เมื่อต้องแต่งตัวให้เข้ากับธีมปาร์ตี้ สิ่งที่หลายคนคิดก็คงจะหนีไม่พ้นการเช่าชุดที่เป็นคาแรกเตอร์ต่างๆ มาสวมใส่ ต่างจากเอแคลร์สิรัญธยา หงวนศิริ และ เนตร-นทีกานต์ เต็มภัทรศักดิ์ ที่ในวันปาร์ตี้ธีม American ขณะที่เพื่อนๆ ของทั้งสองเลือกที่จะแต่งตัวมาเป็น Marilyn Monroe บ้าง Michael Jackson บ้าง

แต่เอแคลร์และเนตรเลือกที่จะตัดเย็บชุดปาร์ตี้ด้วยตัวเอง แล้วตีความความเป็น American ออกมาในรูปแบบของ American food ที่เนตรเป็น Mustard เอแคลร์เป็น Ketchup แล้วให้เพื่อนอีกคนหนึ่งใส่เป็น Hotdog

ความสร้างสรรค์ที่หยิบสิ่งรอบตัวมาใส่ในชุดปาร์ตี้นี้ จึงทำให้เพื่อนในงานอีกหลายๆ คนต่างชื่นชอบ และขอหยิบยืมชุดที่ทั้งสองเป็นคนตัดเย็บไปใส่ จากชุดที่ตั้งใจทำมาเพื่อใส่เล่นๆ ในวันนั้น ก็กลายมาเป็น HOORAY! costume studio ธุรกิจที่เปิดให้เช่าชุดสำหรับงานปาร์ตี้ในแบบที่เราไม่เคยเห็นที่ไหน

ความแตกต่างของ HOORAY ไม่ได้มีแค่ดีไซน์ แต่ยังรวมไปถึงความเข้าใจลูกค้า ที่รู้ว่าบางคนไม่ได้อยากจะแต่งตัวแบบอลังการไปจากบ้าน ชุดปาร์ตี้ของ HOORAY จึงออกแบบมาให้สามารถสวมทับไปกับชุดเดิมได้เลย

และไม่ใช่แค่ความคิดสร้างสรรค์ แต่แนวคิดในการทำธุรกิจของสองคนรุ่นใหม่นี้ก็ยังเป็นอะไรที่น่าสนใจไม่แพ้กัน

ทั้งวิธีการบริหารจัดการชุดที่ทำให้ผู้คนไม่รู้สึกเบื่อและสามารถใส่ซ้ำหลายครั้งได้ หรือเพิ่มช่องทางของรายได้ ที่ไม่ได้มาจากการเช่าชุดของพวกเขาแค่เพียงอย่างเดียว

แล้วเบื้องหลังของชุดที่สร้างความสนุกให้กับผู้คนของ HOORAY! จะเป็นยังไง?

มาหาคำตอบกันต่อได้ จากบทสัมภาษณ์ระหว่าง Marketeer กับ HOORAY! ที่ด้านล่างนี้

จุดเปลี่ยนที่เปลี่ยนเรื่องเล่นๆ ให้กลายมาเป็นธุรกิจจริงจัง

หลังจากที่มีคนมาถามมาขอยืมชุด Ketchup, Hot-dog และ Mustard เยอะมาก เอแคลร์และเนตรจึงเกิดความคิดที่ว่า “แล้วทำไมเราไม่ทำชุดจริงๆ จังๆ ขึ้นมาเพื่อแบ่งให้คนอื่นเช่าด้วยเลยล่ะ” ทั้งสองจึงลองผิดลองถูกช่วยกันออกแบบชุดปาร์ตี้ใหม่ๆ โดยหยิบสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวมาเป็นไอเดีย ไม่ว่าจะเป็นชุดไข่ดาว ชุดหัวใจ ชุดเบคอน หรือแม้กระทั่งชุดแมลงสาบ

และด้วยความที่มันไปตรงกับจริตของใครหลายคน HOORAY! จึงได้รับความนิยมจากผู้คนมากมาย สะท้อนได้จาก 1 สัปดาห์หลังเปิด Instagram ของแบรนด์ ก็มีคนเข้ามากด Follow มากกว่า 20,000 Followers มียอดแชร์มากกว่า 100 ครั้ง

ที่นอกจากจะเอาไปใส่ในงานปาร์ตี้แล้ว ยังมีคนเอาชุดของ HOORAY! ไปใส่วิ่งมาราธอน ใส่ตอนขายของเพื่อเรียกลูกค้า เซอร์ไพรส์วันเกิดแฟน หรือแม้กระทั่งใส่ถ่ายรายการจนทำให้ HOORAY! ได้รับ Free Media จากสื่อหลายเจ้าไปมากมาย

ไม่ได้ออกแบบเป็นชุดๆ แต่ออกแบบเป็นคอลเลกชั่น

ก่อนหน้า HOORAY! จะออกคอลเลกชั่นใหม่เฉลี่ยเดือนละ 1 ครั้ง แต่ในวันที่แบรนด์ได้รับความนิยมมากขึ้นจึงขยายการออกคอลเลกชั่นเป็น 2 ครั้งต่อ 1 เดือน เพื่อให้ชุดมีความหลากหลายและเพียงพอต่อความต้องการของลูกค้า

ซึ่งในตอนนี้ HOORAY! มีชุดทั้งหมดประมาณ 40 ชุด ออกแบบจากความชอบของทั้งสองที่เริ่มคิดด้วยการเซตธีมขึ้นมาก่อน อย่างคอลเลกชั่น 90s ที่พอพูดถึง 90s แล้วนึกอะไรออกบ้าง ก็จะลิสต์ออกมาเป็นข้อๆ แล้วค่อยมาตัดตัวเลือกออกจนเหลือประมาณ 3-5 แบบ

ที่เมื่อตัดสินใจร่วมกันเสร็จ เอแคลร์จะมีหน้าที่นำชุดนั้นๆ ไปต่อยอด ดูว่าชุดจะใส่ความสนุกอะไรลงไปได้อีกบ้าง ส่วนเนตรจะเป็นคนดูว่าชุดไหนที่จะเอามาใช้เป็น commercial piece

วิธีจัดการชุดที่มีจำนวนไม่มาก ให้ผู้คนไม่รู้สึกเบื่อ

Mix&Match ชุดข้ามคอลเลกชั่นเป็นอีกวิธีในการนำเสนอของ HOORAY! ที่ทำให้จำนวนชุดที่มีอยู่ไม่มากใส่ได้บ่อยขึ้น และทำให้ผู้คนไม่รู้สึกเบื่อ

โดยเอแคลร์และเนตรจะนำความคิดสร้างสรรค์ที่ตัวเองมีมาบวกรวมกับความคิดสร้างสรรค์ของลูกค้า ด้วยการนำชุดที่มีอยู่มาสร้างธีมใหม่ๆ เช่น หากมีธีมเป็นสีเหลืองก็สามารถนำชุดมัสตาร์ด สับปะรด ดาว และกล้วยไปใส่ด้วยกันได้, ปาร์ตี้ธีมตัว R ก็เล่นคำเอาชุด อา-หงุ่น ไปใส่กับ อา-โวคาโด จนกลายเป็นความสนุกในรูปแบบใหม่ๆ และทำให้ภาพที่ออกมาดูเป็นอะไรที่ไม่ซ้ำซากจำเจ

ขยายช่องทางรายได้ ที่ไม่ได้มาจากการเช่าชุดของตัวเองเพียงอย่างเดียว

เพราะรู้ว่าวัตถุประสงค์ของลูกค้าส่วนใหญ่คือเอาไปใส่ในงานปาร์ตี้ HOORAY! จึงเพิ่มช่องทางรายได้ด้วยการจับมือกับพาร์ตเนอร์ที่รู้จักเพื่อร่วมกันเป็นออร์แกไนเซอร์ให้กับงานปาร์ตี้ งานวันเกิด และงานเซอร์ไพรส์ต่างๆ ที่จะมีของขวัญ มีพร็อพ มีลูกโป่งมาบริการแบบครบเซต

นอกจากนี้แล้วก็ยังเปิดพื้นที่ให้คนที่มีชุดปาร์ตี้อยู่แล้วเอาชุดของตัวเองออกมาให้เช่า โดยมี HOORAY! เป็นตัวกลางที่จะทำการประชาสัมพันธ์ให้กับเจ้าของชุดนั้นๆ ถือเป็นโมเดลแบบ win-win situation เพราะเอแคลร์และเนตรก็ไม่ต้องแบกรับต้นทุนของชุด ส่วนเจ้าของชุดนั้นๆ ก็สามารถหารายได้จากสิ่งที่มีอยู่ได้โดยมี HOORAY! เป็นช่องทางในการขาย

จากธุรกิจที่เริ่มด้วย passion และความสุขในการไปงานปาร์ตี้ของตัวเอง ทุกวันนี้ความสุขของเอแคลร์และเนตรก็ได้ขยายเพิ่มขึ้นกว่าแต่ก่อน

ไม่ใช่แค่ความสุขที่สามารถหาเงินจากสิ่งที่รักได้เท่านั้น แต่คือความสุขที่ได้เห็นลูกค้าของพวกเขามีความสุขนั่นเอง

“จริงอยู่ที่ตอนแรกเริ่มทำร้าน ความสนุกของพวกเราคือการได้ออกแบบชุดแปลกๆ ได้ทำให้มันเป็นรูปเป็นร่าง เอาชุดมาใส่แล้วก็ขำกันอยู่ไม่กี่คนกับกลุ่มเพื่อน แต่พอมาตอนนี้ได้เห็นว่ามีคนเข้าใจในสิ่งที่พวกเราทำ แล้วรักมันเหมือนกับที่พวกเรารัก

ความสุขตอนนี้เลยอยู่ที่การได้รับรู้ว่าลูกค้าจะเช่าชุดไปเนื่องในโอกาสอะไร บางอย่างเรานึกไม่ถึงเลยจริงๆ เช่น เอาไปใส่แก้บน, วิ่งมาราธอน, เปิดบูธขายของ อะไรแบบนี้

การรอดูรูปจากลูกค้าว่าเขาเอาไปใส่แล้วเป็นยังไงบ้าง ลูกค้าแต่ละคนเวลาเอาชุดไปใส่ก็จะโพสต์ท่าเต็มที่มาก การได้ยิน Feedback จากลูกค้า รวมไปถึงการได้ทำ collaboration กับธุรกิจอื่นๆ ที่มีอุดมการณ์เดียวกัน ได้ต่อยอดเป็นอะไรใหม่ๆ มันสนุกมากจริงๆ ค่ะ” – เอแคลร์/เนตร



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer