“ทำเลขนาดนี้ปั้นโรงแรม 5 ดาวได้สบายๆ”

นี่คือความคิดแรกหลังจากที่ค่อยๆ ผลักประตู Sale Gallery ของโครงการคอนโดมิเนียมระดับ Ultimate Luxury ที่ชื่อว่า HYDE Heritage ทองหล่อ

เพื่อเข้าไปเยี่ยมชมห้องตัวอย่างก่อนวัน Grand Opening ที่จะเปิดขายอย่างเป็นทางการในวันที่ 11-12 พฤษภาคมนี้

โครงการนี้ถือเป็นคอนโดระดับแฟลกชิปตัวที่ 3 ในย่านสุขุมวิท จาก บริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ ต่อจากโครงการ HYDE สุขุมวิท 13 (SOLD OUT ไปแล้ว) และโครงการ HYDE สุขุมวิท 11 ที่สร้างเสร็จไปเมื่อปลายปี 2017

ซึ่งต้องกล่าวว่าดีกรีของ โครงการ HYDE Heritage ทองหล่อ ไฮไลต์ในปีนี้ของ แกรนด์ แอสเสท ร้อนแรงไม่แพ้รุ่นพี่ 2 โครงการก่อนหน้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ทำเล คอนเซ็ปต์ดีไซน์ไล่ตั้งแต่ตัวอาคารไปจนพื้นที่อยู่อาศัย พื้นที่ส่วนกลาง Facility ต่างๆ

รวมถึงการร่วมทุนกับ Sumitomo Forestry จากญี่ปุ่น เพื่อดึงเอาความรู้และแนวคิดในการออกแบบที่อยู่อาศัยมาปรับใช้เพื่อให้โครงการนี้โดดเด่นในทุกๆ ด้าน

“สุขุมวิท ติดถนนใหญ่ ไม่ต้องเข้าซอย!

แน่นอนว่าคอนโดหรูกับโซนสุขุมวิท โดยเฉพาะย่านทองหล่อถือเป็นของคู่กัน ด้วยความที่ทำเลแวดล้อมไปด้วยพื้นที่ไลฟ์สไตล์ใจกลางเมือง เชื่อมต่อไปยัง CBD ย่านธุรกิจต่างๆ ของกรุงเทพฯ ได้อย่างสะดวกสบาย ตรงตามสเป็กชีวิตคนเมืองที่ทุกอย่างต้องคล่องตัว บาลานซ์ชีวิตการทำงาน รวมถึงไลฟ์สไตล์ที่ชื่นชอบได้สะดวกสบาย

ส่งผลให้ที่ผ่านมา ย่านทองหล่อ จึงโดดขึ้นแท่นทำเลที่อยู่อาศัยอันดับต้นๆ ในใจผู้บริโภคที่มีกำลังจ่ายไว จึงไม่แปลกที่ ราคาที่ดิน ในย่านนี้ทะลุเพดานราคาตลาด

แต่ใช่ว่ามีเงินอย่างเดียวแล้วจะซื้อได้ เพราะที่ดินแปลงสวยๆ ในปัจจุบันต่างถูกดีเวลอปเปอร์จับจองเพื่อนำไปพัฒนาต่อจนแทบหาไม่ได้ในตลาด หรือต่อให้หาได้ก็อาจไม่สวยตรงตามสเป็กของโครงการที่วางไว้

โครงการคอนโดที่อยู่อาศัยแบบขายขาดส่วนใหญ่จึงมักเลือกแทรกตัวอยู่ตามตรอกซอกซอยเป็นส่วนใหญ่

ส่วนทำเลติดถนนใหญ่ หรือปากซอย ก็มักจะถูกจับจองพัฒนาเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาว หรือไม่ก็เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์เพื่อรองรับนักธุรกิจนักท่องเที่ยวในรูปแบบเช่าสร้างกำไรแบบระยะยาวมากกว่า

ตามที่กล่าวไว้ว่า ทำเลขนาดนี้สร้างโรงแรม 5 ดาวได้สบายๆ” ตัวโครงการ HYDE Heritage ทองหล่อ ถือเป็นโครงการ Residential ไม่กี่โครงการในย่านนี้ที่เริ่มปักหมุดลงเสาเข็ม ยึดทำเลทองย่านทองหล่อติดถนนสุขุมวิท ใกล้ๆ ปากซอยสุขุมวิท 59 ด้วยไซส์ที่ดินขนาด 2-2-18 ไร่ ซึ่งถือเป็นทำเลศักยภาพเหมาะกับการปั้นคอนโดระดับลักชัวรีได้สบายๆ

โดยตัวอาคารเป็นแบบ High-rise ทาวเวอร์เดี่ยว สูง 45 ชั้น จำกัดยูนิตไว้ที่ 311 ยูนิตเท่านั้น ขนาดห้องเริ่มต้นที่ 40 ตร.ม. ถือเป็นไซส์กำลังเหมาะ ปล่อยเช่าปล่อยต่อง่าย ไปจนถึงไซส์ห้องใหญ่สุดแบบเพนต์เฮาส์ขนาด 357 ตร.ม. บนชั้นสูงสุด สำหรับโครงการนี้จะมีกำหนดสร้างเสร็จไม่เกินปลายไตรมาส 2 ปี 2022

เมื่อกวาดสายตาเช็กราคาเปรียบเทียบต่อตารางเมตร HYDE Heritage ทองหล่อ ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการใหม่ที่ทำราคาได้ถูกกว่าคอนโดเกรดเดียวกันที่ ปักป้ายตั้งราคา Pre-Sale เริ่มต้นที่ 270,000 บาทต่อตารางเมตร ในขณะที่โครงการอื่นในเกรดเดียวกันย่านนี้กลับพุ่งทะลุ 320,000–350,000 บาทเป็นที่เรียบร้อย

ความสะดวกสบายในการเดินทางหากเลือกเดินทางด้วย BTS ตัวโครงการจะตั้งอยู่ระหว่างสถานีห่างกับ BTS ทองหล่อ 300 เมตร และห่างจาก BTS เอกมัย 350 เมตร แต่ถ้าเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวก็ติดกับถนนสุขุมวิทไม่ห่างจากปากซอยสุขุมวิท 59

Working Life: ฝั่งตรงข้ามเยื้องๆ กันจะเป็นที่ตั้งของตึกออฟฟิศเกรดเออย่าง T-One Building ซึ่งถือเป็นอาคารออฟฟิศที่ขยายตัวมาจากย่านอโศก เพื่อรองรับบริษัทชั้นนำในอนาคตหรือจะมุ่งหน้าเข้าโซนทำงานก็แค่กลับรถหน้าโครงการที่ห่างออกไปเพียง 300 เมตร (ที่กลับรถไม่กระชั้นชิดเกินไป)

ในส่วนของพื้นที่ไลฟ์สไตล์สามารถลัดเลาะไปยัง ย่านทองหล่อ-เอกมัย ได้สบายๆ และไม่ไกลจากศูนย์การค้าขนาดใหญ่อย่าง Gateway Ekamai, Emporium, Emquartier, Terminal 21, เมเจอร์ เอกมัย และโรงพยาบาลชื่อดัง อย่าง รพ.สุขุมวิท, รพ.สมิติเวช, และ รพ.กรุงเทพ และตัวโครงการในฝั่งของทิศใต้ยังรับวิว บางกระเจ้า ปอดของคนกรุงเทพฝั่งตะวันออก

“การฉีกตัวออกมาจากใจกลางย่านธุรกิจเพื่อมาอยู่ท่ามกลางแหล่งไลฟ์สไตล์ ถือว่าตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองแบบ Work Hard, Play Hard เพราะหลังจากที่เหน็ดเหนื่อยจากการทำงานมาทั้งวันก็สามารถกลับมาพักผ่อนท่ามกลางพื้นที่ใช้ชีวิตของเราเอง”

ดีเทลของโครงการ คือเสน่ห์ที่ไม่อาจลอกเลียน

อีกหนึ่งจุดเด่นที่ไม่แพ้เรื่องของทำเลที่ตั้ง คือ แนวความคิดในการดีไซน์โครงการได้อย่างลงตัว

“เพราะความลักชัวรีที่แท้จริง คือ ไม่ใช่แค่การออกแบบเพื่อให้ผู้อยู่อาศัยภูมิใจเมื่อเป็นเจ้าของ แต่ทุกๆ ดีเทลต้องตอบโจทย์การใช้ชีวิตที่แท้จริงได้อีกด้วย”

ซึ่งดีไซน์ผังห้องกว่า 90% ถูกออกแบบเป็น “ห้องหน้ากว้าง” เพื่อเพิ่มพื้นที่การใช้งาน เลือกติดตั้งเป็นกระจกบานใหญ่เพื่อรับวิวจากภายนอกให้ได้มากที่สุด และยังมาพร้อมเพดานสูง 3 เมตร ลดความอึดอัดของการอยู่อาศัยในพื้นที่พักผ่อน

 

ภาพจากห้องตัวอย่าง

ระบบ Automation ต่างๆ ถูกนำมาใช้ทั้งในระบบไฟฟ้า ห้องน้ำ รวมถึงไฮไลต์อย่าง Sexy Glass ดีไซน์ของกระจกห้องอาบน้ำที่สามารถปรับเป็นกระจกใสหรือขุ่นได้ตามความต้องการ

แลนด์มาร์กจุดเด่นของโครงการอย่าง Glass House และล็อบบี้เลาจ์ด้านหน้าแบบ Triple Level ได้รับแรงบันดาลใจจาก Timeless City อย่าง Manhattan, New York คือความตั้งใจออกแบบให้โครงการทรงคุณค่าและสวยงาม

วัสดุหลักที่ใช้ในโครงการจึงเป็นวัสดุสะท้อนความหรูหราแต่คงทนถาวรอย่างหินอ่อน หนัง และเหล็ก ทรงคุณค่ามอบกลิ่นอายแห่งความสุขุม เต็มไปด้วยลายละเอียดตามแบบฉบับของ Craftsmanship ที่ต่อให้กาลเวลาจะล่วงเลยไปสักแค่ไหนพื้นที่แห่งนี้และทุกๆ ดีเทลของการออกแบบไม่มีวันเสื่อมคุณค่าตาม

ที่สำคัญพื้นที่ใน Glass House นอกจากเรื่องของดีไซน์และสร้างจุดเด่นยังสามารถเปลี่ยนเป็นพื้นที่สำคัญจัดงานปาร์ตี้ส่วนตัวหรือจัดกิจกรรมได้อีกด้วย

ตัวโครงการยังมาพร้อมกับ พื้นที่ที่จอดรถ 100% (แบบวนจอด 59 คัน และที่จอดรถอัตโนมัติ 252 คัน) ที่จอดซูเปอร์คาร์ และแท่น EV Charger รองรับรถยนต์พลังงาน EV มากสุดถึง 12 คัน

รวมถึงบริการพิเศษที่อาจดูเป็นดีเทลเล็กๆ อย่างการเพิ่มตู้เก็บของใต้ดินให้แต่ละห้องฟรี เพื่อแก้ปัญหาของการอยู่คอนโดและไม่มีที่เก็บสิ่งของสัมภาระ

บริเวณล็อบบี้ยังมีห้องให้บริการสำหรับบริการเดลิเวอรี่ มีสมาร์ทล็อกเกอร์สำหรับฝากของที่นำมาส่ง และผู้อยู่อาศัยสามารถมารับของเองได้ตลอด 24 ชั่วโมง

Sky pool 365 องศา

สำหรับพื้นที่ส่วนกลางถูกแบ่งเป็นทั้งหมด 7 ชั้น เพื่อให้เหมาะแก่การใช้งานในแต่ละฟังก์ชัน อัดแน่นด้วย Facility สำคัญๆ อย่าง สระน้ำ Sky pool แบบ 365 องศา

สวนหย่อมหน้าโครงการและสวนลอยฟ้า เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับโครงการ ห้องน้ำชา, ห้องอ่านหนังสือ, Co-Working Space, ห้องรับชมภาพยนตร์ หรือจะเป็นห้อง Spa & Salon ที่สามารถพาช่างส่วนตัวมาให้บริการได้

VIP Lounge รับวิวสวนลอยฟ้าชั้น 7

มีแอคทีฟโซน อย่างห้อง YOGA & Fitness ที่มองเห็นวิวของบางกระเจ้าได้เต็มๆ และยังมีห้อง Golf Simulator และ Boxing Gym ให้ทุกคนได้ออกกำลังกาย

“การที่ได้ร่วมทุนและแลกเปลี่ยนความรู้จาก Sumitomo Forestry ทำให้ทุกดีเทลและทุกแนวคิดในการออกแบบของโครงการถูกคิดอย่างพิถีพิถัน นำเอานวัตกรรมในการใช้ชีวิตของคนญี่ปุ่นมาปรับใช้กับวิถีชีวิตของคนไทย เพื่อทุกพื้นที่ของโครงการถูกใช้งานอย่างชาญฉลาดและมีประโยชน์สูงสุด”

Marketeer Online ได้เข้าไปเยี่ยมชมห้องตัวอย่าง รวมถึงเก็บภาพมาให้ชม “สัมผัสแรกที่รู้สึกได้คือการวางเลย์เอาต์ที่เรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความหรูหรา เหลี่ยมมุมห้องไม่ซับซ้อน เน้นฟังก์ชันนอลต่างๆ เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยอยู่สบายที่สุด”

ลองไปชมห้องตัวอย่างที่ว่ากัน

***

สำหรับผู้ที่สนใจโครงการ “HYDE HERITAGE Thonglor”
เปิดขายรอบ Grand Opening วันที่ 11-12 พ.ค. นี้!

พร้อมรับสิทธิ์พิเศษและเลือกห้องที่ดีที่สุดก่อนใคร
เพียงลงทะเบียนล่วงหน้าที่ : http://bit.ly/2XwP1Ak

เข้าเยี่ยมชมห้องตัวอย่างได้แล้ววันนี้
ที่ Sales Gallery บริเวณพื้นที่โครงการปากซอย ซ.สุขุมวิท 59



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer