วิทยุออนไลน์ ทำไมไม่เกิดสักที ? วิเคราะห์สถานการณ์และอุปสรรคสกัดตลาดวิทยุออนไลน์

ธุรกิจวิทยุมีปัญหาเรื่องค่าเช่าสัมปทานคลื่นที่แพง ที่มาพร้อมกับการขึ้นราคาทุกครั้งเมื่อหมดสัญญา

เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วปัญหาค่าเช่าสัมปทานอาจจะเป็นปัญหาที่แก้ได้ เพราะถ้าคลื่นยังมีผู้ฟังจำนวนมากทั้งหน้าปัดวิทยุและการขยายสู่ฐานผู้ฟังใหม่ๆ ในต่างจังหวัดผ่านช่องทางออนไลน์

เมื่อผู้ฟังหน้าปัดมารวมกับผู้ฟังออนไลน์ นั่นหมายถึงความสามารถในการหารายได้จากโฆษณาเพิ่มมากขึ้น จากการขยายช่วงเวลาสปอตโฆษณา หรือขึ้นราคาโฆษณาเช่นกัน

วิทยุออนไลน์ 100% เกมที่สถานีวิทยุมองพลาด

เมื่อ 4 ปีที่ผ่านมา ได้มีคลื่นวิทยุเริ่มมองว่า ช่องทางออนไลน์เป็นช่องทางที่มีผู้ฟังจำนวนมากจากผู้บริโภคที่ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตสู่โลกออนไลน์ทั้งวันทั้งคืนผ่านสมาร์ทโฟน และช่องทางนี้อาจจะกลายเป็นช่องทางหลักที่ผู้ฟังใช้ฟังในอนาคต

นอกจากนี้ ช่องทางออนไลน์ยังเป็นช่องทางที่ไม่ต้องเสียค่าสัมปทานเช่าคลื่นวิทยุเหมือนสถานีวิทยุตามหน้าปัด ที่จะต้องจ่ายเป็นประจำตามสัญญาที่ทำไว้อีกด้วย

ทำให้คลื่นวิทยุบางคลื่นยอมทุบหม้อข้าวตัวเอง ปิดคลื่นบนหน้าปัดวิทยุ และหันไปเปิดวิทยุออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ เพราะมองว่าอาจจะทำให้ธุรกิจมีสภาพคล่องขึ้น จากการตัดรายจ่ายค่าเช่าคลื่นออกไป

อย่างเช่น Cat Radio คลื่นวิทยุสำหรับผู้ฟังเพลงแนวอินดี้ เปลี่ยนตัวเองสู่วิทยุออนไลน์เต็มตัวในปี 2558

หรือ Chill Online ของเอไทม์มีเดีย ที่ปรับตัวเองเป็นวิทยุออนไลน์เต็มตัวในปี 2560

แต่ Marketeer มองว่า การเข้าสู่ธุรกิจวิทยุออนไลน์ 100% เต็ม อาจจะเป็นการเดาพฤติกรรมผู้บริโภคที่ผิดพลาดไปนิด เพราะล่าสุดจากรายงานของ กสทช. ถึงพฤติกรรมการรับฟังวิทยุเดือนพฤศจิกายน 2561 ยังพบว่าผู้คนส่วนใหญ่นิยมรับฟังวิทยุผ่านทางเครื่องรับวิทยุ 73.12%  ฟังผ่านมือถือ 25.83% และผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ 1.05% ซึ่งถือว่ามีสัดส่วนที่ยังน้อยเมื่อเทียบกับการฟังวิทยุจากช่องทางปกติ

คนฟังวิทยุออนไลน์ยังมี แต่ถ้าฟังเพลงออนไลน์จริง ฟังสตรีมมิ่งดีกว่า

แม้จากรายงานของ กสทช. แสดงให้เห็นพฤติกรรมคนฟังวิทยุทั่วประเทศ ยังคงฟังวิทยุผ่านเครื่องรับเป็นหลัก และฟังออนไลน์เพียง 26.88% เท่านั้น ซึ่งการฟังออนไลน์ของผู้ฟังเหล่านี้ส่วนใหญ่แล้วฟังเพราะดีเจ

การที่สัดส่วนคนฟังวิทยุผ่านช่องทางออนไลน์น้อยลง ส่วนหนึ่งเพราะวิทยุออนไลน์ถูกบริการสตรีมมิ่งมิวสิกอย่าง Joox, Spotify และเพลงบน Youtube ที่เป็นของค่ายเพลงโดยตรงที่ผู้ฟังสามารถเลือกฟังได้ตามใจ เข้ามา Disturb วิทยุออนไลน์อีกที

เพราะการมาของบริการเหล่านี้ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ได้มาแย่งชิงผู้ฟังไปจากวิทยุออนไลน์ไปทั้งสิ้น เนื่องจากผู้ฟังสามารถเลือกฟังเพลงที่ต้องการได้ตามใจ มีฟีเจอร์จัดเพลงตามอารมณ์ให้ฟังแบบยาวต่อเนื่อง และไม่ต้องทนฟังเพลงที่ดีเจบังคับให้ฟังอีกด้วย

ซึ่งเท่ากับว่า ถ้าไปออนไลน์ 100% เต็มแล้วดีเจไม่แข็งแรงพอ หรือมีกิจกรรมการตลาดออนกราวด์อื่นๆ มาช่วยสร้างพลังให้กับธุรกิจก็ไม่สามารถอยู่รอดปลอดภัยในระยาว

อย่างเช่น Cat Radio คลื่นบนหน้าปัดที่เปลี่ยนตัวเองสู่วิทยุออนไลน์ 100% ตั้งแต่ปี 2558 ได้สร้างจุดเด่นให้กับคลื่นตัวเองด้วยดีเจแนวอินดี้ที่เคยจัดอยู่คลื่น Fat Radio ที่ปิดตัวไป ซึ่งดีเจเหล่านั้นมีแฟนคลับเป็นของตัวเองมาจัดรายการ เพื่อดึงผู้ฟังให้เข้ามาติดตามผ่านช่องทางออนไลน์ทั้งหมด

และมีการจัดกิจกรรมอื่นๆ เพิ่มเติมเพื่อสร้างรายได้นอกเหนือจากสปอตโฆษณา อย่างเช่น การจัดงาน CatExpo มหกรรมดนตรี Cat T-Shirt งานขายเสื้อยืด และ Cat Foodival มหกรรมอาหาร เป็นต้น

สตรีมมิ่งมิวสิก ไม่ได้มาแค่ Disturb วิทยุออนไลน์ แต่มาแย่งรายได้ของวิทยุกรุงเทพด้วย

แต่อย่างไรก็ดี การมาของบริการสตรีมมิ่งมิวสิก ไม่ได้มาดึงคนฟังวิทยุออนไลน์อย่างเดียว แต่ยังมาดึงมูลค่าโฆษณาของคลื่นวิทยุกรุงเทพโดยรวมลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ ในปี 2017 ที่มูลค่าโฆษณาลดลงอย่างเห็นได้ชัด จากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และการเติบโตด้านผู้ฟังของ Joox อย่างต่อเนื่อง ที่มาพร้อมการเข้ามาบุกตลาดไทยของ Spotify

แล้วคุณล่ะ วันนี้ฟังเพลงจากไหน

อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ 
Website : Marketeeronline.co / Facebook : www.facebook.com/marketeeronline


ติดตามนิตยสาร Marketeer ฉบับดิจิทัล
อ่านได้ทั้งฉบับ อ่านได้ทุกอุปกรณ์ พกไปไหนได้ทุกที
อ่านบน meb : Marketeer