ภาคการเกษตรยังคงเป็นหนึ่งในฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทย โดยมีแรงงานอยู่ในภาคนี้ราว 30% ของประชากรทั้งประเทศ ขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจการเกษตรปี 2569 คาดว่าจะเติบโตประมาณ 2–3% แม้ต้องเผชิญความผันผวนของราคาพืชผล ภัยธรรมชาติ และแรงกดดันจากภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจกระทบห่วงโซ่อุปทานสินค้าเกษตรในหลายประเทศ
ท่ามกลางบริบทดังกล่าว บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด วางบทบาทของประเทศไทยให้เป็นฐานยุทธศาสตร์ของธุรกิจในภูมิภาค พร้อมตั้งเป้ารายได้ปี 2569 ที่ 62,000 ล้านบาท เติบโตประมาณ 12%
คุณคาซึโนริ ทานิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า ผลการดำเนินงานในปี 2568 อยู่ที่ประมาณ 55,000 ล้านบาท โดยโครงสร้างรายได้ยังคงใกล้เคียงเดิม คือ ตลาดในประเทศ 60% และต่างประเทศ 40% สะท้อนบทบาทของบริษัทในฐานะผู้ผลิตเครื่องจักรกลการเกษตรที่มีฐานตลาดในอาเซียนอย่างต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าปรับธุรกิจจากผู้ผลิตเครื่องจักรสู่ผู้ให้บริการ โซลูชันเกษตรครบวงจร
บริษัทวางตำแหน่งประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง “KUBOTA Agri Solutions” ในภูมิภาค ทำหน้าที่ทั้งเป็นพื้นที่ทดลองและพัฒนาเทคโนโลยีเกษตร รวมถึงศูนย์กลางถ่ายทอดองค์ความรู้ไปยังประเทศเพื่อนบ้าน
ในฝั่งตลาดในประเทศ ปีที่ผ่านมาได้รับแรงกดดันจาก ราคาพืชผลที่ชะลอตัว โดยเฉพาะราคาข้าว รวมถึงสถานการณ์น้ำท่วมในบางพื้นที่ ซึ่งกระทบกำลังซื้อของเกษตรกร
คุณวราภรณ์ โอสถาพันธุ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด ระบุว่า แม้เศรษฐกิจการเกษตรไทยปี 2568 จะขยายตัวประมาณ 3.3% จากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวย แต่ภาคเกษตรยังเผชิญแรงกดดันจากหลายปัจจัย ทั้งภัยธรรมชาติ มาตรการกีดกันทางการค้า และค่าเงินบาทที่แข็งค่า ซึ่งอาจกระทบความสามารถแข่งขันของสินค้าเกษตรไทยในตลาดโลก
อีกด้านหนึ่ง ภาคเกษตรกำลังเผชิญโจทย์เชิงโครงสร้าง คือ จำนวนคนรุ่นใหม่ที่เข้าสู่ภาคเกษตรลดลง บริษัทจึงเดินหน้าแนวคิด “KUBOTA Next Gen Farmer” เพื่อสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้และพัฒนาทักษะเกษตรสมัยใหม่ให้คนรุ่นใหม่
ขณะเดียวกัน ตลาดในภูมิภาคอาเซียนยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของธุรกิจ แม้บางพื้นที่จะเผชิญความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์
คุณปุณนะ วงศ์ธนาศิริกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้จัดการทั่วไปสายงานขาย การตลาดและบริการ กล่าวว่า บริษัทได้ปรับรูปแบบการดำเนินงานและเส้นทางโลจิสติกส์ เพื่อให้การส่งมอบสินค้าในภูมิภาคยังเดินหน้าต่อได้ แม้ต้นทุนด้านการขนส่งจะเพิ่มขึ้น
ในปี 2569 บริษัทเตรียมเปิดตัวนวัตกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรใหม่ ได้แก่ รถตัดอ้อย แทรกเตอร์พร้อมตู้แอร์ และโดรนการเกษตรเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำเกษตรและตอบโจทย์ข้อจำกัดด้านแรงงานที่เพิ่มขึ้น
ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก และประเด็นความมั่นคงทางอาหารที่หลายประเทศให้ความสำคัญมากขึ้น ภูมิภาคอาเซียนจึงยังคงเป็นหนึ่งในพื้นที่สำคัญของการเติบโตของอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรในระยะต่อไป


