EV Car แบรนด์เอเชีย หรือจะ Plugin hybrid รถหรูแบรนด์ยุโรป ดี?

หลังจาก Nissan Leaf เปิดตัวพร้อมราคาขายในงาน Motor Expo 2018 ด้วยราคา 1.99 ล้านบาท รวมถึงค่ายรถเกาหลีอย่าง Hyundai IONIQ Electric และ KIA  SOUL EV ก็มีราคาขายที่แพงกว่าที่คิดไว้หมดทุกคัน

เหตุผลที่ EV Car ราคาแพงจนทำเอาหลายคนตกใจ โดยเฉพาะรถที่เป็นกระแสมากที่สุดก็คือ Nissan Leaf ที่ราคาเปิดตัวในอเมริการุ่นเริ่มต้น  29,990 ดอลลาร์ หรือคิดเป็นเงินไทย 9.95 แสนบาท

แต่…เมื่อ Nissan เลือกจะนำเข้ามาทั้งคันแล้วขายในไทยราคากลับทะยานไปถึง 1.99 ล้านบาท ทั้งๆ ที่รถไฟฟ้าได้ลดหย่อนภาษีด้านมลพิษจากภาครัฐ แต่กลับต้องไปเจอภาษีแบตเตอรี่รถไฟฟ้า เลยทำให้ราคาพุ่งพรวด

ด้วยราคาที่แพงเกินคาด ทำให้มีการเปรียบเทียบจากกลุ่มลูกค้าว่าหากวันนี้ต้องตัดสินใจก้าวไปสู่เทคโนโลยีแห่งอนาคต จะเลือกซื้อ EV Car แบรนด์เอเชียไปเลย หรือจะเพิ่มเงินอีกนิดซื้อระบบ Plugin hybrid แบรนด์หรูรถยุโรปอย่าง BMW และ Benz ดี

ถึง Plugin hybrid รถยุโรปจะแพงกว่านิดหน่อยหากเทียบกับ EV Car แบรนด์เอเชีย แต่ก็ได้ Image ความหรูหราและเทคโนโลยีในส่วนอื่นๆ ที่เหนือกว่า EV Car แบรนด์เอเชีย ณ เวลานี้ 

แล้ว EV Car แบรนด์เอเชียมี “จุดขาย” อะไรที่เหนือกว่า Plugin hybrid รถหรูแบรนด์ยุโรป ก็ต้องบอกว่าเป็นรถที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าเต็มระบบ 

โดยการชาร์จไฟต่อ 1 ครั้ง รถ EV Car ทั้ง 3 แบรนด์ สามารถขับได้ไกลถึง 240-311 กิโลเมตร และวิ่งในความเร็วได้ 110-140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยใช้เวลา 6-12  ชั่วโมงต่อการชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็ม 1 ครั้ง ขึ้นอยู่กับว่าจะเลือกโหมดการชาร์จแบบไหนและขนาดของแบตเตอรี่ของ EV Car คันนั้นๆ 

ในขณะที่ภาพรวมกลุ่ม Plugin hybrid รถหรูแบรนด์ยุโรป นั้นที่มีการขับเคลื่อน 2 ระบบคือการใช้เชื้อเพลิงกับระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า

และหากวัดเฉพาะระบบขับเคลื่อนแบบใช้ไฟฟ้าเพรียวๆ ของรถ Plugin hybrid อย่าง BMW, Benz นี่แหละ! ที่เมื่อเทียบกับ EV Car ยังถือว่าเป็นรองอยู่พอสมควร 

โดยมีค่าเฉลี่ยการวิ่งด้วยระบบไฟฟ้าเพรียวๆ เมื่อชาร์จแบตเตอรี่เต็มจะอยู่ที่ 28-40 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง โดยสามารถทำความเร็วได้ประมาณ 100-120 กิโลเมตร/ชั่วโมง

จะเห็นว่า Plugin hybrid เมื่อเปลี่ยนไปในโหมดขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าเพรียวๆ จะวิ่งได้ที่ 28-40  กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ถือเป็นระยะทางที่ห่างไกลจากกลุ่มรถ EV Car แบรนด์เอเชียที่วิ่งได้ 240-311 กิโลเมตรต่อการชาร์จไฟ 1 ครั้ง

ซึ่งนั่นแปลว่า EV Car ที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าเต็มระบบจะประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่า ยกตัวอย่าง Nissan Leaf หากชาร์จไฟเต็มแบตเตอรี่จะเสียค่าไฟอยู่ที่ 200-300 บาทแต่วิ่งได้ถึง 300 กว่ากิโลเมตร 

ในขณะที่กลุ่ม Plugin hybrid หากชาร์จไฟเต็มวิ่งด้วยระบบไฟฟ้าเพรียวๆ ก็จะวิ่งได้ที่ 28-40  กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง 

ซึ่งแน่นอนราคาน้ำมันย่อมแพงกว่าค่าใช้จ่ายในการชาร์จไฟมากอยู่พอสมควร และต้องมีอยู่หลายครั้งที่คนขับรถ Plugin hybrid จะต้องหันไปพึ่งพาใช้พลังงานเชื้อเพลิงเพราะแบตเตอรี่มีความจุไม่มากพอในการขับเคลื่อนระยะทางไกล 

ส่วนจะซื้อ EV Car หรือ Plugin hybrid รถหรูแบรนด์ยุโรป คงต้องไปเทียบฟีเจอร์และฟังก์ชันการใช้งานจนไปถึงสมรรถนะ ว่าแบบไหนคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป

แต่หากรอได้ ในอนาคตอันใกล้หาก EV Car มีโรงงานประกอบรถและผลิตแบตเตอรี่ในประเทศไทย ราคาขายเชิง Mass ไม่ถึง 1 ล้านบาท จะมีให้เลือกหลายค่ายหลายโชว์รูมกันเลยทีเดียว 


อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่  WebsiteMarketeeronline.co / Facebookwww.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer