KBank ในร่าง ไปรษณีย์ไทย ทำไม…ธนาคารถึงไม่ได้อยู่ใน สาขา ตัวเอง

และแล้วก็ไม่ใช่ “7 eleven” ที่จะรับบทบาท “แบงก์เอเยนต์” รายแรกในไทย

แต่กลับเป็น “ไปรษณีย์ไทย” ต่างหาก โดยมีธนาคารที่เป็นพันธมิตรคือ “กสิกรไทย”

ทำไมถึงไม่ใช่ “7 eleven” ทั้งที่นี้คือธุรกิจที่มีสาขามากที่สุดในเมืองไทยคือ 10,500 สาขา

คำตอบที่ชัดเจนที่สุดนั้นคือบรรดาธนาคารต่างๆ เองคงกำลังประเมิน ระบบความปลอดภัย เพราะที่ผ่านมาข่าวการปล้นร้านสะดวกซื้อร้านนี้ มีให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง ยิ่งหากเป็น “แบงก์เอเยนต์” ยิ่งเพิ่มความสนใจให้แก่มิจฉาชีพ เข้าไปอีกเท่าตัว

อีกทั้ง 7 eleven เองมากกว่า 50% ของสาขาทั้งหมดคือแฟรนไชส์ ที่จะทำให้ระบบการบริหารในธุรกิจแบงก์เอเยนต์ อาจมีความยุ่งยาก

ในขณะที่ “ไปรษณีย์ไทย” เองเมื่อก้าวมาจุดนี้ก็น่าจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคุ้มกันและระบบความปลอดภัยที่ชัดเจน

“ที่สำคัญไปรษณีย์ไทยมีศักยภาพสามารถเชื่อมต่อระบบกับธนาคารได้แบบเรียลไทม์ในการให้บริการลูกค้าได้อย่างมีคุณภาพและปลอดภัย โดยทุกธุรกรรมการเงิน ทางธนาคารจะดูแลรับผิดชอบการให้บริการผ่านตัวแทนเหมือน ธนาคารเป็นผู้ให้บริการเอง” พัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย บอกถึงเหตุผลที่เลือก “ไปรษณีย์ไทย”

โดยเบื้องต้นไปรษณีย์ไทยจะใช้สาขา 964 แห่งทั่วประเทศ จากที่มีอยู่ในมือตัวเอง 5,000 สาขา โดยบริการให้ลูกค้าฝากเงินเข้าบัญชีธนาคารกสิกรไทย โดยไม่ต้องเดินทางไปยังสาขาของธนาคาร

โดยระยะแรกจะเปิดบริการเรียลไทม์คือ “ฝากเงินสด” โดยมีค่าธรรมเนียม 20 บาท ที่เพิ่งเปิดบริการ จากนั้นในปีหน้าค่อยอัพเกรดเต็มรูปแบบเพิ่มบริการ ฝาก – ถอน – เปิดบัญชีใหม่ ในปีหน้า

นี้คืออีกหนึ่งแผนเสริมในช่วงพลัดใบที่เทรนด์ของธุรกิจธนาคารคือการกำลังลดจำนวนสาขาแล้วมุ่งสู่ Digital banking

แบงก์เอเยนต์

 

แน่นอนต่อไปนี้เราจะเห็นทุกธนาคารรวมถึง “กสิกรไทย” จะค่อยๆลดสาขา โดยเฉพาะในโลเคชั่นอันดับแรกที่จะถูกพิจารณาคือชุมชนตามเส้นทางริมถนน ต่างๆ ว่าสาขาไหนควรอยู่สาขาไหนควรไป ส่วนพื้นที่ศูนย์การค้าที่มี Traffic จำนวนลูกค้าสูงๆ จะกลายเป็นสาขาหลักๆ ที่ธนาคารจะยึดสมรภูมินี้ไว้

จากนั้น “แบงก์เอเยนต์” อย่างไปรษณีย์ไทย ก็จะไปอุดรอยรั่วตรงสาขานอกศูนย์การค้าที่ถูกปิดไป

เพราะอย่าลืมว่าถึงที่ผ่านมาธนาคาร “กสิกรไทย” จะบิวด์ให้ลูกค้าตัวเองใช้บริการ App ที่ชื่อ K PLUS ด้วยโฆษณาและโปรโมชั่นฟรีค่าธรรมเนียมต่างๆจนปัจจุบันมีถึง 8.1 ล้านบัญชีและตั้งเป้าไว้สิ้นปีนี้จะมีถึง 10 ล้านบัญชี

แต่ก็ยังมีลูกค้าอีกจำนวนมากที่ยังไม่ได้ใช้ K PLUS โดยเฉพาะกลุ่มคนสูงอายุและคนในพื้นที่ต่างจังหวัด

การเปิด KBank ในร่างไปรษณีย์ ไทย ที่ให้บริการเหมือนสาขาของธนาคารทั้งฝากเงินสด ถอน จ่ายบิล และเปิดบัญชี ก็เพื่อเสิร์ฟลูกค้ารายย่อยกลุ่มคนที่ยังไม่ใช้ Digital banking 

โดยตั้งเป้าเมื่อถึงสิ้นปี 2018 จะมีลูกค้าทำธุรกรรมการเงินผ่านไปรษณีย์ 150,000 ธุรกรรม และเมื่อครบ 3 ปีแรกจะมียอด 600,000 ธุรกรรมการเงินผ่านไปรษณีย์

ที่น่าสนใจจากการเปิดเผยของ พัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย ยังบอกว่า KBANK อาจไม่ได้หยุดอยู่แค่ ไปรษณีย์ไทย แต่กำลังประเมินว่า ร้านสะดวกซื้อ, ห้างสรรพสินค้า,สถานีบริการน้ำมัน จะทำธุรกิจแบงก์เอเยนต์ได้หรือไม่

แต่ที่แน่ๆ ดีลนี้คนที่ “อมยิ้ม” มากที่สุดนั้นคือ “ไปรษณีย์ไทย” เพราะจากปีที่แล้ว 2017 มีรายได้ 27,870 ล้านบาทเติบโต 10% และเมื่อเสริมธุรกิจใหม่เข้ามาอย่าง “แบงก์เอเยนต์”  แน่นอนเมื่อจบปี 2018 “ไปรษณีย์ไทย” ก็น่าจะมีรายได้เติบโตมากขึ้น

ที่น่าสนใจคือหากย้อนกลับไป 7 ปีที่แล้ว “ไปรษณีย์ไทย” เองก็เปิดบริการ Bank@Post ที่ร่วมกับธนาคารพาณิชย์หลายแห่งรับฝากเงินเข้าบัญชีธนาคารและอัพยอดเงินเข้าแบบ Real Time ผ่าน 1,500 สาขาของตัวเอง

ซึ่งนั้นแปลว่า “ไปรษณีย์ไทย” ก็สะสมประสบการณ์ในการทำธุรกิจการเงินมาพอสมควร และน่าจะเป็นอีกหนึ่งเหตุผลหลักที่ทำให้ธนาคาร “กสิกรไทย” เลือกที่จะเป็นพันธมิตรในครั้งนี้

สิ่งที่น่าคิดต่อไปคือ ธนาคารไหนจะ Move ไปสู่แบงก์เอเยนต์แลัวจะเลือกใครเป็นพันธมิตร

พร้อมกับตั้งคำถามสมมติขึ้นมาว่า ถ้าวันใดวันหนึ่งในอนาคตข้างหน้า Digital banking ได้กลายเป็นเส้นเลือดใหญ่ในการเข้าถึงลูกค้าทั่วประเทศ พร้อมกับบรรดาธนาคารต่างมองว่า “สาขา” ที่ตัวเองเหลือไว้อยู่ในมือเพียงพอที่จะบริการลูกค้า

พันธมิตรอย่างแบงก์เอเยนต์ก็อาจจะถูกธนาคารเขี่ยทิ้งก็เป็นไปได้

หรืออีกทางเลือกหนึ่ง “ธนาคาร” อาจจะหักมุมปิดสาขาเล็กๆ ให้หมด แล้วเลือกใช้ “แบงก์เอเยนต์” มาทดแทนสาขาเล็กๆ ที่ปิดตัวลง ไป

จะ “หัว” หรือ “ก้อย” ตัวแปรของคำตอบคือพฤติกรรม “ลูกค้าทั่วประเทศ”


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline

 

 

 


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer