แบบเดิมที่ต้องมีพนักงานขายไปติดต่อหามา หรือต้องผลิตลงแผ่นซีดี บรรจุกล่องสวย ๆ พร้อมพิมพ์คู่มือ แล้วไปหาที่วางขายให้วุ่นวาย

 

เมื่อลูกค้าใช้จนคุ้นชินแล้ว ส่วนใหญ่ก็ยินดีจะจ่ายรายเดือนไปเรื่อย ๆ ดีกว่าย้ายไปใช้แอปอื่นที่ต้องศึกษาใหม่ให้เหนื่อย

 

และโดยเฉพาะกับลูกค้าองค์กร ที่เมื่อทดลองใช้ฟรี หรือจ่ายน้อย ๆ กับงานแรก ๆ จนโอเคแล้ว  ต่อไปก็อาจมีงานมากขึ้นเรื่อย ๆ จนต้องจ่ายแพงขึ้นเรื่อย ๆ กับแอปเดิมนั้นไปโดยปริยาย ซึ่งยิ่งนานก็ยิ่งยากจะย้ายไปใช้แอปอื่นได้ ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ธุรกิจซอฟต์แวร์ปรารถนา

 

 

หนีความซับซ้อนของซอฟต์แวร์อื่น ๆ สู่ความง่ายแบบกึ่งสำเร็จรูป

 

นอกจากทางแรกคือการทำธุรกิจที่โตง่าย (scalable) ที่กล่าวไปแล้ว ทางที่สองที่ควรต้องมีพร้อม ๆกัน ก็คือการสร้างสิ่งที่ “แก้ไข pain point ของผู้คน” ซึ่งหมายถึงการทำสิ่งที่จะมาแก้ไขปัญหาความไม่สะดวก ความสับสน หรือความลำบากของผู้คน

 

โดย pain point นั้น ต้องเป็นปัญหาที่มีผู้คนเผชิญอยู่ และมีความต้องการแก้ไข ในจำนวนคนที่มากพอ (market size ใหญ่พอ) และยังไม่มีคนอื่นตอบโจทย์ได้ หรือรายอื่น ๆ ยังตอบโจทย์ได้ไม่ดีพอ (ยังไม่มีคู่แข่ง หรือมีแล้ว แต่การแข่งขันยังไม่สูง)

 

ซึ่งก่อนที่จะมีแอป Canva นั้น  การทำกราฟิกมักต้องใช้โปรแกรมที่มีเมนูซับซ้อน เช่น Photoshop, Illustrator, ฯลฯ  ซึ่งแม้ว่าจะอยากทำแค่สิ่งเล็ก ๆ ที่ไม่เป็นทางการ เช่น การ์ดเชิญงานแต่งงานของตัวเอง, หรือหนังสือรุ่นของห้องเรียนตัวเอง, ฯลฯ

 

และการใช้โปรแกรมแนวนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับผู้ที่ไม่มีพื้นฐาน เดือดร้อนมือใหม่ต้องเสียเวลาไปศึกษาการใช้งาน ทั้งที่ไม่ได้ต้องใช้เป็นประจำ ไม่ได้ต้องการทำงานกราฟิกเป็นแต่อย่างใด

 

และ Canva ก็ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ปัญหา pain point ของคนกลุ่มนี้ เพราะในแอปจะมีแบบ (template) กึ่งสำเร็จรูปหลากหลาย เช่น รูปปกเพจเฟซบุ๊ก, กรอบโพสต์ในไอจี, นามบัตร, โบรชัวร์, เมนูอาหาร, ฯลฯ ให้เลือกนำไปปรับแต่งต่อได้ดังใจโดยไม่ต้องทำเองตั้งแต่ต้นจากศูนย์

 

ซึ่งแบบ template เหล่านี้ก็มีทั้งแบบพื้นฐานที่ฟรี และแบบอื่น ๆ ที่ต้องซื้อ ซึ่งนี่ก็เป็นแหล่งรายได้ของ Canva ในโมเดลธุรกิจแบบ freemium ซึ่งธุรกิจซอฟต์แวร์นิยมทำกันในยุคนี้

 

 

ไม่ต้อง “เขียนโค้ด” เป็น ก็ก่อตั้งและบริหารบริษัทซอฟต์แวร์ได้

 

            เราเคยได้ยินเรื่องราวของผู้ก่อตั้งบริษัทสายไอทีมากมาย ที่มีความรู้ด้านการเขียนโปรแกรม และลงมือทำผลิตภัณฑ์เวอร์ชั่นแรกด้วยตัวเอง เช่น บิลล์ เกตส์ แห่งไมโครซอฟท์,  มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก แห่งเฟซบุ๊ก, หรือลงมือประกอบเครื่องเองอย่าง สตีฟ วอซเนี้ยก แห่งแอปเปิล

 

ตรงกันข้าม เมลานีและแฟนหนุ่มนั้นไม่เคยทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์ใด ๆ มาก่อน  แต่เธอมี 2 สิ่งสำคัญที่ผลักดันให้มีวันนี้

 

สิ่งแรกคือวิสัยทัศน์ “Enable the whole world to be designer” ที่เธอเองได้เคยอธิบายไว้ว่า…

 

“ทุกคนมีความคิดสร้างสรรค์ของตัวเอง และทุกคนควรสามารถปลดปล่อยความคิดนั้นออกมาเป็นชิ้นงานได้  แม้ว่าจะไม่มีความรู้หรือประสบการณ์การใช้เครื่องมือหรือซอฟต์แวร์ใด ๆ มาก่อนก็ตาม”

 

และสิ่งสำคัญที่สอง  ก็คือการรู้จักผู้ใช้เป็นอย่างดี เพราะมีประสบการณ์ที่เคยทำงานสอน Photoshop ผู้คนมากมาย ได้รู้ว่าคนสับสนงุนงงกับจุดไหนบ้าง และได้เห็นความต้องการและปัญหาต่าง ๆ มามากมาย

 

ฉะนั้นแม้เธอจะ “เขียนโค้ด” ไม่เป็น แต่ก็ไม่มีปัญหาในการก่อตั้งและผลักดันแอป Canva จากวันแรกขึ้นมาได้ถึงวันนี้  โดยทุ่มเวลาไปกับการหาทุน เพื่อนำไปสรรหาคนเก่ง ๆ มาเขียนโค้ด แล้วถอยตัวเองขึ้นไปจัดการทีมงาน ดูแลผลิตภัณฑ์ที่ออกมาก็คือแอป Canva ให้ตอบโจทย์ผู้ใช้และพัฒนาไปเรื่อย ๆ อย่างเหมาะสม

 

และอีกบทบาทที่สำคัญ ก็คือ “เป็นหน้าเป็นตา” เป็นพรีเซนเตอร์ให้บริษัทตัวเอง นำเสนอประวัติชีวิตที่ให้แรงบันดาลใจกับคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะสาว ๆ ทั่วโลก ควบคู่กับการโปรโมตแอป Canva ของตัวเองไปพร้อมกัน

 

 

เติบโตแบบสตาร์ตอัป

 

ย้อนไปที่ยุคแรก ๆ ของบริษัท คือปี 2013 – 2015 แอป “แคนว่า” นี้ใช้เวลาแค่สองปี ก็มีผู้ใช้งานประจำจากทั้งในออสเตรเลียและทั่วโลกเกือบ 5 ล้านคน

 

และช่วงแรกของธุรกิจสตาร์ตอัปก็ต้องระดมทุนอยู่เรื่อย ๆ เพื่อพัฒนาแอปและเตรียมความพร้อมของระบบเซิร์ฟเวอร์  ทำให้เมลานีกับแฟนหนุ่มต้องตระเวนนำเสนอกิจการให้กองทุนและนักลงทุนต่าง ๆ ให้เข้ามาเป็นหุ้นส่วนอยู่เรื่อย ๆ

 

ยุคนั้นเธอโดนปฏิเสธจากนักลงทุนรวมแล้วถึงกว่า 100 ราย  …แต่ก็มีบางครั้งที่ระดมทุนมาได้สำเร็จ ซึ่งบางคนก็เป็นดาราดัง เช่น Owen Wilson และ Woody Harrelson

 

จากนั้นปี 2018 ห้าปีหลังก่อตั้ง แอป Canva ก็มีจำนวนผู้ใช้ประจำรวมกว่า 5 ล้านคนทั่วโลก และในปี 2020 เจ็ดปีหลังก่อตั้ง ก็มีผู้ใช้รวมเพิ่มก้าวกระโดดเป็นประมาณ 15 ล้านคน  โดยมีผู้ใช้แบบจ่ายเงินราว 3 แสนคนหรือ 2% ของทั้งหมด

 

กลางปี 2019  บริษัท Canva ได้ขยับขยายครั้งสำคัญ คือไปเข้าซื้อกิจการเว็บไซต์ Pixabay และ Pexels ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นคลังรูปถ่ายและรูปกราฟิกจำนวนมหาศาลกว่า 1 ล้านรูป เพื่อนำทั้งหมดไปให้ผู้ใช้ Canva เลือกไปประกอบชิ้นงานได้  เช่น โบรชัวร์ หนังสือ หรือเป็นฉากหลังในพรีเซนเตชั่น ฯลฯ

 

และในปีนี้ 2022 บริษัท Canva มีอายุเก้าปี มีผู้ใช้รวมแล้วกว่า 20 ล้านคนใน 190 ประเทศ มีมูลค่าที่ถูกประเมินล่าสุดอยู่ที่ 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 4 แสนล้านบาท เป็นบริษัทสตาร์ตอัปที่มีมูลค่าถึง 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ตั้งแต่ยังไม่เข้าตลาดหุ้น เป็นอีกหนึ่ง “unicorn startup” ซึ่งเป็นที่จับตามองว่าจะเข้าตลาดหุ้นเมื่อไร? และจะเข้าตลาดหุ้นออสเตรเลียหรือสหรัฐอเมริกา?

 

ทุกวันนี้ Melanie Perkins มีสินทรัพย์รวมประมาณ  6.5 พันล้านดอลลาร์ หรือราว 2.2 แสนล้านบาท และแฟนหนุ่ม Cliff Obrecht มีประมาณ 6.5 พันล้านดอลลาร์เท่ากัน  โดยทั้งสองครองหุ้น Canva กันคนละ 40% รวมแล้ว 80%

 

ฉะนั้น “ความรวย” ส่วนใหญ่ของทั้งคู่คือมูลค่าหุ้น Canva ซึ่งแม้จะยังไม่เข้าตลาดหลักทรัพย์ แต่ก็มี “มูลค่าประเมิน” มหาศาลประมาณ 1.63 หมื่นล้านดอลลาร์ฯหรือราว 5.5 แสนล้านบาท  โดยคำนวณตามสูตรการหามูลค่าสตาร์ตอัปที่ใช้กันทั่วไป  คือดูจากการระดมทุนจากคนอื่น ๆ ในส่วน 20% ที่เหลือนั้น ว่าได้เงินมาเท่าไร จากนั้นก็เทียบกลับไปจนทราบมูลค่ากิจการรวม และทราบมูลค่าหุ้นของทั้ง 2 ผู้ก่อตั้งได้นั่นเอง

 

 

 

แหล่งข้อมูลและภาพ

 

  forbes.com/profile/melanie-perkins

 

  forbes.com/profile/cliff-obrecht

 

  startuptalky.com/melanie-perkins-success-story

 

  entrepreneur.com/article/337730

 

  medium.com/priyanka-dasgupta/growth-marketing-hacks-from-6b-canva-b5dc5310e76d

 

  blog.appvirality.com/canva-growth-story

 

  dailymail.co.uk/news/article-9379243/Canva-founders-Melanie-Perkins-Cliff-Obrecht-one-Australias-richest-couples.html

 

  blog.markgrowth.com/growth-story-how-canva-acquired-10-million-users-within-5-years-bfe5275b321c

 

 womensagenda.com.au/business/entrepreneurs/now-leading-1-billion-startup-australias-melanie-perkins-advice

 

 careercontessa.com/interviews/canva-founder-melanie-perkins

 

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน