ลงนามสัญญาเช่า 15 ปี ระหว่าง “เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น” กับ “เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้” ลงทุนมากกว่า 1,000 ล้าน สร้างโลจิสติกส์แคมปัสระดับโลก พื้นที่ 7.5 หมื่น ตร.ม. เสริมเกมค้าปลีก Omnichannel ส่งสินค้าเรียลไทม์

โสภณ ราชรักษา ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ FPT เปิดเผยว่า เฟรเซอร์ได้ร่วมลงนามสัญญาเช่า 15 ปี กับบริษัทเซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ เซ็นทรัลรีเทล ในการพัฒนาศูนย์กระจายสินค้า ซึ่งตั้งอยู่ภายในโครงการเฟรเซอร์สพร็อพเพอร์ตี้โลจิสติกส์เซ็นเตอร์ (บางพลี ประมาณกิโลเมตร 19)

โครงการดังกล่าวใช้งบลงทุนรวมกว่า 1,000 ล้านบาทสำหรับสิ่งปลูกสร้างภายนอก และอีก 1,000 ล้านบาทสำหรับเทคโนโลยีภายในศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่ (Distribution Center)

โดย “เฟรเซอร์” มองว่าศูนย์กระจายสินค้าแบบ Build to Suit แห่งใหม่ของเซ็นทรัล คือโลจิสติกส์แคมปัสระดับเวิลด์คลาส (World Class Logistics Campus) ด้วยขนาดพื้นที่ 75,000 ตร.ม. ประกอบกับพื้นที่ของเพาเวอร์บายอีก 30,000 ตร.ม. รวมพื้นที่ทั้งหมดกว่า 105,000 ตร.ม. ซึ่งจะช่วยสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันและเสริมความแข็งแกร่งให้กับเซ็นทรัล

FPT ผนึก เซ็นทรัล รีเทล สร้างโลจิสติกส์แคมปัสแห่งแรกของไทย (4)

โสภณกล่าวถึงระบบภายในอาคาร ซึ่งบริษัทได้ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยสูงสุด พร้อมติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เต็มพื้นที่หลังคาโครงการ และอาคารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการรับรองมาตรฐานอาคารเขียว หรือ LEED (Leadership in Energy and Environmental Design by U.S. Green Building Council)

ตลอดจนการออกแบบอาคารให้มีความยืดหยุ่นต่อการใช้งานพร้อมรองรับการเติบโตทางธุรกิจของลูกค้า พร้อมด้วยโซนจัดเก็บสินค้าที่มีความสูงมากกว่า 25 เมตร พร้อมความสามารถในการรับน้ำหนักได้มากถึง 10 ตันต่อตารางเมตร เพื่อรองรับการติดตั้งระบบจัดเก็บสินค้าอัตโนมัติ (Automated Storage and Retrieval Systems หรือ ASRS) รวมถึงการติดตั้งอุปกรณ์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมต่างๆ

ดร.ปิยะพงษ์ ธัญญศรีสังข์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด กล่าวว่า “เซ็นทรัล” ตั้งเป้าให้โลจิสติกส์แคมปัสแห่งนี้เป็นศูนย์กลางในการเก็บและกระจายสินค้าของเครือเซ็นทรัล อาทิ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล โรบินสัน ซูเปอร์สปอร์ต บีทูเอส ออฟฟิศเมท ร้านค้าในกลุ่มเซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป (CMG) และเพาเวอร์บาย

เนื่องจาก ‘โลจิสติกส์’ เป็นองค์ประกอบสำคัญในการนำพาเซ็นทรัลก้าวเป็นออมมิแชแนลอย่างเต็มรูปแบบ (Omnichannel)

ดร.ปิยะพงษ์กล่าวอีกว่า ระบบโลจิสติกส์ของเซ็นทรัลในปัจจุบันสามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้ภายใน 1 วัน กล่าวคือเมื่อสั่งสินค้าก่อนบ่ายสองโมง จะได้รับสินค้าภายในเย็นวันนั้น แต่ในอนาคตอาจลดเวลาเหลือ 1-2 ชั่วโมงและเป็นแบบเรียลไทม์มากขึ้น

โดยดึงเทคโนโลยีที่สำคัญเข้ามาร่วมในศูนย์กระจายสินค้า อาทิ ระบบสั่งซื้อสินค้า E-Ordering ระบบจัดเก็บสินค้าอัตโนมัติ (ASRS) และระบบอุปกรณ์สั่งงานด้วยเสียงอัตโนมัติ (Automation Voice-Picking) เป็นต้น

ขณะที่ก่อนหน้านี้เซ็นทรัลมีคลังสินค้าทั้งหมด 5 แห่ง ในย่านบางนา-บางพลี แต่ ดร.ปิยะพงษ์ มองว่าทั้ง 5 แห่งไม่มีศักยภาพในการเติบโตด้าน Omnichannel เท่าที่ควร

“เรามองว่า DC ใหม่จะซัปพอร์ต Growth ในระยะยาวได้” ดร.ปิยะพงษ์เสริม

Dr.Piyapong Thanyasrisung, Chief Operating Officer, Central Department Store

ขณะเดียวกัน เซ็นทรัลก็มียอดขายที่เพิ่มขึ้นหลังจากเฟรเซอร์ได้ส่งมอบอาคารแห่งใหม่ภายในปี 2561

โดยปี 2561 สินค้ากลุ่มแฟชั่นเพิ่มขึ้น 72% กลุ่มฮาร์ดไลน์ 75% และกลุ่มฟู้ด 31%

ส่วนงวดสามเดือน (สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2562) สินค้ากลุ่มแฟชั่นเพิ่มขึ้น 104% กลุ่มฮาร์ดไลน์ 50% และกลุ่มฟู้ด 26%

นอกจากนี้ ดร.ปิยะพงษ์มองว่าศูนย์กระจายสินค้าแห่งใหม่จะช่วยเพิ่มอัตราการจ้างงานของย่านบางพลีเพิ่มอีกกว่า 1,000 ตำแหน่ง



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer