“มัลแวร์” หรือ Malicious Software เป็นโปรแกรมประสงค์ร้ายต่างๆ โดยทำงานในลักษณะที่เป็นการโจมตีระบบ การทำให้ระบบเสียหาย รวมไปถึงการโจรกรรมข้อมูล

โดย มัลแวร์ แบ่งออกได้หลากหลายประเภท อาทิ ไวรัส Virus เวิร์ม Worm หรือหนอนอินเทอร์เน็ต ม้าโทรจัน Trojan Horse การแอบดักจับข้อมูล Spyware และ คีย์ ล็อกเกอร์ Key Logger เป็นต้น

ด้วยเหตุนี้ บริษัท เช็คพอยท์ ซอฟต์แวร์ เทคโนโลยีส์ จำกัด ผู้ให้บริการชั้นนำด้านโซลูชั่นความปลอดภัยระดับโลก ได้เห็นความสำคัญในการป้องกันภัยมัลแวร์ จึงได้เผยแพร่รายงานสรุปความปลอดภัยในปี พ.ศ.2562  โดยเน้นยุทธวิธีหลักๆ ที่อาชญากรคอมพิวเตอร์ใช้เพื่อโจมตีองค์กรทั่วโลกในอุตสาหกรรมต่างๆ และให้ข้อมูลที่จำเป็นแก่ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยคอมพิวเตอร์เพื่อปกป้ององค์กรของตนจากการโจมตีและภัยคุกคามทางคอมพิวเตอร์ ดังนี้

ต้องรู้ก่อนโดนบุก

  1. มัลแวร์ขุดบิตคอยน์

มัลแวร์ขุดบิตคอยน์ติดสี่อันดับแรกของมัลแวร์ที่ชุกชุมที่สุด และส่งผลกระทบต่อองค์กรทั่วโลกจำนวน 37% ในปี 2561 แม้ว่ามูลค่าของสกุลเงิน cryptocurrency ทั้งหมดเริ่มตก แต่บริษัทต่างๆ จำนวน 20% ยังคงถูกโจมตีทุกสัปดาห์จากมัลแวร์ที่แอบขุดบิตคอยน์

และเมื่อเร็วๆ นี้ มัลแวร์ขุดบิตคอยน์ยังได้พัฒนาไปอย่างมาก โดยอาศัยช่องโหว่ที่รู้จักดีและหลบเลี่ยงระบบแซนด์บ็อกซ์และระบบความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อแพร่กระจาย

  1. โทรศัพท์มือถือคือเป้าเคลื่อนที่

องค์กรจำนวน 33% ทั่วโลกถูกโจมตีโดยมัลแวร์บนโทรศัพท์มือถือ โดยมัลแวร์ 3 ประเภทแรกที่ติดอันดับได้พุ่งเป้าการโจมตีที่ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ในปี 2561 พบหลายกรณีที่มัลแวร์บนโทรศัพท์มือถือถูกติดตั้งไว้ล่วงหน้า และมีแอปจากแอปสโตร์ซึ่งแท้จริงแล้วคือมัลแวร์เสียเอง

  1. บ็อตเน็ตอเนกประสงค์ที่โจมตีหลายรูปแบบ

บ็อตเป็นประเภทของมัลแวร์ที่พบมากเป็นอันดับสาม โดยมีองค์กรจำนวน 18% ที่ถูกบ็อตใช้เป็นฐานในการโจมตีแบบระดมยิง หรือดีดอส (DDoS) และเป็นฐานในการเผยแพร่มัลแวร์อื่นๆ การติดมัลแวร์ประเภทบ็อตมีผลทำให้องค์กรเกือบครึ่งหนึ่ง (49%) ถูกโจมตีด้วย ดีดอสในปี 2561

  1. แรนซัมแวร์โจมตีน้อยลง

แรนซัมแวร์ คือเว็บไซต์ที่ถูกมัลแวย์จู่โจม หรือการที่เข้าไปคลิกอีเมลขยะที่มีแรนซัมแวร์ ก็อาจถูกจู่โจมข้อมูลในคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์มือถือได้ และจำเป็นต้องเสียค่าไถ่ ปัจจุบัน แรนซัมแวร์ลดลงอย่างมากในปี 2561 โดยส่งผลแค่ 4% ขององค์กรทั่วโลก เป็นผลมาจากระบบป้องกันที่ดีขึ้นนั่นเอง

ทั้งนี้ เห็นได้ว่า มัลแวร์ขุดบิตคอยน์ที่เป็นดาวรุ่ง ไปจนถึงการรั่วไหลของข้อมูลจำนวนมาก และการโจมตีแบบดีดอสในปีที่ผ่านมา บริษัทต่างๆ ทั่วโลกต้องเผชิญกับการทำลายล้างทางคอมพิวเตอร์ไม่หยุดหย่อน  ตัวการที่สร้างภัยคุกคามมีทางเลือกมากมายที่จะหาเป้าหมายและสร้างรายได้จากองค์กรในทุกภาคส่วน

ซึ่งการโจมตีเหล่านี้จะเน้นโจมตีจากหลายจุดที่รวดเร็วและในวงกว้างเช่นนี้เริ่มเกิดบ่อยขึ้นเรื่อยๆ องค์กรต้องใช้กลยุทธ์ด้านความปลอดภัยทางคอมพิวเตอร์แบบหลายชั้นเพื่อป้องกันไม่ให้เครือข่ายและข้อมูลขององค์กรถูกยึด



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer