สถานการณ์โควิดยังคงเป็นปัจจัยลบที่กระทบต่อเศรษฐกิจโลกในอนาคตอันใกล้

ธนาคารโลก (World Bank) ประเมินว่าปี 2022 เศรษฐกิจโลกยังคงชะลอตัว โดยมีอัตราเติบโตอยู่ที่ 4.1% ลดลงจากประเมินครั้งก่อน ส่วนในปี 2023 สถานการณ์อาจยังดีขึ้นไม่มาก ทำให้อัตราเติบโตน้อยลงไปอีก อยู่ที่เพียง 3.2% ซึ่งสาเหตุหลักมาจากสถานการณ์โควิดนั่นเอง

ปี 2020 เศรษฐกิจโลกได้รับผลกระทบอย่างมากจากวิกฤตโควิดรอบแรก ขณะที่ธุรกิจใหญ่ๆ ทั่วโลก เช่น สายการบิน ค้าปลีกและอุตสาหกรรมน้ำมันก็ซบเซาอย่างหนัก

จากนั้นนักลงทุนทั่วโลกก็ตกเป็นฝ่ายตั้งรับต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และลงทุนอย่างระมัดระวัง เพราะแทบทุกครั้งที่ชีพจรเศรษฐกิจโลกดีขึ้น ไม่นานก็เกิดการระบาดอีก นี่ทำให้เศรษฐกิจโลกคล้ายคนไข้ที่อาการมีแต่ทรงกับทรุด

ช่วงปลายปี 2021 การระบาดลดลงไปมาก จนเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มฟื้นตัว แต่แล้วข่าวร้ายก็ปรากฏ โดยโควิดเกิดกลายพันธุ์เป็นสายพันธุ์โอไมครอน และระบาดลามไปทั่วโลก

นอกจากนี้ยังมีรายงานการผสมกับโรคอื่นๆ เช่น การติดเชื้อซ้ำซ้อน ทั้งโควิดและไข้หวัดใหญ่ ที่เรียกว่า ฟลอโรน่า ในอิสราเอล ส่วนประเทศใหญ่ๆ ก็มีรายงานผู้ติดเชื้อรายวันแบบสูงสุดเป็นสถิติใหม่ (New High) ให้เห็น โดยล่าสุดคือฝรั่งเศส ที่ 11 มกราคมจำนวนผู้ติดเชื้อ อยู่ที่ราว 368,000 คน ทำลายสถิติเดิมที่ราว 332,000 คนของเมื่อ 5 มกราคม

ด้านจีนแม้ยังรับมือการระบาดได้ดี แต่ก็จำนวนเมืองที่จำเป็นต้องกลับมาใช้มาตรการล็อกดาวน์ก็กำลังเพิ่มขึ้น และมีแนวโน้มต้องใช้เพิ่มขึ้นอีก เพื่อจำกัดวงการระบาดให้ได้มากที่สุดก่อนเทศกาลตรุษจีน และโอลิมปิกฤดูหนาวที่ใกล้มาถึงช่วงกุมภาพันธ์นี้

ทั้งหมดทำให้ธนาคารโลกประเมินว่าเศรษฐกิจโลกจะชะลอตัว โดยปี 2022 อัตราเติบโตจะอยู่ที่ 4.1% จากเดิมที่คาดไว้เมื่อมิถุนายนปี 2021 ว่าจะโต 4.3% และยังลดลงจากเมื่อต้นปี 2021 ที่คาดว่าหากสถานการณ์โดยรวมดีขึ้นปี 2022 เศรษฐกิจโลกจะโตถึง 5.5%

แยกย่อยลงไปสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ในปีนี้ก็ไม่ดีนัก โดยธนาคารประเมินว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะโต 3.7% ลดลงจากการประเมินครั้งก่อนที่อาจโตถึง 5.6% ส่วนเศรษฐกิจจะจีนโต 5.1%  ลดลงจากการประเมินครั้งก่อนที่อาจโตถึง 8%

David Malpass ประธานธนาคารโลก

 

David Malpass ประธานธนาคารโลก กล่าวว่า “นอกจากสถานการณ์โควิดแล้ว ภาวะเงินเฟ้อที่สูงสุดในรอบ 13 ปี วิกฤต Supply Chain และวิกฤตหนี้ ก็เป็นปัจจัยลบที่ตรึงเศรษฐกิจโลกให้ติดอยู่ในภาวะชะลอตัว ทำให้รัฐบาลแต่ละประเทศต้องดำเนินนโยบายอย่างระมัดระวัง และประเทศที่ฐานะการเงินการคลังดีกว่าควรจะผ่อนปรนหรือช่วยเหลือ ประเทศเล็กหรือประเทศยากจน” / theguardain, ap, cnbc



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer

เพิ่มเพื่อน