ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเราได้เห็นร่องรอยความบอบช้ำของธรรมชาติจากความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

ทั้งปัญหาขยะพลาสติก ไฟป่า การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิโลก ฯลฯ ล้วนเป็นสัญญาณจากธรรมชาติที่กำลังเตือนให้ทุกคนตระหนักถึงปัญหาที่นับวันยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

จึงไม่แปลกที่ในทุกวันนี้เราจะเห็นได้ว่าเกิดโปรเจกต์ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลรักษาฟื้นฟูธรรมชาติเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

หากให้โฟกัสไปยังในส่วนของ ธุรกิจอสังหาฯ และเรื่องของการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับเมือง ซึ่งมีอยู่หนึ่งแนวคิดที่น่าสนใจจนหยิบมาให้ทุกคนได้อ่านในบทความนี้

BIODIVERSITY 
เกื้อหนุนกันระหว่างมนุษย์และสิ่งแวดล้อม

Marketeer Online ได้มีโอกาสร่วมทริปตามติด AP Thailand ไปศึกษาดูงานที่ประเทศญี่ปุ่น เพื่อเรียนรู้ถึง ปรัชญา BIODIVERSITY แนวคิดในการสร้างสมดุลธรรมชาติให้เกิดขึ้น โดยใช้พื้นที่สีเขียวจากโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่มนุษย์สร้างขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็น คอนโด ร้านอาหาร ตึกสำนักงาน หรือหมู่บ้าน เพื่อเพิ่มในส่วนพื้นที่สีเขียว และก่อให้เกิดการเกื้อหนุนกันระหว่างมนุษย์และสิ่งแวดล้อม

โดยทริปนี้ได้พาร์ตเนอร์ธุรกิจของ AP อย่าง Mitsubishi Estate ผู้นำด้านธุรกิจอสังหาฯ ที่ญี่ปุ่น พาไปเรียนรู้และลงพื้นที่จริง เพื่อสัมผัสแนวความคิดในการพัฒนาอสังหาฯ ควบคู่ไปกับการสร้างสมดุลให้กับธรรมชาติ

tripadvisor.com

CBD ที่กลายเป็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ของโตเกียว

เริ่มจากย่าน ไดมารูยู (DAIMARUYA DISTRICT) ใจกลางเมืองโตเกียวและเป็นย่านธุรกิจสำคัญ CBD ที่ใหญ่ที่สุดครอบคลุมตั้งแต่ Marunouchi – Otemachi – Yurakucho กินพื้นที่มากกว่า 120 เฮกตาร์ (750 ไร่) ในแต่ละวันจะมีพนักงานเดินทางมาจากทั่วโตเกียวและเมืองใกล้เคียงเข้ามาทำงานไม่ต่ำกว่า 230,000 คนทุกวัน ทำให้เป็นย่านที่รายล้อมไปด้วยตึกสำนักงาน ร้านอาหาร พื้นที่มิกซ์ยูส และแหล่งช้อปปิ้ง

© Kokyu Miwa architectural photography

โจทย์ในการพัฒนาพื้นที่แห่งนี้ของทาง Mitsubishi Estate มุ่งเน้นในการสร้างพื้นที่สีเขียวเพื่อเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้กับย่านนี้ (Greenery Design) พลิกโฉมให้ย่านธุรกิจไม่จำเป็นต้องมีเพียงตึกสูงและเต็มไปด้วยชีวิตที่เร่งรีบ โดยพื้นที่สีเขียวในย่านนี้จะถูกสอดแทรกไว้ในทุกๆ การออกแบบ

The Café by Aman

ตัวอย่างเช่น The Café by Aman ร้านอาหารชื่อดังที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่เน้นการออกแบบที่เรียบง่าย ให้กระจกใสรอบด้านเพื่อให้ลูกค้าสามารถซึมซับบรรยากาศธรรมชาติของป่ากลางเมืองพื้นที่ขนาด 3,600 ตารางเมตรรอบๆ ร้าน ซึ่งสามารถเป็นที่พักผ่อนในช่วงกลางวันของผู้คนที่ทำงานอยู่บริเวณนี้ได้อีกด้วย หรือที่ Ichigokan Plaza ไลฟ์สไตล์มอลล์ที่เน้นการออกแบบพื้นที่สีเขียว ด้วยการใช้ผนังและเสาต้นไม้ในแนวตั้งเพื่อประหยัดพื้นที่

Ichigokan Plaza

BIO-NET INITIATIVE เชื่อมทุกพื้นที่สีเขียวเข้าด้วยกัน

เหตุผลที่ทาง Mitsubishi Estate เน้นพัฒนาให้โครงการต่างๆ ที่กระจายอยู่ทั่วทั้งโตเกียวมีพื้นที่สีเขียวมากที่สุดก็เพื่อให้เป็น Green Spot ที่สามารถเชื่อมโยงเข้าด้วยกันผ่านแนวคิดที่ชื่อว่า BIO-NET INITIATIVE คอนเซ็ปต์ที่ต่อยอดมาจากปรัชญา BIODIVERSITY

แนวคิด BIO-NET INITIATIVE อธิบายให้เห็นภาพง่ายๆ ก็คือการเชื่อมต่อพื้นที่สีเขียวในโครงการด้านอสังหาฯ แต่ละโครงการเข้าด้วยกัน เพื่อให้เกิดเป็นระบบนิเวศที่เกิดขึ้นจากฝีมือของมนุษย์ รวมถึงตั้งใจสร้างให้สภาพแวดล้อมภายในโครงการ ไล่ตั้งแต่งานดีไซน์ไปจนถึงการคัดเลือกพันธุ์ไม้ที่ปลูกเพื่อเอื้ออำนวยต่อสิ่งมีชีวิตในละแวกนั้น ไม่ว่าจะเป็น นก ผีเสื้อ หรือดอกไม้ ต้นหญ้า

ปัจจุบันมีโครงการอสังหาฯ ทั้งในรูปแบบของคอนโดมิเนียมแบรนด์ The Parkhouse ในส่วนของพื้นที่สาธารณะ รวมถึงพื้นที่สำนักงานขนาดใหญ่อย่าง ไดมารูยู เป็นส่วนหนึ่งในโครงการ BIO-NET INITIATIVE ที่มีมากกว่า 150 โครงการ

“แนวคิด BIO-NET INITIATIVE จึงไม่ใช่แค่การพัฒนาพื้นที่สีเขียวในแต่ละโครงการให้ใหญ่หรือแค่มีพื้นที่มากๆ แต่พวกเขายังมองกว้างขึ้นไปในระดับผังเมืองเป็น Green Spot ให้สัตว์อย่างนกหรือแมลงสามารถบินไปมาในแต่ละจุดได้ทีเดียว”

IZUMI PARK TOWN
ในเมื่อที่อยู่อาศัยในเมืองไม่พอ จึงต้องสร้างเมืองใหม่ที่ครบครันขึ้นมาเอง

IZUMI PARK TOWN

หลังจากที่เราได้เห็นถึงแผนการในการพัฒนาพื้นที่สีเขียวในเขตเมืองกันมาแล้ว สถานที่ต่อไปคือ  IZUMI PARK TOWN ซึ่งอยู่ถัดออกไปทางเหนือของโตเกียวที่จังหวัดเซนได โครงการนี้เป็นแผนการพัฒนาระยะยาว 50 ปี ของทาง Mitsubishi Estate ปัจจุบันมีบ้านเดี่ยวตั้งอยู่ที่นี่มากกว่า 10,000  หลัง และผู้พักอาศัยกว่า 25,000 คน

มีจุดเริ่มจากปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยของคนญี่ปุ่นไม่เพียงพอ ทาง Mitsubishi Estate จึงเริ่มบุกเบิกพื้นที่นี้จากเดิมเป็นภูเขาและทุ่งนาที่ไม่สามารถพัฒนาได้ให้กลายเป็นที่พักอาศัยและเป็นเมืองขนาดย่อมๆ ที่มีทั้งพื้นที่เชิงพาณิชย์ รวมถึง Facility สาธารณะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตอย่างโรงเรียน ห้างสรรพสินค้า เอาต์เลต โรงพยาบาล บ้านพักผู้สูงวัย ฯลฯ ที่คนทุกเจเนอเรชั่นสามารถอยู่ร่วมกันได้

พื้นที่ในโครงการจะถูกออกแบบเป็น 4 โซน ได้แก่ (1) พื้นที่สำหรับอยู่อาศัย (Living) (2) พื้นที่ในเมืองสำหรับเป็นที่ตั้งของโรงเรียน การพบปะสังสรรค์ (Urbanization) (3) พื้นที่สำหรับการพักผ่อน เหมาะสำหรับการออกกำลังกาย หรือกิจกรรมสันทนาการต่างๆ (Recreation) และ (4) แหล่งธุรกิจสำคัญของเมืองที่รวมไปถึงเขตโรงงาน เขตสำนักงานต่างๆ (Working)

รั้วต้นไม้ทำให้บรรยากาศบ้านที่ติดๆ กันดูไม่อึดอัด

“จุดเด่นของ IZUMI PARK TOWN คือการจัดสรรพื้นที่สีเขียวในเมืองมากกว่า 30% ของพื้นที่แล้ว บ้านแต่ละหลังจะมีหน้าที่รับผิดชอบพื้นที่ของตัวเอง ส่วนเงินในการบริหารพื้นที่สีเขียวและพื้นที่ส่วนกลางอื่นๆ มาจากรายได้ที่ทางโครงการปล่อยพื้นที่เช่าให้กับห้าง ร้านค้า สำนักงาน รวมถึงได้แรงอาสาสมัครในการร่วมด้วยช่วยกันดูแล ดูแล้ว IZUMI PARK TOWN เข้าใกล้ความเป็นเมืองแห่งอุดมคติที่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างยั่งยืน ซึ่งเกิดจากระบบการจัดการที่ถูกวางแผนไว้อย่างดี รวมถึงการพึ่งพากันของผู้คนในเมือง”

 

จากแนวคิด BIODIVERSITY
สู่แนวทางในการพัฒนาพื้นที่สีเขียวในคอนโดให้กลายเป็น ‘ป่าในเมือง’

ทาง AP Thailand ได้นำแนวคิดในการสร้างที่อยู่อาศัยที่คำนึงถึงการอยู่อาศัยได้อย่างยั่งยืนตามแนวคิด BIODIVERSITY มาปรับใช้ในการพัฒนาโครงการต่างๆ ที่มีไม่ว่าจะเป็นคอนโดมิเนียม บ้านเดี่ยว และทาวน์โฮม และได้นำร่องใช้ใน โครงการ LIFE สาทร เซียร์รา เพื่อให้ต้นแบบแห่งการอยู่อาศัยแนวตั้ง (Vertical Living) ที่ยั่งยืนและสมดุล ด้วยคอนเซ็ปต์ ‘การสร้างป่าในเมือง’ FOREST PARK IN THE CITY เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ตัวโครงการมีจุดเด่นอยู่ที่ พื้นที่ส่วนกลางกว่า 8,400 ตารางเมตร ประกอบด้วย Facility ต่างๆ ที่ตอบโจทย์การอยู่อาศัยแล้ว ภูมิทัศน์ด้านหน้าตัวอาคารถูกออกแบบให้เป็นเหมือนหุบเขาต้นไม้ไล่ระดับ ผสมผสานการออกแบบ Hiking Trail ทางเดินป่าจำลองรายล้อมด้วยพันธ์ุไม้นานาชนิด พร้อมด้วย Serene Pool สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ยาวกว่า 100 เมตรในรูปทรงที่กลมกลืนไปกับธรรมชาติ

เเละเป็นความตั้งใจในการยกระดับพื้นที่สีเขียวในคอนโดให้กลายเป็น ‘ป่าในเมือง’ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของแบรนด์ที่ต้องการพัฒนา ‘เมืองในบริบทใหม่ ภายใต้ปรัชญา GROW มาสเตอร์แพลนแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืน

นอกจากนั้น ทาง AP ยังวางให้ตัวโครงการ LIFE สาทร เซียร์รา เป็นเหมือนจุดเริ่มต้นที่จะเชื่อมต่อพื้นที่สีเขียวอื่นๆ ที่อยู่โดยรอบทั้งในวันนี้และอนาคต จนเกิดเป็นระบบนิเวศที่สมบูรณ์เกื้อหนุนซึ่งกันและกัน ส่งเสริมให้การอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์และสิ่งแวดล้อมยืนยาวอย่างแท้จริงอีกด้วย

 



อัพเดตข่าวสารการตลาดทุกวันได้ที่ Website: Marketeeronline.co
Facebook: www.facebook.com/marketeeronline

ติดตาม Marketeer Online ทาง Line@ : @marketeer